พ่อลักทรัพย์ร้านเดียว 16 ครั้ง มาดูแลแม่ป่วยติดเตียง ขอกลับมาป้อนข้าวเมียครั้งสุดท้าย ลูกสาวร่ำไห้ยกมือไหว้วอนช่วยประกันพ่อ จะพูดคุยกันในครอบครัวให้มากขึ้น
จากกรณี ตำรวจ สภ.บางศรีเมือง นนทบุรี จับกุมชายขับแท็กซี่ อายุ 53 ข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยเข้าไปขโมยของในร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง 16 ครั้ง
ช่วงเวลาเกือบเดือน มูลค่าทั้งหมด 4,444 บาท ของที่เอาไปส่วนใหญ่เป็นของกินของใช้ ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ จะขโมยสินค้าวันละไม่เกิน 500 บาท ก่อนไปจับกุมได้ที่บ้านพัก จ.นนทบุรี
ดร.ชัยเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ ดร.แก้ว ประธานคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.) นางสาวสุวรรณา โล้สมบูรณ์ นายกเทศมนตรีเมืองบางกร่าง ลงพื้นที่บ้านหลังหนึ่ง ใน ต.บางกร่าง อ.เมือง จ.นนทบุรี
ซึ่งบ้านของผู้ต้องหา อายุ 53 ปี อาชีพขับแท็กซี่ ที่อาศัยอยู่กับภรรยาที่ป่วยติดเตียง อายุ 58 ปี อดีตข้าราชการบำนาญโรงพยาบาล และลูกสาว อายุ 28 ปี อาชีพพนักงานร้านสะดวกซื้อ
สภาพความเป็นอยู่ ภรรยาจะนอนอยู่บนเตียงบริเวณชั้น 1 หน้าประตูบ้าน ใกล้กันพบแผงยารักษาโรคจำนวนมากกองอยู่ ส่วนลูกสาวจะอาศัยอยู่บริเวณชั้น 2
ในขณะที่ ดร.แก้ว และ น.ส.สุวรรณา นายกเทศมนตรีเมืองบางกร่าง เข้าพูดคุยกับผู้ป่วยติดเตียง ทางลูกสาวได้ยกมือไหว้ทั้งน้ำตา ขอความช่วยเหลือกับผู้ใหญ่ทั้งสอง
ขอโอกาสประกันตัวพ่อของตน โดยรับปากว่าจะมีการพูดคุยกันในครอบครัวให้มากขึ้นกว่าแต่ก่อน ที่ไม่ค่อยได้พูดจากันในครอบครัว
ต่อมา พ.ต.ท.เศรษฐหาญ เศรษฐภากรณ์ รอง ผกก.สส.สภ.บางศรีเมือง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางศรีเมือง ได้นำตัวผู้ต้องหามาที่บ้านดังกล่าวเพื่อเอาของกลางประกอบสำนวนคดี
โดยผู้ต้องหาได้ขอโอกาสเจ้าหน้าที่ตำรวจป้อนข้าวภรรยา และได้โอบกอดบอกลาทั้งน้ำตากับภรรยาและลูกว่า “ขอโทษกับสิ่งที่ทำไป” ก่อนถูกตำรวจนำตัวกลับ สภ. เข้าห้องขัง
ผู้ต้องหา กล่าวว่า ตนต้องกราบขอโทษร้านที่ตนไปก่อเหตุ ยืนยันคำให้การเดิมว่า ก่อเหตุเพื่อนำข้าวและของกินของใช้มาให้ภรรยา เพราะตนหาเงินไม่ทัน รายจ่ายเยอะ ทั้งค่ายา ค่ากินใช้ในชีวิตประจำวัน
ยืนยันว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยทำอะไรแบบนี้ ไม่มีเจตนา หมดหนทาง โดยใจจริงแล้วตนอยากขายของ ขายก๋วยเตี๋ยว แต่ไม่มีทุน ซึ่งปัญหานี้ตนไม่เคยพูดคุยกับลูกสาวที่อยู่บ้าน เป็นอารมณ์ชั่ววูบที่คิดก่อเหตุ ยอมรับว่าหมดหนทาง เพราะรายจ่ายตนจ่ายอยู่คนเดียว
จากตอนแรกตนมีอาชีพขับแท็กซี่ แต่ก็สู้ไม่ไหว เพราะค่าเช่ารถ และไม่มีผู้โดยสาร รวมถึงตนจะต้องดูแลเมีย 24 ชม. เพราะเขาต้องกินข้าว กินยาเวลา 07.00 น. ตอน 13.00 น. และ 19.00 น. จึงทำให้ทำงานอย่างอื่นไม่ได้ ขับรถเสร็จก็จะแวะมาหาเมียตลอด 3 เวลา
ลูกสาวกล่าวทั้งน้ำตาว่า ตนทำงานได้เงินเดือน 18,000 บาท ซึ่งค่าใช้จ่ายในครอบครัวตนมีการตกลงกับทางพ่อว่า จะต้องจ่ายค่าบ้าน ค่าน้ำ-ไฟ และค่ากินอยู่แล้ว แต่ทางพ่อไม่เคยมาพูดเล่าปัญหาเรื่องเงินไม่พอ จึงคิดสั้นไปก่อเหตุลักทรัพย์
บ้านหลังนี้ตนอาศัยอยู่มาประมาณ 5 ปี แล้ว ต้องผ่อนเดือนละ 8,000 บาท ตนก็มีปัญหาเรื่องเงิน จึงค้างค่าเช่า บ้านจะถูกยึดอีก 2 เดือนข้างหน้า
ตอนนี้ยอมรับว่าเดือดร้อนหนักกว่าเดิมหลังพ่อถูกจับ อยากขอโอกาสกับทางผู้ใหญ่ให้ช่วยประกันตัวพ่อตน พร้อมรับปากว่าจะวางแผนในการดำเนินชีวิตใหม่ จะพูดคุยกันมากกว่าเดิม ปัญหาก็จะไม่เกิดแบบนี้อีก “ไม่เคยไม่รักพ่อ ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรก็ตาม”
น.ส.สุวรรณา นายกเทศมนตรีเมืองบางกร่าง กล่าวว่า เคสนี้น่าเป็นห่วงมาก เพราะจริง ๆ แล้วตนเคยมาเยี่ยมเมียของเขาอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว เพราะเขาเป็นผู้ป่วยติดเตียง
และไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น พอมีปัญหาขึ้นก็รู้สึกตกใจ ดีที่มีทาง ดร.แก้ว ให้ความช่วยเหลือ เพราะท่าน ดร.แก้ว รู้สึกเป็นห่วงจึงลงพื้นที่มาดูเอง
และจากที่ดูแล้ว ทางบ้านเขาไม่น่าจะเจอกับปัญหาแบบนี้ ตอนนี้ทางหน่วยงานได้เร่งปรึกษาเพื่อประกันตัวลุงออกมา เป็นการช่วยเหลือเบื้องต้น แต่ยังไงก็ยังต้องทำตามกฎหมาย ถ้าเขาออกจากคุกมาแล้ว ในเรื่องของการทำมาหากิน ตนจะเป็นคนดูแลให้ร่วมกับทาง ดร.แก้ว
ส่วนเรื่องเมียที่ป่วยติดเตียง ทางเจ้าหน้าที่เทศบาลร่วมกับเจ้าหน้าที่ อสม. ได้เข้ามาช่วยเหลือเบื้องต้นและคอยดูแลอย่างใกล้ชิด มาทุกวัน เพราะทางเทศบาลเมืองบางกร่างเห็นความสำคัญต่อผู้ป่วยติดเตียง และเป็นโครงการของ สปสช. ด้วย
ตนเข้าใจว่าลุงเดือดร้อน แต่การที่ทำแบบนี้มันผิดกฎหมาย ก็ต้องให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ากันไปตามกฎหมาย ส่วนความช่วยเหลือจะต้องช่วยอยู่แล้ว ตามที่พวกเราจะช่วยเหลือได้
ดร.แก้ว กล่าวว่า จากกรณีที่เกิดขึ้น จะต้องแบ่งเป็น 2 กรณีคือ ส่วนเรื่องของคดีและการช่วยเหลือเบื้องต้น ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเทศบาลบางกร่าง กต.ตร.จังหวัดนนทบุรี จะช่วยเรื่องในการประกันตัว แต่ตนไม่ได้ช่วยคนผิด จากการลงตรวจสอบพบว่าเขาเดือดร้อนจากพิษจากเศรษฐกิจ เขาจึงลงมือก่อเหตุ ตนจะช่วยเรื่องของคดีในการประกันตัว และหาทนายสู้คดีเพื่อให้หนักกลายเป็นเบา
ในส่วนที่เขากระทำความผิดยังไงก็ต้องได้รับโทษอยู่ดี แต่สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดโดยสันดานของเขา เพราะเขาไม่มีประวัติใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนเรื่องครอบครัวของผู้ต้องหา ทางลูกสาวได้ขอร้องให้ช่วยเหลือพ่อ และขออาชีพสุจริตทำ ตนมองว่าตนจะไม่ช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้า อย่างเช่นวันนี้มาประกันตัวแล้วปล่อยเหมือนเดิม ตนจะต้องช่วยในระยะยาว ต้องให้อาชีพทำให้ดูแลครอบครัวได้ ให้โอกาส และเขารับปากไว้ว่าจะดูแลครอบครัวและตัวเองให้ดีขึ้น
จากที่ตนสัมผัสคนมาเยอะ เขาไม่ได้มีพฤติกรรมขี้ขโมย เพียงแต่ว่าเขาไม่มีเงินจะกิน เมียก็ต้องดูแล ลูกก็ไม่ได้คุยกัน ต่างคนต่างอยู่ เขาคงคิดว่าการไปขโมยของครั้งแรกลงมือทำแล้วได้ของมา 1 ครั้ง ครั้งต่อไปที่ขโมยก็จะกลายเป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งที่เขาทำมันผิดกฎหมาย ถ้าเขาได้ปรึกษากับหน่วยงานคงไม่คิดจะทำแบบนี้
ถ้ามีปัญหาแบบนี้สามารถเข้ามาคุยได้ที่หน่วยงานทุกหน่วยงาน เช่น เทศบาลท้องถิ่น ทางหน่วยงานก็พร้อมที่จะช่วยเหลืออยู่แล้ว ทุกๆ หน่วยงานพร้อมให้โอกาสทุกคน แต่ชาวบ้านหลายคนไม่รู้ว่าจะต้องไปที่หน่วยงานไหน
ซึ่งเคสนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เขาไม่ได้ปรึกษาใคร ถ้าเขาเอ่ยปากปรึกษาใครหรือติดต่อหน่วยงานเทศบาล หรือติดต่อนายกฯ เพื่อขอความช่วยเหลือ ทุกคนก็พร้อมที่จะซัปพอร์ตเสมอ







