งดงามที่สุดในโลก พระราชวังไร้ห้องน้ำ พาชม ‘แวร์ซายส์’ มรดกโลกแห่งกรุงปารีส

0
25

งดงามที่สุดในโลก พระราชวังไร้ห้องน้ำ พาชม ‘แวร์ซายส์’ มรดกโลกแห่งกรุงปารีส (ชมคลิปท้ายข่าว)

พระราชวังแวร์ซายส์หรือที่มีชื่อในภาษาฝรั่งเศสว่า “Chateau de Versailles” เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมของฝรั่งเศสที่ได้รับการขึ้นทะเบียนโดยยูเนสโก้เมื่อปี 1979 ต้องเล่าว่านี่คือหนึ่งในหน้าตาของฝรั่งเศสที่ฉายชัดถึงความยิ่งใหญ่และหรูหราสมบูรณ์แบบมาตั้งแต่ในอดีต พระราชวังแวร์ซายส์สร้างขึ้นบนพื้นที่ของเมืองเล็กๆ แถบชนบทที่ชื่อ “แวร์ซายส์”

ซึ่งห่างจากใจกลางมหานครปารีสประมาณ 17 กิโลเมตรและเป็นพื้นที่เดิมที่ “พระเจ้าหลุยส์ที่ 13” (Louis XIII) ทรงมีพระราชประสงค์ให้สร้างพระตำหนักขึ้นช่วงปี 1624 แทนกระท่อมหลังน้อยที่ทรงให้สร้างก่อนหน้านั้นเพื่อใช้เป็นที่ประทับพักผ่อนระหว่างทรงออกล่าสัตว์รอบเมืองแวร์ซายส์

เมื่อถึงรัชสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ก็ทรงปรับปรุงให้เป็นพระราชวังที่มีขนาดใหญ่ขึ้นในปี 1661 แล้วเสร็จในปี 1688 เพื่อให้เป็นทั้งที่ประทับ เป็นสถานที่ว่าราชการ เพื่อให้นานาประเทศได้ประจักษ์ในความยิ่งใหญ่ร่ำรวยของฝรั่งเศส ซึ่งงบประมาณการสร้างราว 500,000,000 ฟรังก์ และแรงงานจากคนงานชาวฝรั่งเศสอีกกว่า 30,000 คนที่ถูกเกณฑ์มาสร้างพระราชวังแห่งนี้ก็เป็นหนึ่งในชนวนก่อการกบฏฝรั่งเศสโดยประชาชนในกาลต่อมา

พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 มีพระราชประสงค์ที่จะปรับปรุงพระตำหนักเดิมให้เป็นที่ประทับที่ยิ่งใหญ่ของกษัตริย์ พระราชินีและพระบรมวงศานุวงศ์ของฝรั่งเศส รวมถึงเป็นศูนย์กลางการปกครองในยุคนั้น บนพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลราว 5,000 ไร่จึงเกิดพระราชวังแวร์ซายส์ขึ้น วางผังแบ่งพื้นที่ออกเป็นส่วนของอาคารพระราชวังและสวนขนาดใหญ่ เสริมให้แวร์ซายส์กลายเป็นพระราชวังสุดอลังการที่มีขนาดใหญ่และหรูหราสมบูรณ์แบบที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ตัวอาคารพระราชวังสร้างด้วยหินอ่อน ออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมแบบบารอกและรอกโคโค ซึ่งเป็นศิลปะที่ได้รับความนิยมในรัชสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แบ่งพื้นที่ภายในออกเป็น 2,300 ห้อง แต่ละห้องจะมีขนาดเล็กใหญ่แตกต่างกันตามการใช้ประโยชน์และตามยศศักดิ์ของผู้เป็นเจ้าของ

- Advertisement -

มีทั้งส่วนของท้องพระโรงว่าราชการ ห้องรับรองแขกบ้านแขกเมือง ห้องเสวย ห้องบรรทม โบสถ์ โรงละคร ฯลฯ โดยที่กษัตริย์ พระราชินี พระบรมวงศานุวงศ์ข้าราชบริพารจะมีห้องชุดแยกเป็นส่วนตัว และห้องที่ใช้สำหรับต้อนรับแขกต่างเมืองก็จะตกแต่งอย่างหรูหราสุดชีวิต

ทั่วพระราชวังแวร์ซายส์มีการประดับประดาห้องต่างๆ ด้วยภาพวาดสวยๆ รวมแล้วมากกว่า 6,000 ภาพ และงานแกะสลักปูนปั้นอีกกว่า 15,000 ชิ้น ห้องที่มีเตาผิงสำหรับช่วงฤดูหนาวมีอีกกว่า 1,252 ห้อง

ทุกสิ่งทุกอย่างสร้างขึ้นอย่างประณีตสวยงามและมีมากมายจนพระราชวังแวร์ซายส์กลายเป็นเสมือนแหล่งเก็บรักษาผลงานด้านศิลปกรรมและประติมากรรมที่ยิ่งใหญ่หนึ่งในโลกไปแล้ว

ในจำนวนห้องทั้งหมดของพระราชวังแวร์ซายส์มีที่คุ้นเคยเป็นที่รู้จักของชาวโลกอยู่หลายห้อง แต่ที่เป็นไฮไลท์และมีชื่อเสียงมากที่สุดก็ต้องห้องนี้ “ห้องกระจก” (The Hall of Mirrors) ซึ่งเป็นห้องที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและยาว 73 เมตร

พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทรงให้การดูแลและควบคุมการก่อสร้างอย่างใกล้ชิดด้วยพระองค์เอง ที่เรียกว่าห้องกระจกก็เพราะใช้วัสดุในการก่อสร้างเป็นกระจกบานใหญ่ถึง 17 บาน ทำให้ภายในห้องดูสว่างกว้างขวางและสวยงามมาก

นอกเหนือจากการถูกใช้เป็นห้องรับแขกและเลี้ยงรับรองคณะทูตจากประเทศต่างๆ แล้วห้องกระจกยังมีความสำคัญต่อหน้าประวัติศาสตร์โลกเพราะครั้งหนึ่งเคยใช้เป็นสถานที่ลงนามในสัญญาสงบศึกระหว่างสัมพันธมิตรกับเยอรมนีช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และใช้เป็นสถานที่ลงนามเมื่อครั้งเยอรมนีชนะฝรั่งเศสในสงครามโลกครั้งที่ 2

รวมถึงการถวายสาส์นของคณะทูตจากกรุงศรีอยุธยาที่นำโดยท่านโกษาปานก็เกิดขึ้นที่ห้องกระจกแห่งนี้เช่นกัน ส่วน “ห้องวีนัส” (Venus) มีไว้สำหรับพักรับรองบรรดาอาคันตุกะทั้งหลายก่อนเข้าเฝ้าฯกษัตริย์ฝรั่งเศส และเช่นกันที่คณะทูตของท่านโกษาปานก็ได้เคยเข้าพักภายในห้องนี้มาแล้วด้วย

และที่ได้รับการพูดถึงไม่น้อยไปกว่าตัวพระราชวังก็คือสวนสวยแห่งแวร์ซายส์ที่สร้างขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกับพระราชวัง จุดเด่นของสวนแห่งนี้คือการออกแบบตกแต่งที่สวยงาม เน้นลวดลายบนผืนหญ้าและวางผังสวนดอกไม้เป็นรูปทรงเรขาคณิต มีทะเลสาบจำลอง มีแอ่งน้ำพุ บริเวณโดยรอบตกแต่งด้วยรูปปั้นประติมากรรมทั้งหินอ่อนและสัมฤทธิ์ซึ่งล้วนแต่มีต้นแบบจากเทพนิยายกรีกทั้งสิ้น

และรวมถึง “น้ำพุลาโทนา” (Fountain of Latona) ก็สร้างขึ้นโดยมีแรงบันดาลใจจากเทพนิยายกรีกเช่นกัน ในยุคแรกสร้างที่ยังไม่มีเทคโนโลยีช่วยดูแลเรื่องแรงดันน้ำจะใช้วิธีลำเลียงน้ำจากแม่น้ำแซนผ่านท่อเข้ามาด้วยเครื่องปั๊มนำน้ำเข้ามาใต้แอ่งน้ำพุเพื่อสร้างความสวยงามให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ได้ทอดพระเนตร

ชมคลิป

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here