Connect with us

ข่าวบันเทิงดารา

สวนหลังบ้าน ‘เอ็กซ์ จตุรงค์’

สวนหลังบ้าน ‘เอ็กซ์ จตุรงค์’
หลังผันตัวไปใช้ชีวิตเรียบง่าย กับครอบครัว

พาชมสวนหลังบ้าน ‘เอ็กซ์-จตุรงค์ โกลิมาศ’ จากแดนเซอร์ สู่บอยแบนด์ กับความจริงในโลกปัจจุบัน ที่ไม่ใช่ฝันอีกต่อไป บอยแบนด์ขาแดนซ์ วงไฮแจ็ค วงที่ทุกคนจะต้องนึกถึงท่าเต้น สไตล์ความเหมือนที่แตกต่างไม่ว่าจะเป็นเสียงร้อง การเต้น จาก 4 หนุ่ม ซึ่งมีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร กลายเป็นความทรงจำที่ประทับใจของแฟนๆ มาจนถึงทุกวันนี้

ที่แม้กาลเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ก็ไม่ทำให้ความหล่อเหลาของเขาลดลง รวมไปถึงฝีมือการทำงานและจังหวะการเต้นที่ของเอ็กซ์ เอาเป็นว่านาทีนี้ไปย้อนวัยกับหนุ่มเอ็กซ์กันดีกว่าค่ะ

ก่อนที่จะมาเป็น “เอ็กซ์ ไฮแจ็ค” เป็นแดนเซอร์ให้กับศิลปินทุกค่ายตั้งแต่สมัยโลกดนตรี, เรียกว่าวิ่งทุกคอนเสิร์ตทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มมาจากการเป็นแดนเซอร์ (เคยฝันเป็นนักร้องไหม?) ก็เคยมีความคิดอยู่เหมือนกัน เพราะเราเต้นอยู่ข้างหลังเขา

แต่พอดีมาประจวบเหมาะจังหวะดีได้ร่วมงานกับ ทัช ณ ตระกั่วทุ่ง เลยกลายเป็นทีมเดียวกันก๊วนเดียวกันซึ่งทางต้นสังกัดเห็นว่าทีมนี้มันแข็งแรงดี พอเต้นๆ ไปปุ๊บทางต้นสังกัด พี่ปรัชญาปิ่นแก้ว เก็ตไอเดียว่าจะทำหนัง ภาพยนตร์เรื่องแรกของประเทศที่เกี่ยวกับการเต้น แล้วใครล่ะจะเป็นตัวร้าย ซึ่ง 6 คน เขาก็ยังดูๆ อยู่ว่าใคร ไปแคสก็กลายเป็นตัวผม ซึ่งด้วยเหตุผลอะไรผมไม่รู้เหมือนกัน เลยได้เล่นเป็นตัวร้าย

กำเนิดวง ไฮแจ็ค ด้วยเวลาประจวบเหมาะพอดี ทางพี่ปิง ฟรุตตี้ เขาเสนอกับค่าย ว่าน่าจะมีบอยแบนด์ สัก 4 คน เอามาปั้น เป็นนักร้อง และเต้นได้ด้วยแค่นั้นก็โอเค ได้มาเป็นไฮแจ็ค 4 คน ก็ไปเรียนร้องเพลงกัน เก็บตัวประมาณสองปี หลังจากนั้นเริ่มมันส์ละ เริ่มคิด จะดีไหมเนี่ย เพราะเราต้องหยุดเต้น ต้องมาซ้อมร้องเพื่อเป็นนักร้องเต็มตัวมีแอบหวั่นๆ อยู่ว่ากระแสจะออกมาแบบไหน จะได้รับการตอบรับที่ดีหรือเปล่า แต่ช่วงนั้นก็มีความมั่นใจอยู่ระดับหนึ่งนะ ว่าผลตอบรับจะเป็นอย่างไร

แต่นั่นก็เป็นเรื่องของอนาคต จะให้กลับไปเต้นอีกครั้งหนึ่งเหรอ จะได้ไหม ก็น่าจะได้นะ แต่ก็คงงงอยู่เหมือนกัน แต่ในเมื่อวันนั้นเราเบนสายเดินทางไปในเส้นทางของนักร้องตามสัญญาแล้ว การเป็นแดนเซอร์ก็จบแล้วไงเรามาทางด้านการร้องเพลงให้มันเต็มที่ โอเคอันนี้เราก็มาเต็มที่ ทุ่มเท ร้องเพลง เต้น ซึ่งศิลปะการร้องกับการเต้นไปด้วยกันได้ แต่ต้องอาศัยความตั้งใจค่อนข้างมากกว่าปกติ เพราะเราต้องเต้นด้วยควบคุมเสียงร้องให้นิ่งไม่ให้เหนื่อยด้วย

ภาคภูมิใจในตัวเองอย่างไรบ้าง นับเป็นหนึ่งในความฝันของเราด้วย กับการได้ก้าวขึ้นมาเป็นนักร้อง เพราะเราก็เคยฝันนะ หยิบกีตาร์ขึ้นมาร้องเพลงพี่แอ๊ด คาราบาว ผมเป็นคนที่ชอบเสียงดนตรี ชอบอิสระ มีความสุขเวลาได้อยู่กับคน ได้สัมผัสกับบรรยากาศ แต่พอวันหนึ่งได้เป็นแดนเซอร์

เราก็ทำตามหน้าที่ไป ทำงานของเราไป เราก็มีความสุขล่ะได้โชว์ต่อหน้าคน แต่พอวันต่อมาเราได้เป็นนักร้องก็กลายเป็นแบบ เฮ้ย!มันจริงนะ เราก็ทำได้ และก็เป็นการทำได้ที่ต้องบอกตรงๆ นะว่า เราก็ไม่ได้เชิงไขว่คว้าอะไรมากมาย เป็นไปตามสเต็ปของกาลเวลา ซึ่งอาจจะถูกลิขิตมาด้วยพรหมลิขิต ถ้าคิดในแง่นั้น เพราะเราไม่ได้ขึ้นเวทีประกวด เราไม่ต้องไปแข่งขันกับใคร เราก็ทำด้วยหน้าที่และการทำงาน

ชีวิตครอบครัว ดีครับ รู้สึกมีจุดยืนที่ดี มีจุดหมาย เพราะอย่างน้อยก็มีบุตรสาวคนหนึ่งกำลังสวย (หัวเราะ) ผมชอบอย่างหนึ่งคืออารมณ์เขาค่อนข้าง จะมีความสุขกับการเรียนของเขา ตอนนี้เรียนเต้นบัลเล่ต์เขาชอบเต้น ก็เคยคุยกันเรื่องเต้นนะ แต่ไม่เคยมาขอให้พ่อสอน จะมีแบบทำไมท่านี้ทำไม่ได้เราก็จะบอกเทคนิคไปว่าเป็นอย่างงี้นะ ก็ช่วยแนะนำเทคนิคได้ ส่วนพื้นฐานต่างๆ ก็ต้องเป็นที่โรงเรียน

เพราะจะต่างจากผม ซึ่งผมตอนเป็นแดนเซอร์อาศัยครูพักลักจำแต่โรงเรียนเขาจะสอนตั้งแต่เบสิกเสริมสร้างกล้ามเนื้อซึ่งการสอนของเขาต่างจากเรา ก็เลยให้ไปเรียนทางโรงเรียน แต่ถ้าอยากได้เทคนิคนอกเหนือจากที่เรียน ก็ให้มาหาพ่อ ก็ให้เขามีความสุขในการศึกษาหาความรู้

อนาคตตัวเองในวงการ นี่แหละเหนื่อยเลยครับ อย่างที่บอก ชีวิตนักแสดงไม่แน่นอน มีขึ้น-มีลง เราก็ต้องยอมรับในสภาพชีวิตแบบนั้น แล้วนักแสดงรุ่นใหม่ก็เข้ามา และอีกอย่างในอนาคตจะให้ไปทำงานประจำก็คงไม่ทันแล้ว ก็คงไปตามน้ำและตามดวง แต่ที่วางไว้ตอนนี้ก็อยากจะทำธุรกิจส่วนตัวซึ่งต้องทิ้งงานบันเทิงไป แต่เราก็ยังทิ้งไม่ได้เพราะว่าเราก็ยังมีกิเลส (หัวเราะ)

คือที่วางแพลนไว้ว่าจะทำสวนเกษตรปลอดสารที่บ้านแถวตลิ่งชัน ผมชอบนะสนุกดี เพราะเราหว่านพืชไปแล้วเราหวังผลได้ไง ชอบอะไรที่เพื่อสุขภาพอยู่แล้วด้วย บวกกับเราก็อายุมากขึ้น ทำให้เราเข้าใจอะไรมากขึ้น ตอนนี้ก็รื้อบ้านทิ้ง ไถเคลียร์พื้นดิน แต่ก็ต้องลองผิดลองถูกกันไป ทุกอย่างต้องใช้เวลาครับ

เห็นช่วงนี้หันมาเป็นนักปั่น อะไรคือจุดเปลี่ยนให้ชอบการปั่นจักรยาน ชอบอยู่แล้ว พอวันหนึ่งเรามีทรัพย์พอจะซื้อมันสักคัน แล้วมีก๊วนจักรยาน ก็เลยสอยไปปั่นกับก๊วนตอนนี้ก็มีจักรยานที่บ้าน 6 คัน ราคาไม่หนักนะมีหลายประเภท กลายเป็นกิจกรรมที่ชื่นชอบ

ได้สุขภาพได้สมาธิได้ไตร่ตรอง ปั่นไปมีความสุข เหงื่อซึมๆ สุขภาพดีขึ้นนะ ระบบหายใจ สมอง และได้เห็นอะไรหลายๆ อย่างในตอนเช้าๆ เห็นวิถีไทยๆ เราก็จะได้มุมมองและแง่คิดอีกอย่าง ถ้าว่างก็ไปเรื่อยๆ ครับปั่นไกลที่สุดก็จากกรุงเทพฯ ไปพระบาทน้ำพุ

คติประจำใจในการใช้ชีวิต ผมว่าการให้เป็นสิ่งที่ดีที่สุดนะ เราต้องรู้จักการให้ เพราะจริงๆ แล้วมันก็ไม่มีอะไรมาก เรารู้สึกว่าชีวิตก็เหมือนสายน้ำ ที่ต้องมีเส้นในการเดินทาง จะเส้นเล็ก เส้นใหญ่ก็แล้วแต่ และเมื่อไหร่ที่สายน้ำมันโดนกั้นด้วยเศษขยะหรือว่าเขื่อนที่ต้านเราอยู่มันไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้มันก็พัง แน่นอนคงไม่มีแม่น้ำสายไหนที่สามารถไหลย้อนกลับไปยังต้นน้ำได้ เหมือนกับชีวิตเราที่ไม่มีเวลาให้ได้ย้อนกลับไปแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ฉะนั้นจงทำวันนี้ให้เป็นปัจจุบันที่ดีที่สุด

สงวนลิขสิทธิ์ © 2020 สำนักข่าวทัตสโตร์ออนไลน์
TRUSTSTORE ONLINE BY OKINFINITY LIMITED PARTNERSHIP (THAILAND)

More in ข่าวบันเทิงดารา

error: ©2019 Truststore Online by OK INFINITY LIMITED PARTNERSHIP THAILAND การคัดลอกบทความถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ หากพบการละเมิดใดๆ ถือเป็นสิทธิอันชอบธรรม ที่บริษัทฯ จะดำเนินคดีตามกฏหมายทั้งแพ่งและอาญาอย่างสูงสุด