Connect with us

ข่าวบันเทิงดารา

สวนผักหลังบ้าน ‘คิง ก่อนบ่าย’

สวนผักหลังบ้าน ‘คิง ก่อนบ่าย’ (ชมภาพ)

เส้นทางชีวิตของตลกชื่อดัง คิง ก่อนบ่าย ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ชีวิตล้มลุกคลุกคลาน กว่าจะมาเป็นอย่างเช่นทุกวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยทีเดียว ล่าสุดเจ้าตัวได้มาพูดคุยผ่านทาง รายการทางช่อง one31

กว่าจะมีวันนี้ ชีวิตก่อนจะมาเป็น คิง ก่อนบ่าย เป็นยังไง? “ชีวิตผมล้มลุกคลุกคลานมาเยอะครับ ตอนนั้นผมเรียนช่างยนต์ พอเรียนจบก็ทำงานในพื้นที่ เป็นเซลส์ขายรถยนต์

แล้วก็หลังจากนั้นขึ้นมาเป็นผู้จัดการศูนย์รถยนต์ แต่ว่าด้วยช่วงนั้นเราเป็นวัยรุ่นเราก็ไม่มีความรับผิดชอบกับตัวเองสักเท่าไร

เราก็ต้องรับผิดชอบเลี้ยงดูเขา ก็ทำงานแล้วเลี้ยงดูเขาไปด้วย แล้วเราก็มีอาชีพเล่นตลกไปด้วย เล่นตลกตามงานบวช งานบุญ งานแต่ง ยกเว้นงานฟรีอย่างเดียวที่ไม่ค่อยไป

ตอนนั้นประมาณช่วง 18 ค่าตัวเล่นตลกงานวัดคืนละ 300 บ. ตอนนั้นใช้ชื่อ King ซุปเปอร์ฮาในการขึ้นโชว์ แล้วก็ใฝ่ฝันว่าอยากมีคณะตลกเป็นของตัวเองครับ”

มีงานเยอะไหม? “งานก็จะมีเฉพาะเสาร์ อาทิตย์ เราจะรับได้แค่เฉพาะช่วงนั้น เพราะว่าวันปกติเราทำงานที่ศูนย์รถยนต์ครับ”

ชีวิตช่วงนั้น ฟังดูเหมือนน่าจะดี? “ชีวิตน่าจะดีครับ แต่ว่ามันสายงานการบริหาร เราเลยรู้สึกว่ามันยังไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของเรา เพราะว่าเราชอบในเรื่องของตลกทะเล้น

ตลกโปกฮาอะไรอย่างนี้ วันหนึ่งเราก็เล่นคอมพิวเตอร์แล้วก็เจอรายการก่อนบ่ายคลายเครียด เขาประกวดรับสมัคร ค้นคว้าหาดาวตลก เราสนใจก็เลยส่งประวัติไป แล้วเขาก็ตอบรับให้เรามาออดิชั่น

ตอนนั้นคำว่าออดิชั่นเรายังไม่รู้จักว่ามันคืออะไร แต่คิดว่ามันน่าจะยิ่งใหญ่แน่นอน เหมือนถูกคัดเลือกมาแล้วอะไรแบบนี้ เราก็ดีใจที่ได้รับเลือก

หลังจากนั้นเราก็เข้ามากรุงเทพฯ เตรียมอุปกรณ์ที่จะเล่นตลกมาอย่างดี แต่พอมาเห็นคนที่ถูกคัดเลือกมา เราอยากกลับบ้านเลยครับ มีประมาณ 600 กว่าคน เราก็คิดเลยว่าเราจะเอาอะไรไปสู้เขา

แต่ไหนๆ ก็มาแล้ว ก็เลยเข้าไปรอการออดิชั่น แล้วเราก็ขึ้นโชว์เล่นมุกไปเรื่อยๆ จนจะลงสุดท้าย พ่อเป็ดก็ถาม ผมได้ยินว่า นั่งลงได้ไหม? ผมก็นั่งพับเพียบเลย แต่จริงๆ แล้วพ่อเป็ดเขาถามว่า เล่นหนังตะลุงได้ไหม? คนก็ขำกันปรบมือให้ ปรากฏว่า เขาก็กดให้ผ่าน เราเข้ารอบ 30 คน

เราก็เลยตัดสินใจว่า ถ้าเราทำงานที่บริษัทแล้วเราเล่นตลกไปด้วย ทำงาน 2 อย่างเดี๋ยวมันจะไม่ได้ดีสักอย่าง ก็เลยตัดสินใจลาออกจากงานประจำ เพราะว่าตอนนั้นใจเราไม่ได้อยู่กับงานประจำแล้ว แล้วตอนหลังเราก็มาเรียนด้วยกันกับผู้เข้ารอบทั้ง 30 คน”

คู่นี้คบมานานเท่าไรแล้ว? คิง “9 ปี ถามว่าเจอได้ยังไง ก็มีพี่ในทีมงานก่อนบ่าย คลายเครียด แนะนำตอนนั้นเขาเป็นโปรดิวเซอร์ แล้วลาออกไปเปิดร้านอาหารที่เชียงใหม่ แล้วช่วงผมกำลังอกหักพอดี

แล้วน้องอายไปทำงานที่ร้านของพี่ชายพอดี เขาก็โทรศัพท์มาหาผม ถามว่าตอนนี้มึงคบใครอยู่ ผมบอกว่ายังไม่มี ผมคุยไปเรื่อยๆ เขาบอกเดี๋ยวมีคนแนะนำให้รู้จัก เขาก็ส่งรูปอายมาให้ แล้วผมก็ส่งรูปผมไปให้เขาดู”

มาเจอกันได้ยังไง? คิง “พอส่งรูปไปให้ ผมก็ขอเบอร์จากพี่ชาย ผมก็โทร.ไป แล้วเขาก็คุยกับผมครั้งเดียว แล้วหลังจากนั้นเขาก็ไม่คุย แต่หลังๆ เขาก็คุยด้วย

แล้วก็ช่วงนั้นร้านพี่ชายจะจัดงาน แล้วเอาผมไปเป็นพิธีกร ก็กะจะขึ้นไปหา แล้วเขาพักอยู่คนเดียว ก็โทร.ตามเขาลงมากินก๋วยเตี๋ยวด้วยกัน”

เห็นครั้งแรกเป็นยังไง? อาย “หนูเฉยๆ ไม่ชอบอยู่แล้ว” แล้วไปจีบยังไงถึงติด? คิง “ตื๊อ แล้วโทร.คุยเรื่อยๆ เรารู้ว่าเขาอกหักอยู่ ก็คุยประมาณ 4-5 เดือนได้ เราก็บอกว่าคุณก็อกหัก เราก๊อกหัก เราลองมาอยู่ด้วยกันไหม ถ้าอยู่ไม่ได้ก็เลิกกันด้วยดี”

More in ข่าวบันเทิงดารา

error: ©2019 Truststore Online by OK INFINITY LIMITED PARTNERSHIP THAILAND การคัดลอกบทความถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ หากพบการละเมิดใดๆ ถือเป็นสิทธิอันชอบธรรม ที่บริษัทฯ จะดำเนินคดีตามกฏหมายทั้งแพ่งและอาญาอย่างสูงสุด