‘เครื่องถนิมพิมพาภรณ์’ งดงามคู่พระบารมี ‘บรมราชินีนาถแห่งแผ่นดิน’ หลังประกาศพระอิสริยศใหม่

0
21

‘เครื่องถนิมพิมพาภรณ์’ งดงามคู่พระบารมี ‘บรมราชินีนาถแห่งแผ่นดิน’ หลังประกาศพระอิสริยศใหม่

“เครื่องถนิมพิมพาภรณ์”หรือเรียกกันภาษาชาวบ้านว่า “เครื่องประดับ” นั้น เป็นสิ่งที่แสดงถึงเกียรติยศ ศักดิ์ศรี ความเวอร์วังอลังการ ความรวยทรัพย์รวยสมบัติของประเทศไทยเรา ที่มีความฟิน ความเครื่องแน่น ให้เครื่องเยอะมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว

เครื่องประดับ เซตเครื่องเพชรเครื่องทอง ตลอดจนเครื่องหัวต่างๆที่เราเห็นพระมหากษัตริย์ สมเด็จพระราชินี ตลอดจนพระราชวงศ์ต่างๆที่สวมใส่นั้น มีลักษณะที่เป็นพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นทรัพย์สินส่วนตัว หรือบางทีก็เป็นพระราชทรัพย์ส่วนกลาง ที่ตั้งไว้เป็นกองกลาง เวลาจะใช้ออกงานไหนก็ให้คนมาทำเรื่องเบิกยืมไปใช้ก็มี

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ ก็เป็นราชินีพระองค์หนึ่งซึ่งจัดว่าเวลาออกงานสำคัญทั้งในประเทศและต่างประเทศ จะทรงฉลององค์พร้อมเครื่องประดับเพชรพลอยชิ้นงามๆ ชิ้นใหญ่ๆ และมักเป็นเครื่องอัญมณีชิ้นสำคัญ มีความเก๋นำแฟชั่น ไม่น้อยหน้าพระราชวงศ์ฝ่ายหญิงจากประเทศอื่นๆเลย ซึ่งในวันนี้จะขอยกตัวอย่างพระฉายาลักษณ์ของสมเด็จฯ ที่ทรงเครื่องเพชรเครื่องพลอยชิ้นงามๆ ดังนี้

พระฉายาลักษณ์องค์แรก เป็นพระฉายาลักษณ์ที่คนไทยทุกคนคุ้นตากันดีเพราะเป็นรูปที่มีทุกบ้าน ไปทีไหนก็จะเห็นพระฉายาลักษณ์องค์นี้ คือ ภาพสมเด็จฯ ฉลองพระองค์ด้วยชุดไทยจักรี ทรงเทียร่าแบบ Fringe Tiara สร้อยพระศอ(สร้อยคอ) เพชรกลมพร้อมจี้เพชรหยดน้ำ และพระกุณฑล(ต่างหู) เพชรกลมห้อยเพชรหยดน้ำ พระนพรูปหงส์คาบหยาดเพชรประดับพระอังสะ

รัดเกศาแบบ Fringe Tiara ประดับเพชรแบบเปล่งประกายรัศมี เป็นแฉกแหลมๆตลอดองค์ สามารถเปลี่ยนเป็นสร้อยคอได้ด้วยเทียร่าองค์นี้เป็นพระราชทรัพย์สมเด็จพระศรีพัชรินทราฯ ซึ่งรัชกาลที่ ๕ ทรงซื้อพระราชทานตอนเสด็จประพาสยุโรป ซึ่งเทียร่าทรงนี้เป็นทรงฮิตในสมัยนั้น และรัชกาลที่ ๕ ก็ซื้อพระราชทานแก่พระมเหสี เจ้าจอมอีกหลายพระองค์แต่จะมีขนาดลดหลั่นกันไป

- Advertisement -

สร้อยพระศอ(สร้อยคอ)เพชรกลมพร้อมจี้เพชรหยดน้ำ และพระกุณฑล(ต่างหู)เพชรกลมห้อยเพชรหยดน้ำสร้อยชิ้นนี้เป็นเพชรลูกกลมเม็ดเป้ง คัดเม็ดใหญ่ๆ ดูแต่ละเม็ดแล้วไม่สามารถประเมินราคาได้ เป็นพระราชทรัพย์ สมเด็จพระศรีพัชรินทราฯ เช่นกันซึ่งจะเห็นได้ว่า สมเด็จทรงสร้อยชิ้นนี้บ่อยหลายงาน บ้างก็เอาจี้ทรงต่างๆ มาห้อยเพื่อความหลากหลาย

พระนพรูปหงส์คาบหยาดเพชร เป็นเครื่องประดับรูปหงส์เพชรสำหรับประดับไหล่ที่เพชรลูกสามารถถอดเป็นจี้ได้ ซึ่งหงส์ติดไหล่นั้นตามโบราณนิยมใช้ติดไหล่เป็นเครื่องประดับเจ้านายในพิธีโกนจุก นอกจากนี้ยังจะเห็นได้ว่า สมเด็จฯ ทรงมีเครื่องเพชรอีกหลายชิ้นที่เราชาวไทยเห็นท่านทรงบ่อย ดังเช่น

ชุดเครื่องประดับไพลิน พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ชุดเครื่องเพชรนี้มาจากแบรนด์ แวน คลีฟแอนด์อาร์เปลส์ (Van Cleef and Arpels)

จี้มรกต มักจะเห็นว่าทรงกับสร้อยคอลักษณะต่างๆ เช่น สร้อยพระศอที่ดัดแปลงจากพระสังวาลเพชรรูปงูนัยน์ตาทับทิมสามารถถอดได้เป็นสามชิ้น (พระราชมรดก สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง) ชิ้นนี้เก๋มาก

ชุดเครื่องประดับทับทิมล้อมเพชร เห็นทรงบ่อยตามงานที่มีโอกาสสำคัญทั้งในไทยและต่างประเทศ หรือบางโอกาสก็ทรงเป็นชิ้นเดี่ยวๆ เช่นทรงพระกุณฑลล้อมเพชรในชุดร่วมกับสร้อยพระศอแบบอื่น

เทียร่าเพชรกลมล้วน ชิ้นนี้ดูแพงแบบประเมินค่าไม่ได้เช่นกัน บางโอกาสจะทรงเปลี่ยนจากเพชรกลมเป็นไพลินและสามารถเอามาแปลงเป็นสร้อยคอได้เช่นกัน

พระกุณฑล(ต่างหู)เพชรระย้าแบบฝรั่ง ชิ้นนี้เป็นทรงแชนเดอเลียร์แบบฝรั่ง เห็นทรงบ่อยร่วมกับฉลองพระองค์แบบต่างๆ

เราจะเห็นได้ว่านอกจากเครื่องประดับเหล่านี้จะเป็นเครื่องเสริมพระเกียรติยศ ของพระราชวงศ์ไทยแล้วยังแสดงให้เห็นถึงความเก่าแก่และมั่งคั่งของอาณาจักรสยามในอดีต เกียรติภูมิแห่งพรราชวงศ์ที่ไม่แพ้ราชวงศ์ใดๆ ในโลก

เมื่อแผ่นดินเปลี่ยน สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมานับจากนี้ก็คือ การเฉลิมพระยศเจ้านายในราชวงศ์เสียใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับรัชสมัยปัจจุบัน พระบรมราชชนนี จากข้อมูลบางกระแสระบุว่า พระอิสริยยศของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เมื่อมีการเปลี่ยนแผ่นดินแล้วจะต้องมีการเฉลิมพระอิสริยยศใหม่ โดยมีสร้อยพระนามเป็น ‘พระพันปีหลวง’ แต่ เล็ก พงษ์สมัครไทย แย้งว่าคำว่า ‘พระพันปีหลวง’ ถือเป็นคำลำลองที่ใช้กันทั่วไป แต่ภาษาทางการต้องเรียกว่าเป็น ‘พระบรมราชชนนี’

“พระอิสริยยศพระบรมราชินีนาถ ถือเป็นตำแหน่งที่สมบูรณ์สูงสุดแล้ว พอเปลี่ยนรัชกาลในความเห็นของผมท่านคงไม่ตั้งให้สูงขึ้นไปอีก แต่น่าจะใช้พระนาม และพระยศเดิม แล้วต่อท้ายว่าพระบรมราชชนนี เช่นเดียวกับในสมัยรัชกาลที่ 6 ขึ้นครองราชย์ ท่านได้ให้สมเด็จกรมพระยาวชิรญาณวโรรส ไปทูลถามสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ท่านก็พูดกันในวงในว่า สมเด็จพระศรีพัชรินฯ ทรงตำหนิเอา บอกว่ารัชกาลที่ 5 ก็ตั้งให้ฉันสูงสุดแล้ว ไม่ต้องมาตั้งอะไรอีก รัชกาลที่ 6 ท่านจึงต่อท้ายสร้อยพระนามว่า ‘พระบรมราชชนนี’ ซึ่งบรมก็แปลว่า ในหลวง ราชชนนี ก็แปลว่า แม่ในหลวง แต่ชาวบ้านเรียกกันว่าพระพันปีหลวง ซึ่งเป็นภาษาลำลองมากกว่า”

ดังนั้นเมื่อมีการเฉลิมพระอิสริยยศใหม่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ น่าจะเปลี่ยนเป็น ‘สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์บรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี’

ชมคลิป

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here