รู้จัก ‘พรอย มนสภรณ์’ เจ้าแม่โฆษณา

รู้จัก ‘พรอย มนสภรณ์’ เจ้าแม่โฆษณา

ขึ้นแท่นนางเอกโฆษณาคนใหม่เลยสำหนับสาวคนนี้ สัปดาห์นี้บับังเอิญ เราเลื่อนหน้าฟีดเฟซบุ๊กเจอกับคลิปโฆษณาชิ้นหนึ่ง น่ารักมากๆ คนแชร์กันกระจาย จนเราต้องตามหาตัวนางเอกโฆษณามาคุยกับเราก่อน

เธอคือ พรอยมน มนสภรณ์ ชาญเฉลิม น่ารัก สดใส เฟรนด์ลี่ ทะเล้น ร่าเริงไม่ต่างจากโฆษณาที่เราชม นี่คือเสน่ห์ของเธอ ทำให้เธอได้รับบทต่างๆในหลายโฆษณา

เรียกได้ว่าอนาคตไม่ไกลเธออาจจะเป็นเจ้าแม่โฆษณาก็ได้ ยิ่งได้พูดคุยด้วยเป็นอีกหนึ่งสาววัยรุ่นคนหนึ่งที่พี่แคมปัส รู้สึกหลงรักเธอทั้งความคิดและบุคลิก หลายคนคงอยากรู้แล้วว่าเธอเป็นใครมาจากไหน

ทำอะไรอยู่บ้าง ไปทำความรู้จักกับเธอกันได้จากบทสัมภาษณ์ข้างล่าง จริงๆ พรอยไม่ได้ตั้งใจให้ใครเรียกชื่อ พรอยมนเลย แต่มีคนเรียกเอง พรอยมนไม่ใช่ชื่อจริงของเราแต่มันมาจาก พรอย มนสภรณ์ คนก็อ่านชื่อเรา

จากไอจีว่าพรอยมนๆ คนก็ติดเป็นพรอยมนไปแล้ว เราก็โอเคพรอยมนก็ได้ พรอย หรือ พลอยจริงๆ มันก็ ลอลิง นี่แหละค่ะ ชื่อเล่นจริงๆของเราคือ ‘พลอย’ แต่ช่วงม.ต้นด้วยเหตุผลโง่ๆ เลย มีเพื่อนขโมยยางลบเรา

ต้องเขียนชื่อไว้ แล้วตอนนั้นในห้องเรียนมีคนชื่อพลอยเยอะมาก เราก็เขียนชื่อเป็น รอเรือ ‘พรอย’ ก็ได้ เหตุผลแค่นี้แหละค่ะ พรอยจะได้ไม่ซ้ำกับเพื่อนๆ ที่ชื่อ พลอย (หัวเราะ) เลือกเรียนมัณฑนศิลป์ ศิลปากร

ตั้งแต่ประมาณช่วงม.ปลาย พูดตรงๆว่าเราเป็นคนตั้งใจอยู่แล้วว่าจะไม่เรียนสายวิทย์ เราจะเรียนสายศิลป์ คือเราชอบเรียนคณิต เราไม่ชอบอ่านหนังสือ อีกอย่างที่เลือกเรียนมัณฑนศิลป์เพราะเราเป็นคนชอบแต่งตัว อยู่กับ

แม่ตลอดแม่เราก็เป็นคนชอบแต่งตัวเหมือนกัน เราก็เลยชอบด้านแฟชั่น ก็เลยตัดสินใจว่าจะเรียนด้านนี้เลยไปติวตั้งแต่ตอนอยู่ ม.5พอเราได้ไปติวอาจารย์ที่สอนเราก็แนะนำเราว่าให้ไปเรียนคณะนี้ มัณฑนศิลป์ ศิลปากร

เราก็ลองไปหาข้อมูล เรียนรู้เรื่องคณะนี้ เราคิดว่ามันดูน่าเรียน ดูสนุกด้วยสังคม ด้วยวิชาต่างๆ เราเลยตั้งใจว่าจะเข้าคณะนี้ให้ได้ เราก็เลยไปสอบตรงและก็ได้เข้ามาเรียนที่นี่คณะนี้จบแล้วทำอาชีพอะไรได้บ้าง

จริงๆ ถ้าตามสายงานจริงๆ เราเรียนแฟชั่นก็คงต้องทำพวกดีไซเนอร์อะไรทำนองนั้น แต่พอมาเรียนจริงๆ แล้ว จากประสบการณ์รุ่นพี่เขาไปทำหลากหลายมาก เป็นครีเอทีฟก็มี คือตั้งแต่ปี 1 เราไม่ได้เรียนเสื้อผ้าอย่าง

เดียว มันเรียนทุกอย่าง วาดรูป ออกแบบ พอปีสูงๆ ก็ค่อยออกแบบเสื้อผ้า เรียนจบแล้วทำอะไรบอกก่อนว่าตอนที่เริ่มเรียนแรกๆ มันเหนื่อยมาก(ลากเสียง) เรียนศิลปะเหนื่อย เหนื่อยกว่าเรียนแบบอ่านหนังสืออีก

ตั้งแต่เรียนมหาลัยมาไม่มีสอบอัตนัยเลยค่ะ ทุกการสอบเป็นการส่งงานวาดรูป เย็บเสื้อผ้า ออกแบบนู่นนี่ ตอนแรกยอมรับว่าเรียนไปสักพักเริ่มรู้สึกไม่อยากทำเกี่ยวกับแฟชั่นแล้ว มันรู้สึกเอียนแต่พอหลังจากเริ่มได้

ทำงานในวงการบ้าง ถ่ายนู้นนี่ โฆษณา ก็อยากลองทำเป็ครีเอทีฟเบื้องหลัง แต่ว่าจะเสื้อผ้าโดยตรงมั้ยก็แล้วแต่โอกาสเรายังไม่แน่ใจตรงนั้น ถึงจะเหนื่อย เอียน แต่ก็ยังสนุก?ตอนนี้เราก็ออกแบบเสื้อผ้าได้แล้ว

เพราะต้องทำชุดจริงตั้งแต่ปี 1 ทำมาจนจะจบแล้วก็ยังต้องออกแบบเสื้อผ้าทำชุดจริงอยู่เลย แต่ถึงเราจะต้องทำซ้ำๆ ทำชุดเสื้อผ้าอยู่ตลอดมันเหนื่อยนะ เอียนด้วยแต่เราก็คิดว่ามันยังสนุกกว่าการเรียนแบบ

อ่านหนังสือสอบ เราเริ่มงานจากโฆษณา ชิ้นแรกที่ทำคืออันนั้นยังเป็นแค่การถ่ายกล่องกับน้ำยาย้อมผมคู่กับพิมฐา อันนั้นคืองานแรกในชีวิต หลังจากนั้นเริ่มไปแคสโฆษณาก็ทำมาหลายตัวเหมือนกันค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *