ไม่ได้เลิกเพราะมือที่สาม! ‘โทนี่’ รับเสียความรู้สึก หลัง ‘หลิน’ ตอบสื่อปมเลิกราแง่ลบ

0
33

ไม่ได้เลิกเพราะมือที่สาม! ‘โทนี่’ รับเสียความรู้สึก หลัง ‘หลิน’ ตอบสื่อปมเลิกราแง่ลบ (ชมคลิปท้ายข่าว)

วันที่ 5 พ.ย. ที่จีเอ็มเอ็ม ไลฟ์ เฮ้าส์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โทนี่ รากแก่น นักแสดงหนุ่มหล่อ มาร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวซีรีส์ใหม่ “GMMTV Series 2019 WONDER THIRTEEN” จากนั้นได้ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องถูกจับตาความสัมพันธ์กับนางเอกสาว แก้ว จริญญา หลังอดีตแฟนสาว หลิน มชณต อึกอักตอบสาเหตุที่เลิกกัน เป็นเรื่องของมือที่สามหรือเปล่า

โดย โทนี่ เผยว่า “ความสัมพันธ์ไม่ได้เป็นยังไงนะครับ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันข่าวมาได้ไง คือเรารู้จักกันอยู่แล้วในฐานะเพื่อน มันไม่ได้มีอะไรไปมากกว่านั้น อีกอย่างผมก็ไม่ได้ตามข่าวเลยด้วย”

- Advertisement -

ความสัมพันธ์ที่แท้จริงของเราคือแค่เพื่อน พี่น้อง ใช่ไหม? “ใช่ครับ มีความเป็นแก๊ง เป็นเพื่อนกัน ไปเที่ยวด้วยกันได้ ไปไหนมาไหนด้วยกันได้”

พอมีข่าวออกมาแบบนี้ เวลาอยู่กลุ่มเดียวกันอึดอัดหรือเปล่า? “ถ้ารู้เรื่องก็จะอึดอัดมั้งครับ ไม่รู้เหมือนกัน เพราะผมไม่ได้ตามข่าวเลย ถามว่ามีโอกาสที่จะพัฒนาความสัมพันธ์มั้ย ไม่มีครับ ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร อาจจะเพราะเรามีความเป็นเพื่อน เป็นแก๊งกันอยู่มั้งครับ”

เรียกว่าแก้วไม่ใช่สเป๊กสำหรับเราใช่ไหม? “เอาจริงๆ นะ ผมก็ชอบความเป็นเขา แต่เราไม่เคยมองกันในเชิงนั้น พอมีข่าวออกมาเวลาจะไปไหนด้วยกันจากนี้ก็คงปกติครับ เพราะมันไม่ได้มีเรื่องราวอะไรเสียหาย”

ตอนนี้เรากำลังศึกษาดูใจกับใครอยู่หรือเปล่า? “ไม่มีครับ ยังโสด ไม่ได้คุยกับใครเลย”

แต่ไม่ถึงขั้นที่จะไม่มองเรื่องความรักเลยใช่ไหม? “ผมอยากเรียนรู้ความรู้สึกตอนนี้ครับ เพราะที่ผ่านมาเราค่อนข้างปล่อยให้ตัวเองมีแฟนตลอด ยังไม่เคยใช้ชีวิตโสดเลย ไม่ใช่ว่าเราอยากจะคุยกับใครก็ได้นะ แต่เราอยากจะแข็งแรงด้วยตัวเองก่อน ไม่ต้องเอาความรู้สึกตรงนี้ไปวางไว้กับใครจนเกินไป”

ชีวิตตอนมีแฟนกับตอนโสดต่างกันไหม? “แรกๆ ก็มีความต่างอยู่แล้ว แต่เราก็พยายามดึงตัวเอง ดูแลตัวเอง มีอะไรหลายๆ อย่างที่ได้ทำเพิ่มขึ้น หลังจากที่เมื่อก่อนพึ่งพาคนอื่น ตอนนี้ก็ทำด้วยตัวเอง เราไม่อยากมองอะไรไปในทางด้านลบเลย อยากปล่อยให้เป็นธรรมชาติไปแบบนี้”

กับทางอดีตแฟนสาว หลิน-มชณต ยังมีโอกาสได้ติดต่อพูดคุยกันอยู่ไหม? “ไม่ได้คุยเลยครับ”

ล่าสุดหลินมีข่าวกับซันนี่เราได้เห็นข่าวไหม? “เห็นผ่าน ๆครับ ก็รู้สึกว่าในเมื่อทุกอย่างมันเกิดขึ้นแล้ว ต่างคนต่างใช้ชีวิตที่ดีขึ้น เขาก็มีงานที่ดี ดูมีความสุข เราเองก็มีหน้าที่การงานที่โฟกัสได้ สุดท้ายผมมองว่า ก็น่าจะเป็นการตัดสินใจที่ดีของทุกฝ่าย ผมมองว่าเรื่องนี้ทุกคนเคยมีประสบการณ์คล้ายๆ กัน แบบเราได้อยู่กับคนๆ นึงแล้ว เราก็ได้ศึกษาแล้ว กลายเป็นเรามองว่าความถูกต้องในตอนนั้น

“คือเราต้องรับผิดชอบกัน แต่พอเอาจริงๆ แล้วพอเราอยู่มาอย่างนั้นมา 1 ปี ด้วยความรู้สึกมันคือความถูกต้อง ก็คิดว่าเราต้องดูแลต่อไป เพราะเรามาใช้ชีวิตด้วยกัน มารู้จักกันมาสนิทกัน แต่พอใช้ชีวิตมาปีนึงเรารู้สึกว่าความรู้สึกถูกต้องก็คือ เราต้องซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเองหรือเปล่า

“มันเลยทำให้เรากล้าที่จะคุยกันเรื่องนี้ เรารู้สึกว่าในวันนั้นที่เราคุยกัน มันเป็นเรื่องของเราสองคน ซึ่งเขาเองก็คิดแบบเดียวกัน ก็เลยรู้สึกว่าแปลกเหมือนกันที่อยู่ดีๆ มีเรื่องมือที่สามเยอะแยะมาก เราก็งงว่าทำไมเป็นอย่างนั้น แต่ก็ไม่เป็นไร ก็คงเป็นธรรมชาติของมัน ที่เวลาเราอยู่ท่ามกลางสปอร์ตไลต์”

เป็นเรื่องของความรู้สึกไม่ใช่เรื่องของมือที่สามเข้ามาเกี่ยวข้องใช่ไหม? “ไม่มีเลยครับ ”
หลังจากนั้นได้คุยกันอีกไหม? “เอาตรงๆ นะ หลังจากที่เราฟังสัมภาษณ์เขาล่าสุด เราก็รู้สึกเสียใจนิดนึงนะที่ว่ามีคำพูดหลายๆ อย่าง ที่ทำให้รู้ว่าเราไม่ได้คุยกันหรือ เพราะตอนที่เราคุยกัน เราก็คุยกันแค่ 2 คน เขาเป็นคนที่เข้าใจดีที่สุดด้วยซ้ำว่า ในวันนั้นเรื่องมันเกิดขึ้นมาเป็นปีแล้ว ที่ทำให้เราต้องแยกกัน เขารู้ดีที่สุดว่ามันคืออะไร แล้วการที่เราใช้ชีวิตแบบนั้นมานานนะ เราก็อยู่ด้วยความเข้าใจกัน ”

“โอเคนี่คือความถูกต้อง ต้องอยู่ด้วยกันต่อไป แต่ ณ วันที่แบบ เขาอาจจะงงแบบที่เขาว่าจริงๆ เพราะว่าเราก็ได้เรียนรู้จริงๆ ว่าในเมื่อความรู้สึกมันเป็นแบบนี้ พอเราลองมองความเป็นจริง ถ้าเราลองซื่อสัตย์กับความรู้สึกนี้ แล้วกล้าที่จะพูดการคุยกัน ผมเชื่อว่ามีหลายคู่เคยตกอยู่ในสถาการณ์แบบนี้ ผมไม่ได้ว่าใครดีกว่าใครนะ แค่มันถึงจุดเรื่องความเข้าใจมันคนละแบบ แต่แค่กล้าเดินออกมา ”

“หรือไม่กล้าเท่านั้นเอง ในวันนั้นเราอาจเป็นคนตัดสินใจพูดก่อน แต่สุดท้ายมันเป็นเรื่องของเราที่คุยกัน แล้วเราก็เข้าใจกันในที่สุด มันไม่จำเป็นที่จะต้องมีเรื่องดราม่า หลังจากนี้ถ้าใครจะมีใครก็ไม่ใช่เรื่องของมือที่สามแล้ว เพราะต่างคนต่างเข้าใจสิ่งนี้ ผมคิดว่าคู่เราน่าจะเป็นตัวอย่างให้คนอื่นได้ว่า ในวันนึงเรากล้าที่จะพูด คุยกันตรงๆ ก็แล้วกันว่าความรู้สึกเป็นแบบนี้ ให้เราทำอย่างไรดี ”

ปัญหาที่เกิดมาเป็นปีมันคือปัญหาสะสมหรือเปล่า? “ผมขอไม่พูดถึงรายละเอียด เขาบอกเองว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องของเราสองคนคุยกัน”
ที่เขาให้สัมภาษณ์แสดงว่าเขาเข้าใจเราผิดหรือเปล่า? “ไม่รู้เหมือนกัน ไม่แน่ใจว่าทำไมออกมาเป็นรูปแบบนั้น เพราะว่าในวันที่เราคุยกันก็คือเข้าใจ”

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here