ย้อนตำนาน ‘ดิอิมพอสซิเบิ้ล’ ‘อาต้อย’ อดีตร้องนำวงเก๋า

0
87

ย้อนตำนาน ‘ดิอิมพอสซิเบิ้ล’
‘อาต้อย เศรษฐา’ อดีตนักร้องนำวงเก๋า(ชมภาพ)

ถ้าเอ่ยถึงชื่อ “เศรษฐา ศิระฉายา” ในตอนนี้ผู้คนในวงการบันเทิงไทยต่างเรียกขานว่า “อาต้อย” “พี่ต้อย”
ถือเป็นบุคคลตัวอย่างของศิลปินนักแสดงรุ่นหลังที่ก้าวมาสู่เส้นทางวงการบันเทิง เพราะไม่เพียงมีผลงานในอดีตที่เลื่องชื่อ

แต่ปัจจุบันก็ยังมีผลงานทั้งคอนเสิร์ตใหญ่-น้อย ร้องเพลงบ้างประปราย งานการแสดงอีก เรียกว่าเป็นบุคคลทรงคุณค่าในวงการ
นอกจากนี้ยังเป็นประธานกรรมการ มูลนิธิสวัสดิการนักแสดงอาวุโส ช่วยเหลือเพื่อนพ้องนักแสดงด้วยกัน
ในปี 2544 เศรษฐา ได้รับการยกย่องเป็น “ศิลปินแห่งชาติ” สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทยสากล-ขับร้อง)
วันนี้เขาเดินทางมาถึงวัย 70 ปี ผ่านร้อน ผ่านหนาว ผ่านประสบการณ์ชีวิตมามากมาย

เส้นทางชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ต้องฝ่าฟันอุปสรรค ขวากหนาม มาตั้งแต่เด็ก จนอายุได้ 17 ปี
ก็ได้รับการสนับสนุนจากน้าชาย (สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์) ที่เป็นผู้ชักนำเข้าสู่วงการบันเทิง
ได้เรียนรู้การใช้ชีวิต ที่ต้องอดทน ความใฝ่รู้ และตั้งใจจริง จึงได้รับโอกาสในการร้องเพลง

- Advertisement -

ใครจะคิดฝันว่าเด็กชายเมื่อวัย 12 ปี จับไมค์ครั้งแรก คือ การประกวดร้องเพลงงานวัด
และใช้ชีวิตไปกับการตระเวนกับวงดนตรี ในฐานะเด็กยกเครื่องดนตรี
เขาจะมีโอกาสจับไมค์ในฐานะนักร้องนำของวงแบบขัดตาทัพ

และนับจากนั้น เศรษฐาก็ยังไม่เคยวางไมค์จากการร้องเพลงอีกเลย
ก่อนจะมาเป็นนักร้องนำวงดิอิมพอสซิเบิ้ลส์ เศรษฐาและเพื่อนๆ ก่อตั้งวงหลุยส์กีตาร์เกิร์ล
รับงานจ้างร้องเพลงตามคาเฟ่ต่างๆ ส่วนวงดิอิมพอสซิเบิ้ลส์ยุคบุกเบิก

ประกอบไปด้วย วินัย พันธุรักษ์, พิชัย ทองเนียม, อนุสรณ์ พัฒนกุล และสุเมธ อินทรสูต
ชื่อวงมาจากหนังการ์ตูนสุดฮิตในสมัยนั้น โดยเศรษฐาเป็นผู้ตั้งชื่อวงเอง
วงมีชื่อเสียงว่าเล่นสนุก โดยเฉพาะแนวเพลงที่เล่นเป็นการร้องประสานเสียง

ซึ่งถือว่าเป็นวงดนตรีวงแรกที่ริเริ่มร้องเพลงประสานเสียง จนกลายเป็นวงที่มีคนฟังมากที่สุด
มีงานแสดงตามโรงภาพยนตร์ในรอบปฐมทัศน์ของภาพยนตร์ไทย รวมทั้งการแสดงตามเวทีลีลาศ ทั้งที่สวนลุมพินี สวนอัมพร
วงดิอิมพอสซิเบิ้ลส์ เป็นวงที่คว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดวงดนตรี สตริง คอมโบ้ 3 ปีซ้อน (2512/2513/2515)

อีกหนึ่งความภูมิใจของวงดนตรีสายเลือดไทย คือ กลางปี 2515 ได้รับการติดต่อให้ไปทำการแสดงที่มลรัฐฮาวาย
สหรัฐอเมริกา 1 ปีเต็ม และได้รับความนิยมประสบความสำเร็จมาก
แม้จะเป็นวงที่โด่งดังมาก แต่งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา เมื่อเดือน เม.ย. ปี 2519

วงดิอิมพอสซิเบิ้ลส์แถลงข่าวยุบวงอย่างเป็นทางการ หลังจากนั้นได้เดินทางไปเล่นที่โรงแรมมาเจสติค กรุงไทเป ไต้หวัน
เป็นเวลา 4 เดือน หลังกลับเมืองไทย เดือน ต.ค. 2519 วงดิอิมพอสซิเบิ้ลส์ก็ได้เปิดการแสดงส่งท้าย คืนละ 3 แห่ง
คือที่ แมนฮัตตันคลับ โรงแรมแมนฮัตตัน สุขุมวิทซอย 15 ทอปเปอร์คลับ ตึกนายเลิศ สุขุมวิท

และเดอะฟอกซ์ ชั้นจอดรถใต้ดิน เป็นการอำลา ปัจจุบันเห็นเศรษฐาในฐานะนักแสดงเด่นชัด
ซึ่งผลงานแสดงเรื่องแรกของเขาคือ ภาพยนตร์ “ฝ้ายแกมแพร”
แจ้งเกิดสวยงามด้วยรางวัลตุ๊กตาทองพระราชทาน ในฐานะนักแสดงสนับสนุนชายยอดเยี่ยม

จากนั้นจึงเบนเส้นทางมาเป็นนักแสดงเต็มบทบาท ก่อนที่จะมีผลงานอื่นๆ ตามมา ทั้งพิธีกร ผู้กำกับเจ้าของรายการ

เรียกว่าทำงานทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลัง ส่วนชื่อเสียในวงการบันเทิงนั้นแทบไม่มีปรากฏ
แม้จะยุบวงดิอิมพอสซิเบิ้ลส์ในครั้งนั้น แต่วงดิอิมพอสซิเบิ้ลส์ไม่เคยเลือนหายไปจากความทรงจำของผู้คนร่วมสมัย

แม้กระทั่งเด็กรุ่นใหม่ยังรู้จัก เพราะวงได้เป็นที่กล่าวขานบอกเล่ากันเป็นตำนาน
ของวงดนตรีไทยที่มีชื่อเสียงมากแห่งยุค นอกเหนือจากนั้นยังมีศิลปินในยุคต่างๆ
นำเพลงของวงมาร้องใหม่ ทำดนตรีใหม่

และสมาชิกในวงเองก็มีการรวมตัวเฉพาะกิจจัดแสดงคอนเสิร์ตอยู่หลายครั้ง มีอัลบั้มพิเศษออกมาบ้าง
และเศรษฐาเองก็ยังโลดแล่นในวงการบันเทิง ใครเห็นหน้าเศรษฐาแม้จะในบทบาทการแสดง พิธีกร
ก็ยังจดจำเขาได้ว่า ดิอิมพอสซิเบิ้ลส์ มันเป็นเรื่องที่เป็นไปได้อย่างนั้น เพราะผลงานสร้างชื่อ ผู้คนจะไม่ลืมเลือน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here