วันศุกร์, 5 มิถุนายน 2563

ย้อนตำนาน ‘ดิอิมพอสซิเบิ้ล’ ‘อาต้อย’ อดีตร้องนำวงเก๋า

ย้อนตำนาน ‘ดิอิมพอสซิเบิ้ล’ ‘อาต้อย เศรษฐา’ อดีตนักร้องนำวงเก๋า(ชมภาพ)

ถ้าเอ่ยถึงชื่อ “เศรษฐา ศิระฉายา” ในตอนนี้ผู้คนในวงการบันเทิงไทยต่างเรียกขานว่า “อาต้อย” “พี่ต้อย” ถือเป็นบุคคลตัวอย่างของศิลปินนักแสดงรุ่นหลังที่ก้าวมาสู่เส้นทางวงการบันเทิง เพราะไม่เพียงมีผลงานในอดีตที่เลื่องชื่อ

แต่ปัจจุบันก็ยังมีผลงานทั้งคอนเสิร์ตใหญ่-น้อย ร้องเพลงบ้างประปราย งานการแสดงอีก เรียกว่าเป็นบุคคลทรงคุณค่าในวงการ นอกจากนี้ยังเป็นประธานกรรมการ มูลนิธิสวัสดิการนักแสดงอาวุโส ช่วยเหลือเพื่อนพ้องนักแสดงด้วยกัน ในปี 2544 เศรษฐา ได้รับการยกย่องเป็น “ศิลปินแห่งชาติ” สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทยสากล-ขับร้อง) วันนี้เขาเดินทางมาถึงวัย 70 ปี ผ่านร้อน ผ่านหนาว ผ่านประสบการณ์ชีวิตมามากมาย

เส้นทางชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ต้องฝ่าฟันอุปสรรค ขวากหนาม มาตั้งแต่เด็ก จนอายุได้ 17 ปี ก็ได้รับการสนับสนุนจากน้าชาย (สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์) ที่เป็นผู้ชักนำเข้าสู่วงการบันเทิง ได้เรียนรู้การใช้ชีวิต ที่ต้องอดทน ความใฝ่รู้ และตั้งใจจริง จึงได้รับโอกาสในการร้องเพลง ใครจะคิดฝันว่าเด็กชายเมื่อวัย 12 ปี จับไมค์ครั้งแรก คือ การประกวดร้องเพลงงานวัด และใช้ชีวิตไปกับการตระเวนกับวงดนตรี ในฐานะเด็กยกเครื่องดนตรี เขาจะมีโอกาสจับไมค์ในฐานะนักร้องนำของวงแบบขัดตาทัพ

และนับจากนั้น เศรษฐาก็ยังไม่เคยวางไมค์จากการร้องเพลงอีกเลย ก่อนจะมาเป็นนักร้องนำวงดิอิมพอสซิเบิ้ลส์ เศรษฐาและเพื่อนๆ ก่อตั้งวงหลุยส์กีตาร์เกิร์ล รับงานจ้างร้องเพลงตามคาเฟ่ต่างๆ ส่วนวงดิอิมพอสซิเบิ้ลส์ยุคบุกเบิก ประกอบไปด้วย วินัย พันธุรักษ์, พิชัย ทองเนียม, อนุสรณ์ พัฒนกุล และสุเมธ อินทรสูต ชื่อวงมาจากหนังการ์ตูนสุดฮิตในสมัยนั้น โดยเศรษฐาเป็นผู้ตั้งชื่อวงเอง วงมีชื่อเสียงว่าเล่นสนุก โดยเฉพาะแนวเพลงที่เล่นเป็นการร้องประสานเสียง

ซึ่งถือว่าเป็นวงดนตรีวงแรกที่ริเริ่มร้องเพลงประสานเสียง จนกลายเป็นวงที่มีคนฟังมากที่สุด มีงานแสดงตามโรงภาพยนตร์ในรอบปฐมทัศน์ของภาพยนตร์ไทย รวมทั้งการแสดงตามเวทีลีลาศ ทั้งที่สวนลุมพินี สวนอัมพร วงดิอิมพอสซิเบิ้ลส์ เป็นวงที่คว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดวงดนตรี สตริง คอมโบ้ 3 ปีซ้อน (2512/2513/2515)

อีกหนึ่งความภูมิใจของวงดนตรีสายเลือดไทย คือ กลางปี 2515 ได้รับการติดต่อให้ไปทำการแสดงที่มลรัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา 1 ปีเต็ม และได้รับความนิยมประสบความสำเร็จมาก แม้จะเป็นวงที่โด่งดังมาก แต่งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา เมื่อเดือน เม.ย. ปี 2519

วงดิอิมพอสซิเบิ้ลส์แถลงข่าวยุบวงอย่างเป็นทางการ หลังจากนั้นได้เดินทางไปเล่นที่โรงแรมมาเจสติค กรุงไทเป ไต้หวัน เป็นเวลา 4 เดือน หลังกลับเมืองไทย เดือน ต.ค. 2519 วงดิอิมพอสซิเบิ้ลส์ก็ได้เปิดการแสดงส่งท้าย คืนละ 3 แห่ง คือที่ แมนฮัตตันคลับ โรงแรมแมนฮัตตัน สุขุมวิทซอย 15 ทอปเปอร์คลับ ตึกนายเลิศ สุขุมวิท

และเดอะฟอกซ์ ชั้นจอดรถใต้ดิน เป็นการอำลา ปัจจุบันเห็นเศรษฐาในฐานะนักแสดงเด่นชัด ซึ่งผลงานแสดงเรื่องแรกของเขาคือ ภาพยนตร์ “ฝ้ายแกมแพร” แจ้งเกิดสวยงามด้วยรางวัลตุ๊กตาทองพระราชทาน ในฐานะนักแสดงสนับสนุนชายยอดเยี่ยม จากนั้นจึงเบนเส้นทางมาเป็นนักแสดงเต็มบทบาท ก่อนที่จะมีผลงานอื่นๆ ตามมา ทั้งพิธีกร ผู้กำกับเจ้าของรายการ

เรียกว่าทำงานทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลัง ส่วนชื่อเสียในวงการบันเทิงนั้นแทบไม่มีปรากฏ แม้จะยุบวงดิอิมพอสซิเบิ้ลส์ในครั้งนั้น แต่วงดิอิมพอสซิเบิ้ลส์ไม่เคยเลือนหายไปจากความทรงจำของผู้คนร่วมสมัย แม้กระทั่งเด็กรุ่นใหม่ยังรู้จัก เพราะวงได้เป็นที่กล่าวขานบอกเล่ากันเป็นตำนาน ของวงดนตรีไทยที่มีชื่อเสียงมากแห่งยุค นอกเหนือจากนั้นยังมีศิลปินในยุคต่างๆ นำเพลงของวงมาร้องใหม่ ทำดนตรีใหม่

และสมาชิกในวงเองก็มีการรวมตัวเฉพาะกิจจัดแสดงคอนเสิร์ตอยู่หลายครั้ง มีอัลบั้มพิเศษออกมาบ้าง และเศรษฐาเองก็ยังโลดแล่นในวงการบันเทิง ใครเห็นหน้าเศรษฐาแม้จะในบทบาทการแสดง พิธีกร ก็ยังจดจำเขาได้ว่า ดิอิมพอสซิเบิ้ลส์ มันเป็นเรื่องที่เป็นไปได้อย่างนั้น เพราะผลงานสร้างชื่อ ผู้คนจะไม่ลืมเลือน

error: ©2019 Truststore Online by OK INFINITY LIMITED PARTNERSHIP THAILAND การคัดลอกบทความถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ หากพบการละเมิดใดๆ ถือเป็นสิทธิอันชอบธรรม ที่บริษัทฯ จะดำเนินคดีตามกฏหมายทั้งแพ่งและอาญาอย่างสูงสุด