‘วี’ ผันตัวเป็นผู้กำกับ

0
15

ทำงานทุกวัน แทบไม่มีวันหยุด
‘วี วีรภาพ’ ผันตัวเป็นผู้กำกับ อุทิศตนเพื่องานที่รัก

คว่ำหวอดอยู่ในวงการบันเทิงมานาน เก็บเกี่ยวประสบการณ์มาเยอะ เลยทำให้ “วี” วีรภาพ สุภาพไพบูลย์ โดดมานั่งเก้าอี้ผู้กำกับครั้งแรกในละครเรื่อง “เจ้าสัวมั่วนิ่ม” นานๆ จะได้ทั้งทีเลยต้องขออัพเดทเรื่องความรักไปด้วยเลยแล้วกัน

ปรับบทบาทมาผู้กำกับ? “จริงคือเริ่มจากผมทำค่ายละคร รับบทบาทผู้จัดมาหลายเรื่องแล้ว กีต้าร์ก็บอกว่าถึงเวลาที่ผมจะต้องกำกับได้แล้ว ดูเพื่อนรุ่นเดียวกันอย่างเติ้ล ตะวัน พี่วุธ อัษฎาวุธ โอลิเวอร์เขาก็ทำกันเองแล้ว เราจะได้เข้าใจอย่างท่องแท้ บิ๊วท์ผมมาตั้งแต่เรื่องที่แล้ว แต่ตอนนั้นผมติดละครเรื่องระบำมาร แล้วก็ทำพิธีกรรายการด้วย ก็เลยบอกเขาว่าเรื่องหน้าแล้วกันเพราะเป็นเรื่องที่ผมอยากทำด้วย จะทำเรื่องแรกทั้งทีก็ต้องเป็นฝาแฝด ก็ลงตัวที่เจ้าสัวมั่วนิ่มครับ”

- Advertisement -

ปรึกษาใครบ้างไหม? “ไม่ได้ถึงขนาดนั้น เราอยู่วงการมา 20 ปี ผ่านการร่วมงานกับผู้กำกับมาหลายคนที่เป็นอาจารย์ของเรา ร่วมงานกับนักแสดงหลายท่าน หลายบริษัทละคร เราก็เก็บเกี่ยวเอามาจากตรงนี้ ประกอบกับเราเป็นผู้จัดละครต้องเข้าห้องตัดต่อด้วยอยู่แล้ว เราก็เลยมองภาพรวมออก

โชคดีที่เป็นนักแสดงมาก่อนเราก็เลยเข้าใจเรื่องนี้ ตอนแรกก็คิดว่าประสบการณ์เราโอเค ไม่น่าจะเหนื่อยมาก แต่พอเอาเข้าจริงเหนื่อยมาก เป็นนักแสดงสบายกว่าเยอะ แต่เป็นความเหนื่อยที่เราสนุกไปด้วย อีกอย่างคือเรามีจิตวิญญาณของความเป็นเจ้าของด้วย งานของบริษัทเรา เป็นงานกำกับเรื่องแรกของเราด้วยก็เลยเครียด กลัวงานจะออกมาไม่ดี”

ยากแค่ไหนกับการกำกับครั้งแรก? “ตอนนี้ผมสวมหมวก 2 ใบ คือหมวกในฐานะผู้จัดและผู้กำกับละคร เราต้องมองภาพรวมแล้วก็มองเหนือภาพรวมไปอีกที บางทีในใจผู้กำกับเราอยากได้นักแสดงประกอบ 20คน แต่อีกหมวกที่เป็นผู้จัดก็ถามตัวเองว่าจะเกินงบไหม จะทำยังไงดี มีความสวนทางในตัวเองนิดนึง”

คาดหวังไว้ยังไง เพราะละครค่ายเราทุกเรื่องเรตติ้งดี แล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่เรากำกับด้วย? “ตอนแรกผมคิดว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด แต่เชื่อว่าลึกๆแล้วคนทำงานก็ต้องแอบหวัง แต่ที่กดดันคือบริษัทผมทำละครเรตติ้งดีทุกเรื่อง เราจะพลาดไม่ได้นะ”

ทำไมเราถึงอยากทำเรื่องนี้ พระเอกเป็นแฝด? “ผมชอบอะไรที่ท้าทาย อีกอย่างเราเคยผลิตละครที่เป็นฝาแฝดคือผักบุ้งกุ้งนาง เรตติ้งดีมาก ทำแฝดหญิงไปแล้ว ลองแฝดชายบ้างดีกว่า”

พอได้เห็นผลงานของตัวเองในสองบทบาทแล้วรู้สึกยังไงบ้าง? “ตอนนี้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้ว รอถาายทำเสร็จก็เข้าไปตัดต่อ เราทำสุดความสามารถแล้ว ทุกอย่างอยู่ที่คนดู ณ ตอนนั้นว่าจะเป็นยังไง”

เขินไหมเวลาคนเรียกเราว่าผู้กำกับ? “ก็มีบ้างครับ แต่ด้วยความเป็นผู้กำกับเราต้องมีสมาธิกับงานมากๆ เพราะงานค่อนข้างจะจริงจัง เราต้องคุมทุกอย่าง ใครถามอะไรก็ต้องตอบได้หมด เราต้องฟันธงให้ทีมงานได้ คิวแรกๆ นี่ทำให้ผมนอนไม่หลับเลย นั่งคิดว่าวันนี้เราทำดีมั้ย พลาดตรงไหนหรือเปล่า วันรุ่งขึ้นจะยังไงต่อ แต่พอตอนนี้ก็เริ่มปรับตัวได้”

ความรักดูเงียบไปเลย? “เอาจริงๆนะ ด้วยเวลาที่มันน้อยมาก ตอนนี้มีคุยบ้าง แต่ไม่ได้หวือหวา อะไรแล้ว ตามวัย ปีนี้อายุ39ปีแล้วไม่ได้หวือหวา โลดโผนเหมือนตอนเด็กแล้ว คุยกันแบบผู้ใหญ่ๆพฤหัสฯ-อาทิตย์ ต้องออกกอง วันจันทร์ประชุม อังคาร-พุธ ต้องอัดรายการ “ศึกร่วมชายคา” เวลาแทบจะหายไปแล้ว”

แต่เรามีคนคุยอยู่ไหม? “มีครับ แต่ด้วยวัยคงไม่ได้เปิดตัวหวือหวา” / ผู้หญิงเข้าใจใช่ไหม? “ครับ ถ้าไม่เข้าใจก็คงไม่ได้คุยกัน”

คนนี้ทำอะไรให้เรารู้สึกสบายใจที่จะคุยด้วย? “พอวัยโตขึ้น เราต้องการความง่ายในชีวิตมากขึ้น ด้วยภาระหน้าที่การงานความรับผิดชอบมันเยอะอยู่แล้ว ถ้าความรักมันทำให้สิ่งพวกนี้มันปวดหัวอีกก็อย่ามีดีกว่า ก็ขอมีแล้วทำให้เราไม่ลำบากดีกว่า”

คาดหวังกับความรักวัย39ปียังไง? “เรามองแบบผู้ใหญ่เลย ไม่ได้หวือหวา ฉาบฉวย คุยกันแบบเข้าใจ เราเองก็ผ่านอะไรมาเยอะ มันเลยทำให้จิตใจและความคิดมันตกผลึกได้เยอะครับ”

ส่วนตัวอยากแต่งงานไหม? “เอาจริงๆนะ ใจผมเป็นช่วงๆ อยากแต่งมาก อีกช่วงหนึ่งก็คิดว่า น้องชายแต่งงานแล้วด้วย ก็คลายความกดดัน บ้านผม พ่อมีลูกชาย 3 คน ตอนแรกพ่อก็คาดหวังว่าจะให้ลูกชายคนโตแต่ง แต่ตอนนี้อารมณ์ประมาณว่าผมแต่งก็ได้ ไม่แต่งก็ได้ ไม่ซีเรียสขนาดนั้นครับ”

คบกันนานรึยัง? “อย่าเรียกว่าคบเลยครับ ก็เรียกว่าพูดคุยศึกษาดูใจกันไปครับ ไม่ได้เรียกว่าเป็นแฟนกันนะ ตอนนี้ด้วยงานตอนนี้ผมไม่มีสิทธิ์ไปเป็นเจ้าของใคร”

วัยห่างกันเยอะไหม? “ก็ห่างครับ คือผมชอบผู้หญิงอายุเด็กกว่าครับ” / ไม่ซีเรียสเรื่องการแต่งงานแล้วเรื่องการมีครอบครัวล่ะ? “ไม่ซีเรียสเลย ผมก็ปล่อยให้เป็นตามธรรมชาติไปครับ ไม่ได้ต้องแต่งอายุเท่านี้นะ อีกกี่ปีต้องมีลูกนะ ก็ไม่ได้ขนาดนั้น”

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here