เรียกว่าก่อนหน้านี้ กลายเป็นประเด็นเดือดในโซเชียลอย่างมาก เมื่อพิธีกรฝีปากกล้า “ลีน่าจัง” ได้ไปร่วมออกรายการกับ “มดดำ คชภา” โดยมี “แพรรี่ ไพรวัลย์” เป็นแขกรับเชิญ ซึ่งในระหว่างที่พูดคุยกันอยู่นั้น “ลีน่าจัง” ก็ได้กรัขากวิกผมของ “แพรรี่ ไพรวัลย์” หลุด จนเกิดความไม่พอใจเป็นอย่างมาก ถึงขั้นยื่นฟ้องร้องต่อศาล โดยศาลลงความเห็นว่า การกระทำดังกล่าวไม่แตกต่างจากที่โจทก์และจำเลย เคยหยอกล้อกันมาก่อน แม้การกระทำของจำเลยอาจทำให้โจทก์รู้สึกไม่พอใจก็ตาม แต่การจะถือว่าเป็นความผิดทางอาญาได้ ย่อมต้องฟังได้ว่าจำเลยมีเจตนาในการกระทำผิดด้วย เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนากระทำความผิด จำเลยจึงไม่มีความผิดตามฟ้อง ซึ่งทาง “ลีน่าจัง” ก็ได้มาเปิดเผยใจหลังได้รับฟังคำตัดสินของศาลครั้งนี้ด้วย
ทีมข่าวอมรินทร์ทีวีได้เดินทางมาพูดคุยกับ “ลีน่าจัง” เพื่อถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งเจ้าตัวเผยว่า เพิ่งได้ไปศาลมาสดๆร้อนร้อนเมื่อเมื่อเช้านี้เลยในคดีที่ทาง”แพรรี่ ไพรวัลย์” ในคดีที่ทำให้เดือดร้อน จากการกระชากวิก แต่ทางศาลได้ยกฟ้องเพราะว่าทางโจทก์ ได้เอาโปรดิวเซอร์รายการดัง ที่ได้เชิญตนไปออก ได้ค่าตัวมาเพียงแค่ 10,000 เดียว แต่กลับโดนคดี ซึ่งทางศาลได้พิจารณาว่าทางโจทก์ได้เอาโปรดิวเซอร์รายการมาเบิกความซึ่งไม่ได้ มีผลประโยชน์ใดๆ กับตัวเขา และไม่เคยมีปัญหาอะไรกับทั้ง 2 ฝ่าย แต่คำเบิกความเป็นประโยชน์ว่าในขณะที่ถ่าย เป็นรายการที่บันทึกเทป ที่จะไปตัดต่อและออกในวันถัดไป แต่เหตุการณ์ที่กระชากวิกมันเป็นเหตุการณ์ที่หลังจากการถ่ายทำแล้ว และเป็นการหยอกล้อเล่นกัน มีการหัวเราะกันสนุกสนาน ซึ่งเวลาตนกับทางแพรรี่ เวลาเจอกันก็จะล้อเล่นกันตลอดเป็นปกติ เลยไม่มีความผิดในคดีอาญา ศาลเลยยกฟ้อง ส่วนที่เรียกค่าเสียหาย 1,000,000 บาท ศาลก็ให้พับคดีไม่ต้องชดใช้ค่าละเมิด ถามถึงความรู้สึกหลังที่ศาลยกฟ้อง ตนก็เผยว่า ขอบคุณศาลเป็นอย่างมากเลยที่ความเป็นธรรมในประเทศไทยยังมีอยู่ ตนอายุ 65 ตนเครียดมาตั้งแต่ ปี 66-67 เครียดจนป่วยเกือบเป็นซึมเศร้า เพราะว่าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะตนก็รักเขามาก หากย้อนกลับไปดูในโซเชียลจะเห็นว่าเค้าด่าตนแบบแรงๆ ก็ไม่เคยโกรธ ในวันนั้นที่ไปรายการตัวก็ไม่รู้ว่าเขาได้ไปออกด้วย ซึ่งหลังจากเหตุการณ์นั้นก็ไม่คิดว่าจะมาเป็นดราม่าอะไรเลย ขนาด “มดดำ” ยังไม่รู้สึกเลย หลังจากนั้น “แพรรี่” ก็ได้มาไลฟ์สดร้องไห้ จน “มดดำ” ได้ทักมาบอกให้ตนอัดคลิปขอโทษ ตนก็ไม่รู้ว่าผิดอะไรแค่เล่นกัน จนมีแฟนคลับเข้ามาถล่มตนหนักจนแทบนอนไม่หลับ ถึงขนาดที่เพจของตนโดน AI ปิดกั้นการมองเห็น พอศาลตัดสินก็รู้สึกโล่งเพราะว่าตนป่วย ไม่เคยมีความสุขมาแต่ปีที่แล้ว
ทางด้าน “แพรรี่” ก็จะยื่นอุทธรณ์ต่อศาล ตนก็บอกว่ามันก็เป็นสิทธิ์ของเขา ไม่สามารถห้ามเค้าได้แล้วแต่ดุลยพินิจของศาล ส่วนแฟนคลับที่เข้ามาโจมตีนั้นตนก็จะไม่ยุ่ง แค่นี้ก็เหนื่อยมากแล้ว พอหลังจากนั้นตนก็ฟ้องเขาไปเพิ่มอีก 3 คดี ซึ่งทั้งหมดนั้นศาลได้รับฟ้องหมดเลย ศาลนัดสืบพยานปีหน้าเดือนพฤษภาคม ปี 68 เมื่อเช้า ที่ได้เบิกความกับศาลศาลยังบอกเลยว่าตนสามารถฟ้องเพิ่มได้อีกหนึ่งคดีคือแจ้งความเท็จ เพราะว่าได้นำทีมงานมาเบิกความ มายืนยันกับศาลว่าไม่ได้มีการไลฟ์สด และบอกรายการมีสคริปต์ ซึ่งไม่เคยเห็นเลย แต่ตนก็คิดว่าคงไม่ฟ้องรายการ เจอกันที่ศาลตนก็สะบัดหน้าหนี
เหตุการณ์ไปศาลวันนี้ ตนก็ได้จ้างทนายหมดเงินค่าจ้างไป 100,000 บาท ถือว่าตัวเองซวยมากเพราะว่าพอมาทำแบบนี้ก็ไม่สามารถขายของได้ เพราะคนก็มองว่าเราเป็นคนเลว ไม่มาซื้อของและไม่มาจ้างทำงาน ตนเลยไม่มีเงิน ตนต้องเอาเงินสะสมที่เก็บไว้ใช้ตอนแก่มาจ่ายค่าทนาย
หลายคนมองว่าการกระชากวิกคือการเล่นหยอกล้อและไม่มีความผิดจริงหรอ? เจ้าบอกว่า มันคือการเล่นกัน เพราะตนรักเขาเหมือนลูกสาว มองเขาน่ารักเหมือนตุ๊กตาบาร์บี้ ก็เลยไม่เข้าใจว่าทำไมต้องไปฟ้อง แถมเรียกค่าเสียหายตั้งหนึ่งล้านบาท คิดว่าตัวเองโดนกลั่นแกล้ง เพราะเขาไม่ได้เสียหายอะไรเลยได้แต่ประโยชน์ พอทำแบบนี้กับขายของดีขึ้น ได้เป็นหลักล้านบาท แต่ตนก็ต้องมาใช้เงินที่เก็บไว้กินตอนแก่มาจ่ายค่าทนาย สุดท้ายเจ้าตัวก็ได้ยกมือไหว้ขอบคุณศาลที่เมตตา และให้ความเป็นธรรมกับตนด้วย และก็กราบขอบคุณทีมงานรายการดัง ที่ได้ไปเบิกความตามความเป็นจริงแล้วก็ไม่ได้โกหกใส่ร้ายตน แต่ก็มีคำเดียวที่โกหก คือไปบอกว่าแพรรี่ร้องไห้ในห้องน้ำ ตอนนั้นเขาไม่ได้ตามเข้าไป เขาอยู่กับตนข้างนอก แต่ที่เขาใช้หลักฐานเท็จเพราะเขาเอาสคริปต์ขึ้นมาว่ารายการมีสคริปต์แต่ตนไม่เคยเห็นมาก่อน ตนเป็นถึงระดับเจ้าแม่ ก่อนจะสัมภาษณ์ก็ไม่ได้มีการเตรียมสคริปต์กัน ถือว่ามาช่วยเบิกความให้โจทก์แต่กลับเป็นประโยชน์ให้กับตน










