ถอดแบบพ่อมาเป๊ะ! ‘น้องมารีน’ ลูกสาว ‘น้ำ รพีภัทร’ ยิ้มหวานโชว์ลักยิ้ม

0
11

ถอดแบบพ่อมาเป๊ะ! ‘น้องมารีน’ ลูกสาว ‘น้ำ รพีภัทร’ ยิ้มหวานโชว์ลักยิ้ม (ชมภาพ)

ตั้งแต่แต่งงานไป ก็ไม่ค่อยได้เห็นหน้า น้ำ รพีภัทร ในวงการบันเทิงเท่าไหร่ เพราะเวลาส่วนใหญ่ที่ทุ่มให้กับครอบครัว และธุรกิจฟาร์มไก่ชน ที่จังหวัดนครนายก จนตอนนี้ลูกๆ เริ่มโตกันแล้ว ทั้งน้องโอเชี่ยน ลูกชายคนโต ที่ตอนนี้โตจนเข้าโรงเรียนแล้ว และลูกสาวคนเล็ก น้องมารีน ที่อายุใกล้ๆ จะครบ 1 ขวบ กำลังน่ารักน่าชัง ลูกสาวเหมือนคุณพ่อมาก เรียกว่าถอดแบบกันมาเป๊ะ ตั้งแต่รอยยิ้มหวานๆ และมีลักยิ้มตรงมุมปากทั้งสองข้าง เอ็นดูน้องมารีน

เป็นหัวหน้าครอบครัวจึงต้องทำอะไรหลายๆ อย่างไปพร้อมกัน ทั้งงานในบ้านและนอกบ้าน สำหรับคุณพ่อลูกสอง น้ำ รพีภัทร ไหนจะงานละคร งานในวงการบันเทิง ไหนจะดูแลธุรกิจฟาร์มไก่ชน และยังทำหน้าที่คุณพ่อเลี้ยงลูกเองอีกด้วย ตอนนี้ลูกชายคนโต น้องโอเชี่ยน ณพรรณพ โตเป็นหนุ่มน้อยอายุ 6 ขวบแล้วและลูกสาวคนเล็ก น้องมารีน มารีนา อายุ 11 เดือน กำลังจ้ำม่ำน่ารักน่าชังแบบสุดๆ เป็นครอบครัวที่น่ารักอบอุ่น และดูจะเรียบง่ายมากๆ บ้านเอกพันธ์กุล

ใครเห็นเป็นต้องหลงรักกับรอยยิ้มหวานๆ และลักยิ้มมุมปากที่ถอดแบบคุณพ่อมาเป๊ะอย่างกับสำเนาถูกต้อง งานนี้แฟนๆ เข้ามาคอมเม้นท์ชื่นชมติดตามภาพน่ารักของ น้องมารีน ทั้งในไอจี พ่อน้ำ และไอจีคุณแม่คนสวย มินตรา ชนิศา ที่อัปเดตให้ได้ชมกันตลอด แม้แต่นักแสดงหนุ่ม เต้ นันทศัย ยังเข้ามาคอมเม้นท์ชมว่า “ลูกพ่อเต็มๆ” ซึ่งคุณพ่อตอบกลับไปว่า “ทำเองกับเอวจะไม่เหมือนได้ไงครับ” แหมๆ ภาคภูมิใจคุณพ่อเค้าล่ะ มีลูกสาวน่ารักเหมือนพ่อขนาดนี้!!

- Advertisement -

ขณะที่หนึ่งในเพื่อนสนิทอย่าง เอมี่ กลิ่นประทุม ได้โพสต์ข้อความแซวเพื่อนว่า “ลูกสาวมาแล้ว นางไว้หนวดเรียบร้อยละ ยินดีด้วยนะคะคุณเพื่อนสุดที่รัก รักที่สุด สุดที่จะรักได้ “น้องมารีน” ลูกสาวคนสวยของพ่อน้ำและแม่มินตรา น้ำหนัก 3,155 กรัม แข็งแรงๆ สวยๆ เซ็กซี่ๆ ได้ป้ามี่นะลูกนะ”

นอกจากนั้นทำเอาแฟนคลับตกอกตกใจและเป็นห่วงอย่างมาก หลังจาก มินตรา ชนิศา ภรรยาของนักแสดงชื่อดัง น้ำ รพีภัทร โพสต์ภาพลูกชายยืนอยู่หน้าห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล พร้อมข้อความว่า “โอเชี่ยนเป็นห่วงพ่อสุดๆ #ไม่งูก็ตะขาบกัด #หาตัวไม่เจอ #เดินในฟาร์มมืดๆ”

ซึ่งจากการสำรวจร่างกายดาราหนุ่มพบรอยเขี้ยว 2 รูที่นิ้วเท้า มีการอาการบวม ปวดแผล ชาขึ้นมาที่น่อง ต้องเจาะเลือดดูผลการแข็งตัวของเลือดทุก 6 ชั่วโมง ล่าสุด สาวมินตราเผยว่าได้กลับบ้านที่นครนายกซึ่งเป็นที่เกิดเหตุ ก็พบกับงูที่กัดสามี คาดว่าเป็นงูทางมะพร้าว เคราะห์ดีที่ไม่ใช่งูพิษ อาการปวดน้อยลงแต่เท้ายังบวมอยู่ ตอนนี้คุณหมอให้กลับบ้านได้แล้ว

ซึ่งหนุ่มน้ำ รพีภัทร ได้เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า “โดนตัวอะไรสักอย่างก็ไม่รู้กัด ที่บ้านใน จ.นครนายก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือ ผมอุ้มลูกอยู่ กำลังเดินูความเรียบร้อยในฟาร์มช่วงเวลาประมาณ 19.00 น.จังหวะที่ก้าวขึ้นบริเวณขอบปูนตรงทางเข้าบ้านจะมีหญ้าขึ้นอยู่กอเล็กๆ เพราะติดขอบปูนไม่สามารถตัดได้ แล้วรู้สึกว่าตัวเองโดนตัวอะไรกัด เพราะรู้สึกเจ็บบริเวณขาอย่างมาก จึงเรียกภรรยาให้เอาไฟฉายมาส่องดูว่ามีตัวอะไรอยู่ในบริเวณใกล้เคียง แต่ก็ไม่พบกับสัตว์อะไร

แต่ตัวเองรู้สึกปวดแสบ ปวดร้อนที่บริเวณแผล จึงนำน้ำมาล้างแผล และเห็นว่ารอยเลือดมี 2 จุด ตอนนั้นคิดแล้วว่าสัตว์ที่มากัดคือตัวอะไร จึงตัดสินใจไปที่โรงพยาบาล ระยะเวลาจากฟาร์มไปโรงพยาบาลใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที” หลังจากนั้น น้ำ รพีภัทร ได้เล่าให้ฟังต่อว่า เมื่อมาถึงที่โรงพยาบาลเริ่มรู้สึกปวดที่น่องมาถึงบริเวณโคนขาหนีบ จนทนไม่ไหว

หมอจึงฉีดยาแก้ปวดให้ที่นิ้วชี้เท้า อาการจึงทุเลาลง แต่ไปอยู่เจ็บที่บริเวณปากแผลแทน ระหว่างนั้น ตัวเองก็รอผลเจาะเลือด โดยผลก็ออกมาปกติ แต่อาการปวดยังคงมีอยู่ คุณหมอจึงให้นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลเป็นเวลา 1 คืน พร้อมกับให้ยาฆ่าเชื้อ ยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบมาทาน ตอนนี้อาการก็เป็นปกติแล้ว

จากการเจาะเลือดหมอบอกไหมว่าผลออกมาอันตรายแค่ไหน น้ำ รพีภัทร บอกว่า “ไม่มีพิษอะไรเลย การแข็งตัวของเลือดก็ดี เพราะเจาะไปทั้งหมด 3 ครั้ง ทุก 6 ชั่วโมง ผลเลือดไม่มีอะไรผิดปกติ ”ตอนที่เห็นแผลตอนแรกตกใจไหมเพราะมี 2 รูต้องเป็นงูมีพิษแน่ๆ “มันตกใจอยู่แล้วแหละครับ แล้วทุกอย่างที่เคยเรียนมาตั้งแต่เด็กๆ

ก็จะจำได้ว่างูพิษมีเขี้ยว 2 คู่ ถ้าเป็นงูที่ไม่มีพิษก็อาจจะไม่มีเขี้ยวสองคู่แบบนี้ ในหัวเราก็คิดเพราะว่ามันไม่เห็นตัวเราก็จินตนาการไปเรื่อย แต่ยังดีที่ “โอเชี่ยน” ลูกชายคนโตอยู่กับเรา คอยบอกว่า พ่อต้องหายใจเข้าแบบนี้ หายใจออกอย่างนี้นะ เราก็ถามว่าจะช่วยอะไร เขาก็บอกว่าช่วยให้หายปวด เราก็รู้สึกผ่อนคลายไม่เครียด

เขานั่งอยู่กับเราตลอด นั่งจับขานั่งดูแผลแถมสอนให้เราหายใจ ก็ถือว่าโชคดีที่ไม่ใช่สัตว์ที่มีพิษร้ายแรง และตอนเจอกัด เราแค่ใช้น้ำสะอาดล้าง หลังจากนี้จะป้องกันอย่างไรต่อไป “มันมีหลายวิธี แต่ว่าเบื้องต้นก็คงจะทำความสะอาดโดยบริเวณรอบของเราให้สะอาด โล่งตาที่สุด สิ่งของที่วางก็ต้องระวังไม่ให้มันกองซ้อนกัน ไม่ให้พวกมันซ่อนตัวได้

แล้วก็ห้ามลูกไม่ให้ออกไปเล่น หรือถ้าออกไปก็ต้องใส่รองเท้าที่คลุมเท้าสูงขึ้นมาหน่อย เราเองเวลาทำงานในฟาร์มก็คงจะต้องหารองเท้าที่ป้องกันสัตว์ เบื้องต้น ดูแลอย่างนี้ไปก่อน แต่อีกใจผมก็คิดว่าตรงพื้นที่เป็นหญ้าจะเทปูนลงมาแล้วปูเป็นหญ้าเทียมรอบบ้าน ให้ดูโล่งๆตา กันการซ่อนตัวของสัตว์พวกนี้ เพราะว่าแถวนั้นเวลาทำนา สัตว์เลื้อยคลานจะออกจากนาเพื่อหาที่ซ่อน ของผมคืออยู่รอบๆ เป็นนาทั้งหมด

ก็เลยมารวมอยู่บ้านผม เพราะก่อนหน้านี้ก็มีงูหลากหลายชนิดแวะมาเยี่ยมฟาร์มอยู่เรื่อย คงจะต้องระวังมากขึ้น เวลากลางคืนก็คงไม่ให้โอเชี่ยนออกมาข้างนอก ตัวเราเองก็จะพยายามทำธุระให้เสร็จก่อนพระอาทิตย์จะตกดิน เพราะว่ามันจะระวังยาก”

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here