รวม 10 บ้านที่ได้รางวัลบ้านน่าอยู่ ประจำปี 2018

0
38

รวม 10 บ้านที่ได้รางวัลบ้านน่าอยู่ ประจำปี 2018 (ชมคลิปท้ายข่าว)

ลำดับที่ 10 คุณโอ๋ – อุกฤษ ยี่สารพัฒน์ เจ้าของบ้านเอ่ยถึงแนวคิดเรื่องการสร้างบ้านของเขาระหว่างที่พาเราเดินดูรอบๆ บ้านซึ่งตั้งอยู่บนถนนชมดอยอันเงียบสงบ

ผิดจากถนนนิมมานเหมินท์อันแสนคึกคักที่อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ร้อยเมตร พื้นที่เดิมของบ้านหลังนี้เคยเป็นทุ่งโล่งๆ ที่ชาวบ้านแถวนี้ใช้เป็นทางลัดในการสัญจรจนเกิดเป็นร่องรอยที่เห็นได้ชัดเจน

“พอคิดจะทำบ้านก็เลยอยากจะคงสิ่งนี้เอาไว้อยากทำสถาปัตยกรรม ที่พอสร้างเสร็จแล้วชาวบ้านไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราได้ทำอะไรเพิ่มลงไปในพื้นที่ ทั้งการปล่อยให้วัชพืชขึ้นตามธรรมชาติ และความตั้งใจที่จะเปิดพื้นที่ให้เข้า – ออกได้แบบสาธารณะทั้งหมดเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดบ้านหลังนี้ขึ้น”

- Advertisement -

ลำดับที่ 9 บ้านไทยอีสาน หลังนี้ทำให้เราแอบนึกไปว่าที่นี่ไม่ใช่กรุงเทพฯ ด้วยบรรยากาศอันร่มรื่นของแมกไม้และสไตล์บ้านที่ดูสงบและสวยงามเป็นอย่างมาก ที่นี่คือบ้านของ คุณแฟรงค์ – ศักดา และคุณจี๊ด – อรพินท์ ศรีสังคม เป็น บ้านไทยอีสาน ประยุกต์ที่ดูร่วมสมัย ผสมกลิ่นอายเรือนไทยและจังหวะสนุกๆของครอบครัวบ้านไท

คุณศักดาเล่าให้เราฟังว่า “ผมชอบเรือนไทยมาตั้งแต่เด็กๆ แต่ที่เลือกรูปแบบเฮือนอีสานเพราะได้รับอิทธิพลมาจากคุณพ่อ (พันเอกสมคิด ศรีสังคม) ซึ่งท่านรักวัฒนธรรมอีสานมากครับ แต่บ้านหลังนี้ก็มีหลายๆสิ่งที่ผสมปนเปกันจากทุกๆคนในครอบครัวด้วย”

“เมื่อก่อนเราเคยอยู่คอนโดแถวสาทรค่ะ แต่เพราะอยากให้ลูกๆได้อยู่ใกล้โรงเรียน (โรงเรียนรุ่งอรุณ) ก็เลยเลือกสร้างบ้านหลังนี้ แล้วก็ชอบความเป็นธรรมชาติของชุมชนแห่งนี้ด้วย พื้นที่ในโถงนี้ก็คล้ายการนำพื้นที่ในรูปแบบที่เราคุ้นชินคือ ห้องนั่งเล่นของคอนโดมาปรับขยายและเชื่อมโยงพื้นที่ออกไปรับความเป็นธรรมชาติที่ด้านนอก” คุณจี๊ดอธิบาย

ลำดับที่ 8 หากใครกำลังมองหาร้านอาหารไทยอร่อยๆ บรรยากาศสบายๆ อีกทั้งสถานที่ที่มีเอกลักษณ์ตั้งอยู่บริเวณริมทางรถไฟ ในโครงการชุมทางสยามยิปซี หรือ ตลาดยิปซี ย่านบางซ่อน

ต้องไม่พลาดที่นี่ The Attic Diary Cafe คาเฟ่อาหารไทยไซส์มินิ ของ คุณปุ๊ – อิศเรศ จันทรวดี เจ้าของร้านผู้เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ หลงใหลในเสน่ห์ของอาหารไทยและธรรมชาติ จึงผันตัวเองมาเป็นพ่อครัว อีกทั้งออกแบบร้านในสไตล์ที่สื่อถึงความเป็นตัวของตัวเองได้ดี

คาเฟ่แห่งนี้เปรียบเสมือนร้านอาหารและบ้านหลังเล็กๆของทุกคน ภายใต้แนวคิด Chef table ที่คุณปุ๊ตั้งใจอยากให้ลูกค้าที่เข้ามารับประทานอาหารรู้สึกเหมือนทานข้าวอยู่บ้านเพื่อน ในบรรยากาศสบายๆเป็นกันเอง อีกทั้งยังได้พูดคุยกันพบปะเพื่อนใหม่ๆระหว่างมื้ออาหาร เป็นสเปซแห่งการสานปฏิสัมพันธ์ระหว่างคน กิจกรรม กับ ธรรมชาติ อีกด้วย

ลำดับที่ 7 บริเวณบ้านแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือ ตัวบ้านหลังใหญ่และคาเฟ่กลางสวน ตัวบ้านหลังใหญ่เป็นบ้าน 2 ชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ เดิมมีสภาพค่อนข้างเก่า มีสภาพผุพังและเสื่อมโทรม เจ้าของใช้เวลาประมาณ 1 ปีในการรีโนเวตใหม่เกือบทั้งหลัง โดยเริ่มจากการถมที่ให้สูงขึ้นเพื่อปรับระดับพื้นให้เหมาะสมกับการใช้งานและป้องกันปัญหาน้ำท่วม รวมถึงทำการย้ายตำแหน่งเสาไฟที่ตั้งอยู่หน้าบ้าน เพื่อปรับทัศนียภาพของบ้านให้ดูสะอาดตาและน่ามองยิ่งขึ้น

คุณเล็กเล่าว่า “สำหรับตัวบ้านเดิมเราไม่ได้ปรับเปลี่ยนอะไรมาก ยังคงโครงสร้างเดิมไว้ เพราะพี่ชอบโครงสร้างของเก่าของโบราณ มันมีความรู้สึกเหมือนได้อยู่บ้านเดิม บ้านเก่าสมัยเราอยู่กับพ่อแม่ ที่สำคัญยังดูแน่นหนาและแข็งแรงโดยโครงสร้างที่เราคงไว้ก็จะมีเสา คาน พื้น

ส่วนสิ่งที่ปรับเปลี่ยนหลักๆ ก็จะเป็นหลังคาและผนังบางส่วนที่ปรับให้เป็นผนังกระจกแทนผนังทึบ เพราะโครงสร้างของบ้านชั้นล่างมีลักษณะเพดานต่ำ บวกกับการถมที่ให้สูงขึ้นมานั้นทำให้ทำบ้านดูเตี้ย หากเป็นผนังทึบไปหมดบ้านอาจจะยิ่งดูแคบ พี่จึงแก้ปัญหาโดยทำเป็นห้องกระจกและมีช่องแสงให้มากที่สุดทั้งประตู – หน้าต่างรวมถึงหลังคาต่อเติมบางส่วนให้เป็นหลังคาแบบใส ซึ่งนอกจากจะช่วยให้บ้านดูโปร่งโล่งแล้ว ยังช่วยเปิดมุมมองธรรมชาติรอบๆ บ้านได้อีกด้วย”

ลำดับที่ 6 ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบแบบชนบทแท้ในอำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น ได้ซุกซ่อนบ้านหลังน้อยแต่อบอุ่นเอาไว้ให้ room มาค้นหา

เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของ แบบบ้านไม้โมเดิร์นชั้นเดียว ขนาดกำลังดีของครอบครัว คุณวาทินี สุดตา

เจ้าของบ้านคนสวยที่ออกมาต้อนรับทีมงานด้วยรอยยิ้มตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง พร้อมทั้งเชื้อเชิญให้เข้าไปเยี่ยมเยือน บ้านบุญโฮม อย่างใจดี

ลำดับที่ 5 ครั้งแรกที่เห็นหน้าตาของ บ้านชั้นเดียว หลังนี้ก็รู้สึกเลยว่าไม่ธรรมดา ทั้งการออกแบบและสถานที่ตั้ง เพราะอยู่กลางทุ่งแห่งหนึ่งในจังหวัดอ่างทอง แต่ที่ไม่ธรรมดาที่สุดต้องยกให้เจ้าของบ้านซึ่งเป็นชายวัย 73 ปี ผู้ลงทุนควักกระเป๋าตัวเองมาสร้างบ้านหลังย่อมๆ จนกลายเป็นที่สนใจของชุมชนชนิดหัวบันไดไม่แห้งกันเลยทีเดียว

“หลายคนคิดว่าอายุขนาดผมทำไมถึงมาสร้างบ้าน แต่ผมมองอีกอย่างนะว่าอายุเท่านี้ยิ่งต้องสร้างบ้าน เพราะยังมีแรงไปไหนมาไหนได้ ผมไม่อยากเป็นภาระหรือสร้างความหนักใจให้ลูกในอนาคต ”

“ผมก็เลยต้องสร้างบ้านให้ตัวเองอยู่ได้ดีในยามแก่ที่อาจช่วยเหลือตัวเองได้น้อยลง แทนที่จะไปอยู่ในห้องแคบๆ ให้ลูกมาคอยดูแล ก็เลยต้องมีการวางแผนกันไว้ล่วงหน้า ซึ่งสุดท้ายแล้วต่อไปบ้านนี้ก็จะเป็นของลูกเราอยู่ดี”

ลำดับที่ 4 “ พูดถึงคำว่า บ้านนอกคอกนา ใคร ๆ ก็มักจะคิดว่าเชยหรืออายที่เป็นคนบ้านนอกแต่ตอนนี้บ้านนอกคอกนากลายเป็นคำที่พูดได้อย่างไม่อายใคร

และใคร ๆ ก็อยากมาสัมผัสความเป็นบ้านนอกคอกนากันค่ะ ” ที่ดินทั้งหมดถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก

ส่วนแรกเป็นโซนร้านอาหาร ตัวอาคารและการตกแต่งเลือกใช้ไม้ไผ่เป็นวัสดุหลัก

รวมถึงวัสดุอื่นๆ ที่มาจากธรรมชาติ อย่างหญ้าคา ไม้จริง และวัตถุดิบในสวน ตกแต่งสไตล์บ้านนอกเป็นมิตรกับธรรมชาติ ที่ผ่านการออกแบบและกลั่นกรองความคิดมาแล้วคุณสาเล่าให้ฟังว่า

“ร้านอาหารตกแต่งโดยเน้นบรรยากาศที่เรียบง่ายสไตล์บ้าน ๆ ซึ่งเหมาะกับคนที่รักธรรมชาติหรือชอบถาปัตยกรรมไทย และคนที่หลงรักวิถีชีวิตชนบทค่ะ ”

ลำดับที่ 3 บ้านหลังนี้เป็นของครอบครัวใหญ่ที่สมาชิกมีอายุตั้งแต่ 8 ขวบถึง 84 ปี ทั้งยังมีเรื่องราวมากมายที่ถ่ายทอดผ่านข้าวของเครื่องใช้จากรุ่นสู่รุ่น เกิดเป็นการผสมผสานให้บ้านโมเดิร์นหลังนี้มีกลิ่นอายความเป็นไทยแทรกอยู่ในทุกมุมของบ้าน โดยเจ้าของบ้านก็คือ คุณป่อง-ปฐมา หรุ่นรักวิทย์ สถาปนิกหญิงแห่ง Case Studio ผู้ทำงานเพื่อชุมชนมาอย่างยาวนาน

“จากเดิมที่แต่ละคนจะมีบ้านเป็นหลังๆ คนละหลัง แยกกันไปในเนื้อที่กว่า 4 ไร่ แต่สุดท้ายพอหลายปีเข้า วิถีชีวิตเปลี่ยนไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นว่าทุกคนกลับมารวมกันอยู่ที่บ้านแม่ มาอยู่บ้านแม่ มากินข้าวบ้านแม่ บ้านหลังอื่นๆใช้กันแค่ห้องเดียว แต่บ้านแม่กลับมีที่ไม่พอ”

คุณป่องอธิบายถึงที่มาของการปรับเปลี่ยนบ้านใหม่ที่กลายเป็นผลลัพธ์ที่ต่างจากบ้านหลังเดิมอย่างสิ้นเชิง โดยในพื้นที่เดิมนั้นยังประกอบด้วย บ้านไม้โบราณที่สร้างโดยคุณตาของคุณป่องเองร่วมกับช่างจีนที่ว่าจ้างมา

ลำดับที่ 2 คุณป๊อกภูมิสถาปนิกเจ้าของบ้านและเจ้าของสำนักงานภูมิสถาปัตยกรรม “TROP” กำลังพูดถึง คุณบุญเลิศ เหมวิจิตรพันธ์ สถาปนิกแห่งสำนักงาน “Boon Design” ผู้ทำหน้าที่ร่างเส้นสายของบ้านหลังใหม่ร่วมกันกับเขา

โดยคุณบุญเลิศได้เล่าถึงไอเดียการออกแบบให้เราฟัง ก่อนที่จะมาพบเจ้าของบ้านราวสองอาทิตย์ให้ฟังว่าต้องการสร้างบ้านที่สัมพันธ์กับธรรมชาติ

ซึ่งเป็นแก่นในการทำงานออกแบบของบริษัทมาโดยตลอด ส่วนความพิเศษของบ้านหลังนี้ได้ต่อยอดมาจากความต้องการของเจ้าของบ้าน

ซึ่งบอกเขาไว้ว่าชอบบ้านสีขาวแบบเรียบ ๆ และต้องการบ้านที่มีคอร์ตยาร์ดเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ใช้สอย

ลำดับที่ 1 เบื้องหลังผนังสีขาวราวกระดาษที่ปิดทึบ “PA House” คือผลงานล่าสุดของ IDIN Architects ต่อยอดความหมายของ “Tropical Architecture”

ได้อย่างน่าสนใจอีกครั้ง ตามความตั้งใจแรกเริ่มของนักออกแบบผู้ต้องการผสานรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่เข้ากับสภาพแวดล้อมของที่ตั้งได้อย่างลงตัว

เนื่องจากต้องการความเป็นส่วนตัวอย่างสูง บ้านหลังนี้จึงใช้การทำผนังบังสายตาเป็นผนังทึบขนาดใหญ่ในจุดต่าง ๆ แล้วใช้เทคนิคการออกแบบมาช่วยไม่ให้บ้านทึบตัน เพื่อซ่อนสายตาจากเพื่อนบ้าน

คุณเป้ – จีรเวช หงสกุล สถาปนิกผู้ออกแบบได้เล่าถึงที่มาที่ไปของบ้านโมเดิร์น ขนาดพื้นที่ใช้สอย 400 ตารางเมตร ที่เพิ่งสร้างเสร็จ โดยมีโจทย์มาจากเจ้าของบ้านผู้รักความเป็นส่วนตัวซึ่งต้องการบ้านหลังใหม่สำหรับครอบครัวที่กำลังขยับขยาย โดยตั้งแยกออกมาไม่ไกลจากบ้านหลังเดิมของครอบครัวตัวเองมากนัก

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here