เตรียมย้ายไปอยู่เยอรมันถาวร ‘พลอยชมพู’ ขายบ้านที่เมืองไทยแล้ว สร้างความใจหายให้กับแฟนเพลง

0
37

เตรียมย้ายไปอยู่เยอรมันถาวร ‘พลอยชมพู’ ขายบ้านที่เมืองไทยแล้ว สร้างความใจหายให้กับแฟนเพลง (ชมคลิปท้ายข่าว)

เป็นข่าวที่สร้างความใจหายให้กับแฟนๆ ของสาว พลอยชมพู ญานนีน ภารวี ไวเกล ศิลปิยนยูทูเบอร์ และนักแสดงชื่อดัง ลูกครึ่งไทย-เยอรมัน ที่ล่าสุดได้ออกมาบอกว่าเตรียมโบกมือลาประเทศไทย ย้ายไปทำงานที่เยอรมนีแล้ว

โดยสาวพลอยชมพู ได้เปิดใจกับเว็บไซต์ EFM ว่า จะย้ายไปทำงานเพลงที่เยอรมนี ถาวร โดยจะย้ายไปช่วงเดือนก.ย. นี้ หลังจากแพลนมาตั้งแต่ 2 ปี ที่แล้ว ตอนนี้ได้ขายบ้านที่เมืองไทยไปแล้ว โดยก่อนหน้านี้ได้ไปร้องเพลงที่เยอรมนี รู้สึกสนุก ตื่นเต้น อยากลองไปทำงานเพลงที่นั่น

“ที่จะไปอยู่เยอรมันก็ประมาณหกเดือน จากนั้นหนูจะเดินทางไปเรียนต่อที่แอลเอ และก็อาจจะไปกลับเอเชียบ้าง แต่ก็ตั้งรากฐานที่เยอรมันค่ะ ถ้าผลงานที่เยอรมันก็จะเน้นเรื่องโซเชียล ส่วนที่แอลเอก็จะเน้นทั้งเรื่องเรียนและการทำงาน หนูมีเพื่อนๆ ที่เป็นศิลปิน นักร้อง นักแต่งเพลง ก็เลยไม่น่าเป็นเรื่องยากที่จะไปจริงจังกับการทำเพลงที่นั่น”

- Advertisement -

สำหรับ สาวพลอยชมพู เกิดที่เมืองสไตน์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี และเติบโตอยู่ที่นั่นจนอายุ 10 ปี ต่อมาในปี 2553 ครอบครัวของเธอได้ย้ายมาอยู่เมืองไทยจนปัจจุบัน

พลอยชมพู—ญานนีน ภารวี ไวเกล ที่มาพร้อมกับซิงเกิ้ลใหม่สไตล์ฮิปฮอปเราเลยขอตัวเธอมาพูดคุยถึงตัวตนและมุมมองวงการดนตรียุคนี้รวมไปถึงผลงานเพลงสากลในอนาคต

จุดเริ่มต้นในการร้องเพลงของพลอยชมพู
จุดเริ่มต้นจริง ๆ ก็ชอบร้องเพลงตั้งแต่จำความได้ค่ะ คุณแม่ให้ร้องคาราโอเกะเลยทำให้ชอบมาตั้งแต่เด็ก แต่เพิ่งมาจริงจังตอนย้ายมาอยู่เมืองไทยตอนอายุ 10 ขวบค่ะ ตอนแรกที่เข้าวงการก็ยังไม่ได้เริ่มร้องเพลงแต่เริ่มจากเป็นนักแสดงก่อน พออายุ 12 ก็ไปประกวดรายการร้องเพลงชื่อ Siging Kids ตอนนั้นก็เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นที่เราเอาจริงเอาจังทางด้านร้องเพลงแล้วก็เริ่มทำ YouTube ค่ะ

ตอนนั้นจนถึงตอนนี้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นบ้าง
เยอะเลยค่ะ จริง ๆ ตอนแรกที่ย้ายมาอยู่เมืองไทยก็ไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นนักร้องได้เพราะคิดว่าตัวเองก็ไม่ได้ร้องเพลงเพราะอะไรแต่พอเริ่มประกวดร้องเพลงเยอะแล้วเริ่มทำ YouTube เราก็เริ่มรู้สึกชอบร้องเพลงมากขึ้น

จากที่เป็นนักแสดงก็เริ่มผันตัวมาเป็นนักร้อง เหมือนตั้งแต่เป็นศิลปินมาจนถึงตอนนี้เราก็มีการค้นพบแนวเพลงต่าง ๆ ที่เรารู้สึกชอบ (FJZ: ตอนนั้นชอบเพลงแนวไหน?) edm ค่ะ (หัวเราะ) ตอนอายุ 17 หนูก็เริ่มชอบฮิปฮอปต่างประเทศจากไม่ชอบฮิปฮอปก็เปิดใจมากขึ้นเพราะว่าเราเจอศิลปินอินดี้ที่แตกต่างจากศิลปินฮิปฮอปเมนสตรีม เนื้อหาเขาจะไม่หยาบคาบ คำแร็ปคม ๆ ก็ไม่เห็นต้องมีคำหยาบเลยทำให้ชอบมากขึ้นค่ะ

เลยเป็นที่มาของเพลง คิดมากน่า
พี่โปรดิวเซอร์ที่เคยทำงานร่วมกันเขาติดต่อมาว่าเขาทำงานกับทาง MONO MUSIC อยู่เลยชวนหนูว่าอยากจะร่วมโปรเจกต์นี้ด้วยไหม ตอนนั้นหนูก็เพิ่งออกมาจากค่ายเก่าแล้วอยากจะลองทำงานกับคนอื่นดู หนูเลยตอบตกลงค่ะ ตอนแรกเพลงนี้ยังไม่ได้คิดว่าจะ feat. กับใครแต่พอทำมาได้ประมาณครึ่งเพลงก็รู้สึกว่าอยากจะหาใครสักคนมาสร้างสีสันให้เพลงนี้เลยได้พี่ป๊อปป้า THE RAPPER มาค่ะ สไตล์พี่เขาเหมาะกับเพลงนี้

คิดมากน่าพูดถึงเรื่องอะไร
เนื้อหาของเพลงเป็นเรื่องราวของคนสองคนค่ะ คนนึงเครียดเรื่องนู้นเรื่องนี้ เราก็เข้าไปบอกเขาว่า อย่าคิดมากน่า มีอะไรก็คุยกันได้ ไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไรก็ไม่ต้องเครียดค่ะ

การร่วมงานกับ SIRPOPPA
สนุกมากค่ะ พี่เขาเป็นกันเองมาก พี่เขาเข้ามาในห้องอัดแล้วก็ทำทุกอย่างเร็วมาก เหมือนพี่เขารู้ว่าจะต้องทำอะไรยังไง

มีส่วนร่วมอะไรในเพลงนี้บ้าง
เนื้อร้องกับคำภาษาอังกฤษค่ะ หนักหน่อยจะเป็นท่อนแร็ปภาษาอังกฤษของตัวเอง แนวทางดนตรีก็นิดนึง (หัวเราะ)

กระแสตอบรับเพลงนี้เป็นยังไงบ้าง
ปน ๆ กันค่ะ มีทั้งชอบแล้วก็ไม่ชอบ แต่หนูก็ไม่ได้ซีเรียสในส่วนของคนที่ไม่ชอบเพราะหนูถือว่าเป็นการทดลองอะไรใหม่ ๆ บางคนอาจจะไม่ชินกับซาวด์อะไรแบบนี้แต่ก็ทำต่อไปค่ะเพราะว่าชอบ (หัวเราะ) เราก็ยังไม่รู้ว่าตัวเราเองในเพลงไทยต้องอยู่จุดไหนถึงจะเหมาะกับตัวเอง ต้องดูแฟนคลับด้วยว่าเขาชอบแบบไหน

มีศิลปินฮิปฮอปคนไหนบ้างที่อยากจะร่วมงานด้วย
หนูชอบฟังมากตอนนี้คือ Cardi B กับ Saweetie เขาไม่ได้คล้ายกันนะ แต่ชอบเพราะว่าสองคนนี้ก็มีความเท่ที่ไม่เหมือนกัน Cardi B เขาก็จะออกฮา ๆ นิดนึง แต่ก็ชอบสไตล์การแร็ปของ Saweetie ด้วย เป็นแร็ปเปอร์หญิงที่กำลังมีชื่อเสียงในต่างประเทศ

อยากลองทำดนตรีแนวไหนอีกบ้างไหม
อยากทำเพลงฮิปฮอปให้มากขึ้นค่ะ ในอนาคตจะมีเพลงสากลที่เป็นฮิปฮอปมากกว่านี้ (FJZ: ฮิปฮอปที่หลากหลายมากกว่าเดิม?) ใช่ค่ะ เดือนหน้าจะออกเพลงสากลกับทาง Universal Music Singapore เป็นเพลงแร็ปสไตล์สากลที่แต่งเองค่ะ เป็นเพลงที่เป็นตัวหนูอย่างแท้จริงเลย คนฟังอาาจะสับสนลุคหนูได้เพราะว่าเพลงไทยก็จะเป็นอีกลุคนึงเพลงสากลก็ยิ่งมีหลายลุค แต่ว่าต่อไปนี้จะเป็นตัวหนูจริง ๆ แล้วค่ะ

ความแตกต่างระหว่างการทำเพลงไทยกับเพลงสากล
แตกต่างค่ะ เหมือนตอนนี้หนูเริ่มแต่งเพลงเองมากขึ้นมีส่วนร่วมในตัวเพลงเยอะขึ้นจากแต่ก่อน ถ้าดูเพลงสากลที่หนูปล่อยไปคือส่วนใหญ่เขาแต่งเพลงให้อาจจะมีบางเพลงที่เราร่วมออกไอเดียแต่ไม่ได้แต่งเอง พอมาเป็นเพลงที่จะออกในอนาคตคือเราร่วมแต่งเองจริง ๆ อย่างน้อยก็ 50 เปอร์เซ็นต์ที่เรามีส่วนร่วมเลยรู้สึกว่าเป็นอีกทางนึงที่ทำให้เราโตขึ้นในฐานะศิลปินด้วยค่ะ

อยากทำเพลงที่พูดถึงเรื่องความรักให้น้อยลง
ส่วนนึงด้วยค่ะ เราเองก็ไม่ได้มีประสบการณ์ในเรื่องของความรัก (หัวเราะ) แต่หนูรู้สึกว่าชีวิตจริง ๆ มันก็คือความรักแต่หนูมองว่ามันมีอะไรนอกเหนือจากความ (FJZ: ไม่ใช่รักแบบหนุ่มสาวอย่างเดียว) ใช่ค่ะ หนูเลยคิดว่าประสบการณ์ที่ผ่านมาไม่ว่าจะดีหรือไม่ดีเราก็สามารถแต่งเป็นเพลงได้

อยากพูดเรื่องอะไรในเพลงของตัวเองอีก
เพลงต่อไปจะเกี่ยวกับประสบการณ์ทำงานของหนูที่ผ่านมา การเจอคำพูดดูถูกต่าง ๆ นานา มันก็เป็นการโต้ตอบคำเหล่านี้ผ่านบทเพลง ซึ่งอยากให้รอฟังกันดูเพราะว่าค่อนข้างตื่นเต้นเหมือนกัน เป็นเพลงที่แต่งท่อนแร็ปเองแบบจริง ๆ จัง ๆ ด้วยค่ะ

เรื่องไหนที่พูดแล้วจะเปลี่ยนโลกได้
สุดท้ายหนูก็คิดว่าเป็นเรื่องของความรักค่ะ เพราะหนูว่าสุดท้ายมนุษย์ก็อยู่ร่วมกันได้ด้วยความรัก ถ้าไม่ได้รักกันก็อยู่ด้วยกันลำบาก ความรักแหละค่ะ (ยิ้ม)

ถ้าพลอยชมพูเปลี่ยนโลกได้อยากจะเปลี่ยนอะไรเป็นลำดับแรก
จิตใจคนค่ะ (หัวเราะ) หนูคิดว่าทุกคนจะมีด้านไม่ดีของตัวเอง บางคนก็แสดงมันออกมาเยอะ ถ้าเราสลัดมันทิ้งได้เปลี่ยนแปลงได้มันก็น่าจะดีกว่านี้ จะไม่มีความโหดร้ายเกิดขึ้นบนโลกค่ะ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here