ชีวิตรัก ‘เคน-หน่อย’ รักทุกวันไม่มีวันหยุด

ความรักเริ่มต้นที่บทละคร
ชีวิตรัก ‘เคน-หน่อย’ รักทุกวันไม่มีวันหยุด

ตำนานรักที่น่าจดจำเป็น “ตำรา” ไม่มีใครว่าถ้าใครจะก๊อบปี้ไปเป็นตัวอย่าง พระเอก เคน–ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ ไปเด็ดดอกฟ้านางเอกท “หน่อย–บุษกร พรวรรณะศิริเวช”

เป็นผลสำเร็จเฉกเช่นนักกีฬาไทยไป คว้าเหรียญทองโอลิมปิกมาแล้ว พระเอกผู้อดทน “หมั่นสะสมคะแนน” นานถึง 7 ปี นางเอกสาวสวยถึงยอมอ่อนระทวยในอ้อมแขนของพระเอกด้วยความเต็มใจยิ่ง

ทุกวันนี้ สำหรับเส้นทางความรักของคู่นี้ เริ่มต้นจาก คำว่า คู่รักในจอ ก่อนจะกลายมาเป็นคู่รักนอกจาก จากการร่วมงานกันของทั้งคู่ เรื่อง คนของแผ่นดิน

โดย เคนเพิ่งผ่านงานแสดงละครมากไม่มากนัก ซึ่งในละครเรื่องนี้เคนได้ประกบคู่กับ สาวหน่อย บุษกร เป็นครั้งแรก และหลังจากนั้นก็ได้โคจรมาเจอกันอีกครั้งในละคร และเริ่มปลูกต้นรักกับสาวหน่อยมาตั้งแต่นั้นมา

ครั้งหนึ่งฝ่ายชายเคยให้สัมภาษณ์ว่า ที่ถูกอกถูกใจสาวหน่อยก็เพราะรู้สึกว่าเป็นคนสวยแบบสบายๆ ประกอบกับที่ต้องร่วมงานกัน และได้เจอกันบ่อยๆ เนื่องจากถ่ายละครเรื่องเดียวกัน

ทำให้หนุ่มขี้อายอย่างหนุ่มเคน เดินหน้าจีบสาวหน่อยแบบค่อยๆ คืบ ไม่สุ่มสี่สุ่มห้าเข้า เรียกว่าเนียนๆ จีบแบบสาวหน่อยไม่รู้ตัว แต่ก็เกือบสะดุดเพราะเรื่องวัยที่ห่างกัน

อาจจะทำให้ฝ่ายสาวหน่อยเสียหายได้ แต่หนุ่มเคนก็ใช้ความจริงใจ จนสามารถเอาชนะใจสาวหน่อยและคนรอบข้างได้สำเร็จ และตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ร่วมกันจนมีพยานรัก 2 คน คือ น้องคุณ และน้องจุน

กับ เคน หน่อย บอกว่า “ประทับใจตรงที่เขาเป็นคนดี ไม่โอเวอร์ ค่อนข้างเรียบๆและเป็นคนจริงใจ เป็นที่มีความเป็นส่วนตัวสูง เป็นคนไม่ค่อยพูด แต่เวลาพูดเป็นคนพูดแบบขำๆ เป็นคนหัวเราะเสียงดัง ถ้าเป็นคนรู้จัก-คุ้นเคยกัน ก็จะรู้ว่าเขาเป็นคนอารมณ์ดี”

คบหาดูใจ เริ่มจากการเป็นเพื่อนร่วมงาน สายสัมพันธ์ก็เปลี่ยนเป็นความรัก จนลงเอย แต่งงานกัน เมื่อเตือนตุลาคม 2550

ฉลองครบรอบ แต่งงานกัน คาดหวังกันน้อยลง ยอมรับกันมากขึ้น มีสติที่จะรักกัน “ดีครับเราเหมือนเป็นเพื่อนกัน ความคาดหวังที่เรามีต่อกันมันน้อยลง

ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ดีเพราะมันทำให้เรายอมรับกันมากขึ้น มีความสุขมากขึ้น อยู่กับความเป็นจริงมากขึ้น เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น คนเราเวลาคบกันก็มีความคาดหวังอยู่แล้ว

พอแต่งงานก็ยิ่งคาดหวังว่าจะต้องเป็นแม่เป็นพ่อแบบนั้นแบบนี้ ความคาดหวังเป็นสิ่งที่ดีแต่ถ้าเกิดเรายึดติดกับการคาดหวังมากเกินไปสุดท้ายคนที่เป็นทุกข์ก็คือตัวเรา พอเราโตขึ้นความรักก็ต้องมีวุฒิภาวะมีสติที่จะรักด้วย”

“ตอนนี้ไปไหนมาก็จะเป็นครอบครัว ซึ่งมันก็ดี แต่มันก็ต้องมีบ้างที่เราไปทานข้าวกันสองคน เพราะบางทีถ้าเกิดเรามีอะไรที่จะคุยกัน ลูกอยู่ด้วยมันก็จะไม่ค่อยสะดวกเพราะว่าลูกจะชวนเราไปคุยเรื่องอื่น

ต้องหาเวลาที่เราสองคนได้คุยกันได้พูดกันจริงๆ ส่วนจะสวีตหรือเปล่าไม่รู้ แต่ว่ามันต้องมี คนเราพออยู่ด้วยกันไปนานๆ ทุกวัน ก็จะคิดว่าก็อยู่ด้วยกันทุกวันแล้ว แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเราอยู่ด้วยกันทุกวันแล้วได้มีการสื่อสารกัน เพราะบางทีเราก็ยุ่ง ดังนั้นเราต้องหาเวลาที่จะต้องสื่อสารกัน”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *