บริษัทมาเลเซียสุดโหด มาสาย ปรับชั่วโมงละ 4,600 บาท
หนุ่มมาเลเซียโพสต์สุดทุกข์ ทำงานมา 3 ปี แต่บริษัทสุดโหด มาสาย 5 นาที ปรับ 465 บาท 1 ชั่วโมงปรับ 4,600 บาท โดนทุกคนไม่ว่า แต่ดันโดนอยู่คนเดียว
หลังจากเกิดโรคระบาดโควิด-19 บริษัทหลายแห่งได้ปรับลักษณะการทำงานเป็นแบบไฮบริด (Hybrid Working) กันมากขึ้น คือให้พนักงานทำงานที่บ้านสลับกับการเข้าบริษัท ผลงานวิจัยในหลายประเทศยังชี้ให้เห็นว่าการทำแบบนี้ช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงาน
แม้ว่าบริษัทจะมีความยืดหยุ่นกันมากขึ้น แต่เรื่องเวลาการเข้างานก็เป็นสิ่งที่ยังคงต้องให้ความสำคัญ และยังคงเป็นประเด็นละเอียดอ่อน
ชายชาวมาเลเซียรายหนึ่ง มีปัญหาเรื่องการเข้างานและการจัดการคนมาสายของบริษัท เขาได้โพสต์ระบายความอึดอัดนี้ผ่านทางกลุ่มเฟซบุ๊ก ระบุว่า
“ผมทำงานในบริษัทนี้มา 3 ปีแล้ว และสิ่งที่น่าผิดหวังที่สุดคือวิธีการลงโทษของพวกเขา ทุกอย่างแก้ไขด้วยเงิน โดยเฉพาะการจ่ายค่าปรับมาสาย
ถ้ามาสาย 5 นาที โดนปรับ 60 ริงกิต (ประมาณ 465 บาท) มาสาย 10 นาที โดนปรับ 130 ริงกิต (ประมาณ 1,000 บาท) มาสาย 30 นาที โดนปรับ 250 ริงกิต (ประมาณ 1,937 บาท) และมาสาย 1 ชั่วโมง โดนปรับ 600 ริงกิต (ประมาณ 4,648 บาท)”
ชายหนุ่มคนนี้ยังบอกอีกว่า บริษัทไม่ยุติธรรมเพราะในขณะที่เขาโดนปรับเพราะมาสายแค่ไม่กี่นาที เพื่อนร่วมงานที่มาสายกว่าเขากลับไม่โดนอะไรเลย
“ผมรู้สึกเหมือนเป็นแพะรับบาป ถูกยกย่องว่าโดนกระทำเป็นตัวอย่าง บางครั้งเพื่อนร่วมงานมาสายกว่าหลายชั่วโมง แต่ผมถูกปรับเพราะมาสายนิดหน่อย ซึ่งผมรู้สึกไม่ยุติธรรม”
เมื่อเขาแจ้งเรื่องนี้กับบริษัท ทางบริษัทก็ไม่ได้ทำอะไร นั่นทำให้เขายิ่งรู้สึกสับสน อีกทั้งเขายังเจอปัญหาต้องทำงานล่วงเวลาแต่ไม่ได้รับเงินโอที นอกจากนี้เขายังมีปัญหาอีกสารพัด ทั้งปัจจัยสภาพแวดล้อมในการทำงาน
ไม่อยากอยู่ต่อแต่ไม่อยากหางานใหม่ ถ้าหางานใหม่คงต้องใช้เวลาในการปรับตัว รู้สึกเหมือนเสียเวลาไป 3 ปี ได้เรียนรู้อะไรมากมายแต่พออยู่ไปนานๆกลับรู้สึกว่าไม่เหมาะกับตัวเอง เขาจึงอยากขอคำแนะนำว่าควรทำอย่างไร
อย่างไรก็ตาม บริษัทมีกฎปฏิบัติแตกต่างกันไป ทั้งนี้ต้องตั้งอยู่บนหลักของกฎหมาย หากใครพบเจอบริษัทที่มีคนแปลก ๆ ควรตรวจสอบให้แน่ชัดว่าผิดกฎหมายแรงงานหรือไม่





