ตามจีบกว่า 11 เดือน ‘บอย พีชเมกเกอร์’ ลงทุนสลับตัวเพื่อเจอ ‘เจี๊ยบ พิจิตตรา’ เล่าไทม์ไลน์รัก 14 ปี ก่อนเข้าประตูวิวาห์สิ้นเดือนนี้

0
37

ตามจีบกว่า 11 เดือน ‘บอย พีชเมกเกอร์’ ลงทุนสลับตัวเพื่อเจอ ‘เจี๊ยบ พิจิตตรา’ เล่าไทม์ไลน์รัก 14 ปี ก่อนเข้าประตูวิวาห์สิ้นเดือนนี้ (ชมคลิปท้ายข่าว)

จากเรื่องราวของความรักมากมายที่ถูกเรียงร้อยถ่ายทอด ผ่านคำบอกเล่า จนกลายมาเป็นตัวอักษร เสียงเพลง เเละ ซีรีส์ ที่ได้รับความสำเร็จระดับ TALK OF THE TOWN วันนี้กับปรากฏการณ์ใหม่ของ Club Friday ที่กำลังจะเกิดขึ้นบนหน้าจอโทรทัศน์ เป็นครั้งแรกที่ความรักจะเข้าใกล้คุณมากยิ่งขึ้น ใน รายการ #ClubFridayShow วาไรตี้ทอล์คโชว์

ได้เบอร์มากว่า 6 เดือนยังไม่โทรหา พอเริ่มโทรก็ตามจีบกว่า 11 เดือน แถมแม่ไม่ปลื้มอีก จากวันนั้นจนถึงวันนี้มีกัน ไทม์ไลน์รัก บอยเจี๊ยบ 14 ปีที่ ‘ใจฉันเป็นของเธอ’

หลังฝ่าฝันอุปสรรครักแท้มายาวนานกว่า 14 ปี ในที่สุดคู่รักมาราธอน “บอย-เจี๊ยบ” บอย – อนุวัฒน์ สงวนศักดิ์ภักดี และ เจี๊ยบ – พิจิตตรา สิริเวชชะพันธ์ ก็ได้ฤกษ์ลั่นระฆังวิวาห์ในเดือน 25 มกราคม 2562 นี้ แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ มาดูกันหน่อยว่าทั้งคู่ผ่านอะไรกันมาบ้าง

การพบกันครั้งแรกของคู่รักมาราธอนเกิดขึ้นในงานอีเว้นท์งานหนึ่ง ที่หนุ่มบอยถูกศรรักปักอกแต่ก็ปล่อยผ่านไป จนกระทั่งเจอกันอีกครั้งในงานหนึ่ง คราวนี้หนุ่มบอยได้เบอร์สาวสวยมาครอบครอง

ด้วยความช่วยเหลือของนางเอกสาว เบนซ์ – พรชิตา ณ สงขลา ที่ตีเนียนถามเจี๊ยบว่าตอนนี้ใช้เบอร์อะไร จนเจี๊ยบที่กำลังยุ่งๆ ก็ส่งเบอร์ให้แล้วบอกว่าเดี๋ยวค่อยคุยกันนะ แต่ตอนนั้นเจี๊ยบไม่รู้เลยว่าเบอร์ถูกส่งต่อให้ว่าที่คู่ชีวิตไปแล้ว ส่วนบอยที่ได้เบอร์สาวมาแล้วแต่ก็ยังไม่กล้าโทรหา ปล่อยเวลาให้ผ่านไปเนิ่นนาน ก็ไม่โทรหาสาวสวยสักที

- Advertisement -

ถึงคราวกามเทพคนที่สองเริ่มทำงาน เมื่อทั้งคู่มีถ่ายรายการเกมโชว์ด้วยกัน คราวนี้กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ พิธีกรรายการพยายามจับให้ทั้งคู่เล่นด้วยกันในรายการตลอดเวลา นั่นแหละบทสนทนาเล็กๆ น้อยๆ อย่างห่างเหินจึงเริ่มต้นขึ้น

และในคืนนั้นเองที่บอยตัดสินใจโทรหาเจี๊ยบ ก่อนจะต้องใช้เวลาเกือบปีเพื่อฝ่าด่านครอบครัวของสาวสวย เพราะก่อนหน้านี้ บอย พีชเมกเกอร์ ก็ขึ้นชื่อว่าเป็น “คาสโนว่าตัวพ่อ” เลยทีเดียว

เพาะบ่มความรักมาได้ 2 ปี ช่วงต้นปีก็มีข่าวลือหนาหูว่าเลิกกันแล้วจร้า… เพราะความเจ้าชู้ของนักร้องหนุ่ม ถึงขั้นเกิดข่าวว่าเจี๊ยบวิ่งหนีนักข่าวที่มารอสัมภาษณ์ในงานเลยทีเดียว แต่ข่าวลือก็ถูกสยบด้วยความรักหวานอีกครั้ง เป็นอันจบข่าวลือเรื่องเลิกลา แล้วนับจากนั้นก็ไม่มีข่าวแบบนี้อีกเลย!! เป็นการถอดเขี้ยวเล็บคาสโนว่าอย่างสมบูรณ์แบบ

หลังคบกันมาได้ เกือบ 5 ปี ในที่สุด คู่รักสุดสวีทก็เริ่มลงหลักปักฐานคู่กัน โดยเจี๊ยบเริ่มลงมือสร้างบ้านให้แม่ ในขณะที่บอยก็ซื้อที่ติดกันอีกแปลงเพื่อเริ่มต้นทำเรือนหอ เพราะเจี๊ยบเองก็ตั้งใจไว้ว่า ถึงจะแต่งงานไปแล้วแต่ก็ยังอยากอยู่ใกล้และดูแลแม่อย่างใกล้ชิด

หลังน้ำท่วมปี 2554 ทำให้เรือนหอต้องหยุดสร้างไป งานแต่งที่วางไว้ก็ต้องเลื่อนออกไป พอมาปี 2556 ที่แพลนว่าจะแต่งงานก็เกิดเรื่องราวใหญ่โตตั้งแต่ต้นเดือนมกราคมเลยทีเดียว นั่นก็คือ ชาบูคิง ร้านอาหารที่ทั้งคู่ลงทุนร่วมกัน เกิดไฟไหม้เสียหายทั้งร้าน

จนเกิดเป็นหนี้ 40 ล้าน ที่ทำให้ทั้งคู่แทบทรุด แต่ก็ไม่ยอมแพ้จับมือกันช่วยกันทยอยปลดหนี้ไป ถือได้ว่านี่คือบทพิสูจน์รักแท้ของคนทั้งคู่ ที่ร่วมด้วยช่วยกันฝ่าฟันไม่ทอดทิ้งกัน แม้ยามมีทุกข์หนัก และก็ทำให้งานแต่งต้องเลื่อนออกไปอีกยาวๆ

หลังจากติดพันอะไรต่างๆ มากมาย จนต้องเลื่อนงานแต่งออกไปแล้วออกไปอีก ในที่สุดคู่รักมาราธอน ก็ได้ฤกษ์แต่งแล้วแน่นอน แถมยังจัดเตรียมอะไรไปบ้างแล้วด้วย รวมถึงกำหนดเดือนแต่งแบบแน่นอนเป็นที่เรียบร้อย รับรองว่าครั้งนี้ไม่เลื่อนแน่ๆ

กิจการร้านชาบูคิงไปๆ มาๆ มาอยู่นอกเมืองเลย
“จริงๆ มีแพลนทำร้านตรงนี้ก่อนสาขาอโศกอีก ก่อนหน้าคุยกับน้องเค้ายังไม่พร้อมแต่ตอนนี้พร้อมที่จะทำ ตรงนี้มันดีแถวศาลายายังไม่มีร้านอาหารสไตล์แบบนี้ โรงไม้เก่าๆ รื้อจากบ้านอายุ 50-60 ปี”

“แต่เอามาสร้างใหม่ คอนเซปต์เหมือนโรงไม้ญี่ปุ่น เราขายอาหารญี่ปุ่น ชาบู ซูชิ มันสนองตรงที่ผ่านๆมาเราเปิดในห้างทำเลย์เอาต์แบบนี้ไม่ได้ มีพื้นที่ถ่ายรูป มีพื้นที่ปลูกต้นไม้ อย่างที่เราจะปลูก มีแปลนปลูกผักเอง”

พอเป็นศิลปินจับธุรกิจเหนื่อยและยากขนาดไหน
“ทำจนมันรู้สึกไม่เหนื่อย เหนื่อยตอนที่มีปัญหามีคดี แต่เหตุการณ์ปกติไม่มีคดีไฟไหม้มันก็ไปได้เรื่อยๆ เพราะเราทำด้วยความสุข เราเป็นนักร้อง นักแสดง ช่วงที่ว่างเราก็หายใจทิ้ง คุยกันแล้ว อีกหน่อยได้หายใจทิ้ง พออายุ 50-60 เราได้หายใจทิ้งเยอะแน่ เราเลยเอาเวลาที่ว่างมาทำอะไรรองรับในอนาคต เหนื่อยให้มันสุดๆตอนนี้”

ช่วงร้านมีปัญหามีหันหน้าเราหยุดทำแค่นี้ดีกว่า
“ตอนนั้นคิดจะสู้อย่างเดียวไม่เคยคิดว่าจะเลิกทำ เรามาทางนี้มันยังไม่สุดเรายังไม่อยากหยุด ไฟไหม้แล้วเราไม่ทำแล้ว มันไม่ได้ ผมไปร้องเพลง เจี๊ยบไปเล่นละครมันก็จะเจอปัญหาอีกแบบนึง ทำอะไรก็เจอเลยคิดว่าทำแบบนี้ดีกว่า สนุกได้ทำอะไรใหม่ๆ ได้เจอคนเยอะ ลูกค้ามากินแล้วติดต่อไปเล่นคอนเสิร์ตมันก็ต่อยอดหลายๆอย่างได้เจอคนทุกระดับ นักศึกษายันผู้บริหาร”

ชมคลิป

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here