วันจันทร์, 1 มิถุนายน 2563

‘หนิง นิรุตติ์’ อยู่ ‘ไร่ทองจันทร์’

ใช้ชีวิตอยู่ ‘ไร่ทองจันทร์’ ของ ‘หนิง นิรุตติ์’ พักอาศัยเพียงคนเดียว ช่วงโควิด (ชมภาพ)

เป็นที่ทราบกันดีว่า คุณนิรุตติ์ ศิริจรรยา หรือที่ใครต่อใครเรียกขานด้วยความเคารพว่า “อาหนิง” ได้หลีกเร้นหนีความวุ่นวายของเมืองใหญ่ไปใช้ชีวิตที่บ้านไร่จังหวัดจันทบุรีมากว่าห้าปีแล้ว

ครองตัวเป็นโสดตลอดมา นักแสดงรุ่นน้องหลายต่อหลายคนต่างยึดเขาเป็นแบบอย่างและเรียกเขาว่า “พ่อ” อย่างสนิทใจ

ใครต่อใครต่างสงสัยว่า ผู้ชายที่ใช้ชีวิตบั้นปลายแต่เพียงลำพังขาดคนรู้ใจ จะไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงาบ้างเชียวหรือ คำกล่าวที่ว่า “โสดแต่สุข” นั้นเป็นจริงแค่ไหน คงต้องค้นหาความจริงกันหน่อยแล้ว

ทำอย่างไรถึงจะอยู่คนเดียว แต่ก็ยังมีความสุขได้ล่ะคะ ผมมีความรักและความเข้าใจจากเพื่อนร่วมงาน เวลาไปกองถ่ายแค่ได้ซื้อขนมมากินด้วยกันก็มีความสุขแล้ว

บางครั้งผมอยู่โป่งน้ำร้อนจังหวัดจันทบุรี มีงานถ่ายที่เมืองกาญจน์ก็ได้ไปเจอผู้ร่วมงานใหม่ๆหรือไปเขาใหญ่ก็ได้เจอเพื่อนอีกกลุ่มหนึ่ง

ขับรถกลับบ้านโป่งน้ำร้อนเจอเจดีย์ 3 องค์ เป็นเจดีย์เก็บอัฐิของคุณแม่ คุณย่า คุณอรวรรณผมก็มีความสุขที่ได้นั่งคุยกับเขา

เขาจะได้ยินผมหรือเปล่าผมไม่รู้ แต่ผมไม่ได้ยินเขาแน่ (หัวเราะ) แค่มีหมาอีกตัวนั่งอยู่ข้างๆ ก็มีความสุขแล้ว

ผมไม่ยึดติดว่าความสุขต้องเป็นเรื่องราวที่ผ่านมาแล้วทำให้ยิ้มได้เท่านั้น ความสุขของผมเกิดขึ้นได้ทุกวันทุกเวลา

แล้วแต่ว่าจะไปเจอะเจอใครหรือทำอะไร หรือไปอยู่ในสถานที่ไหน ความสุขที่ผ่านมาผมไม่เคยจำ ส่วนความทุกข์ที่ผ่านมาก็ทิ้งไปหมด

ทุกวันนี้เราก็มีความสุขได้ แค่ตื่นเช้าขึ้นมา ได้ดื่มน้ำดีๆ ดื่มกาแฟอร่อยๆ หอมๆ ก็มีความสุขแล้ว ต้องเข้าใจสัจธรรมว่า ความสุขความทุกข์ไม่อยู่กับเรานาน

ถ้าทุกข์นานไปแล้วสุขอยู่กับเรานานอาจจะหัวเราะคนเดียวจนต้องเข้าโรงพยาบาล เพราะฉะนั้นชีวิตเราจึงปนไปด้วยสุขและทุกข์ ไม่มีอะไรจีรัง ไม่มีอะไรจะอยู่กับเราได้ตลอดไป แม้กระทั่งตัวเราเอง

ผมคิดว่าความสุขมีได้เยอะแยะ เห็นอะไรก็มีความสุขได้อย่างหน้าหนาวที่ไร่ทองจันทร์ กลางคืนผมก็นั่งมองดาวบนฟ้า คนถามว่า ไม่เหงาเหรอ ไม่นะ

เพราะเวลาผมนั่งมองดาว ผมเห็นอะไรมากมาย คนที่มองไม่เห็นหรือเห็นแต่ดาวสิเหงา แต่ผมมองดาวแล้วเห็นเป็นภาพมากมาย

พอมีเมฆมาบังเป็นแบบนี้ มีภูเขาอยู่ข้างหลังดาวสวยแบบนี้ มีภาพเกิดขึ้นตลอดเวลา พอง่วงผมก็นอนจึงอยู่ได้

บางคนบอกว่า “งานทำให้มีความสุข” ผมว่าไม่ใช่หรอก งานไม่ได้ทำให้เรามีความสุข แต่เราต่างหากที่บังคับจิตใจของเราให้ “มีความสุขกับงาน” ตัวงานจริงๆ มีความเครียด ต้องคิด มีปัญหาให้เราแก้ไข

แต่เราจะมองงานนั้นอย่างไร ถามว่าตอนนั้นหมอมีความสุขไหม คงไม่ แต่จะมีความสุขต่อเมื่อคนสบายดีแล้ว ผลจากงานมากกว่าที่ทำให้เรามีความสุข เพราะได้ทำประโยชน์เพื่อคนอื่น

สงวนลิขสิทธิ์ © 2020 สำนักข่าวทัตสโตร์ออนไลน์
TRUSTSTORE ONLINE BY OKINFINITY LIMITED PARTNERSHIP (THAILAND)

error: ©2019 Truststore Online by OK INFINITY LIMITED PARTNERSHIP THAILAND การคัดลอกบทความถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ หากพบการละเมิดใดๆ ถือเป็นสิทธิอันชอบธรรม ที่บริษัทฯ จะดำเนินคดีตามกฏหมายทั้งแพ่งและอาญาอย่างสูงสุด