เปิดบ้านหรู 50 ล้าน! ‘ดีเจเอกกี้’ พาชมบ้าน 4.5 ชั้นมีลิฟต์ พร้อมรถซุปเปอร์คาร์ เผยหวังอยู่ถึงบั้นปลายชีวิต

0
9

เปิดบ้านหรู 50 ล้าน! ‘ดีเจเอกกี้’ พาชมบ้าน 4.5 ชั้นมีลิฟต์ พร้อมรถซุปเปอร์คาร์ เผยหวังอยู่ถึงบั้นปลายชีวิต (ชมคลิปท้ายข่าว)

พลิกชีวิตล่าสุด หลังโด่งดังมากจากอดีตบอยแบนด์ จนยุบวงไป กลายเป็นดีเจ เงินเดือนน้อย วันนี้พลิกมาสูงสุด หลังเปิดตัวแบบแกรนด์โอเพนนิ่งกลางรายการ เดอะสตาร์ 4 เป็นสาวสอง งานไหลมา เงินเทมา วันนี้เจ้าตัว เปิดบ้านหรูกึ่งคอนโด ใจกลางเมือง ราคาครึ่ง 100 ล้านบาท หวังอยู่ไปถึงบั้นปลายชีวิต อยู่กัน 3 คน พ่อแม่ลูก

เอก ยูเอชที หรือ ดีเจเอกกี้ ยอมรับว่า เป็นคนขยัน รักษาข้าวของ ตอนนี้อีเว้นต์มากสุด 3 งาน ก็พอแล้ว ซูเปอร์คาร์ ซื้อมา ไม่ให้ใครนั่ง แม่นั่งครั้งเดียว พ่อยังไม่เคยนั่งเลย เป็นคนรักของ หวงของ หลังเลิกกับแฟน 10 ปี ชีวิตดีดี๊ เมื่อบอกว่า แฟนที่เป็นวีเจอ่ะนะ เอกกี้ถึงกับตบพิธีกรหงายท้อง เลิกกันไป ยังเป็นเพื่อนกันได้ คุยกันได้ เวลาทำงานจะพูด แต่ชีวิตจริงจะเงียบๆ นะ

- Advertisement -

บ้านกำลังตกแต่งออกแบบภายใน โดยน้องชายแท้ๆ อยากเข้ามาอยู่แล้ว ระบบความปลอดภัยดี จะแต่งแบบเรียบหรู อบอุ่น บ้าน 400 ตารางเมตร 4.5 ชั้น มีลิฟต์ คาดว่าน่าจะเข้ามาอยู่ได้ สิ้นปีนี้ หรือ เดือน ก.พ. ปีหน้า อาจารย์ช้าง (ทศพร ศรีตุลา) มาดูแล้ว บอกบ้านนี้ดี แก้ฮวงจุ้ยนิดหน่อย เราห่วงพ่อแม่ เตรียมห้องไว้ให้หมดแล้ว อยากให้มาอยู่ด้วยกัน

นี่คือบ้านที่ดีเจเอกกี้ซื้อเก็บเอาไว้เมื่อประมาณ 10 ที่แล้ว ก่อนตัวเขาเลือกที่จะย้ายไปอาศัยอยู่ที่คอนโดฯ ย่านทองหล่อ แต่ก็อย่างที่หลายคนเคยอ่านและผ่านตากับตัวหนังสือที่มักให้นิยามการรีโนเวทอาคารว่าเป็นเรื่องยุ่งยากและซับซ้อน ดังนั้นในการชุบชีวิตบ้านเก่าเพื่อเติมเต็มบ้านในฝันของดีเจเอกกี้

คงจะไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้น้องชายร่วมสายเลือดมาเป็นผู้ออกแบบและรีโนเวทให้อีกแล้ว แน่นอนว่าคำถามแรกที่เรายิงไปหาสถาปนิกจะเป็นคำถามใดไม่ได้นอกเสียจาก “อะไรคือสิ่งที่พี่ชายอยากได้เป็นพิเศษสำหรับบ้านหลังนี้”

“พี่เอกอยากได้ห้องนอนใหญ่ที่มีห้องน้ำและห้องแต่งตัวในตัว ห้องนั่งเล่นที่ขอให้มีแสงธรรมชาติ มีโต๊ะทานข้าว มีครัว แล้วทำให้น่าอยู่ ความต้องการหลักๆ จะประมาณนี้ ที่เหลือก็เป็นหน้าที่เราที่จะนำเสนอให้เขาดูว่าลวดลายและวัสดุที่เราเลือกให้แบบนี้เขาชอบไหม

ด้วยบุคลิกของเขาเวลาอยู่ในหน้าที่จะเป็นแบบหนึ่ง เวลาเขาอยู่กับเราหรือเวลาไปเล่นกีฬาด้วยกันก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง บ้านหลังนี้จึงเป็นบ้านกึ่ง Metaphor เป็นบ้านที่ดูแข็งแรงแต่ว่ามีความอ่อนโยนเหมือนดอกไม้” คุณพงศ์ภัทร เอื้อสังคมเศรษฐ์ อธิบายแนวคิดในการออกแบบ

คุณพงศ์ภัทร ร่วมด้วย คุณปานดวงใจ รุจจนเวท สถาปนิกผู้ร่วมก่อตั้งสตูดิโอออกแบบ Anonym ใช้วิธีการอุปมา (Metaphor) ในการสร้างตัวตนให้กับบ้านหลังนี้ เพื่อสื่อความหมายสะท้อนบุคลิกสองด้านของพี่ชายผ่าน ‘ต้นมะกอกเซรามิก’ ที่ได้ คุณอ้อ-พรพรรณ สุทธิประภา ศิลปินเซรามิกจาก Small Studios มาเป็นผู้สร้างสรรค์

จัดเรียงในช่องตารางที่ออกแบบเพื่อสร้างจุดเด่นให้กับเปลือกอาคาร (Façade) ที่ลอยอยู่เหนือโรงจอดรถ ซึ่งเดิมทีพื้นที่ตรงนี้คือโรงจอดรถเก่าของบ้านจัดสรรที่ทุบทิ้งแล้วสร้างใหม่ เพื่อปรับมาเป็นห้องอเนกประสงค์ เมื่อลงลึกในรายละเอียดแล้ว กรงเหล็กดังกล่าวบรรจุเอาต้นมะกอกเซรามิก จำนวน 102 ต้น ลงในช่องว่างเรียงแถวเป็นหน้ากระดานทั้งหมด 4 แถวตรงด้านหน้า และ 3 แถวตรงด้านข้าง อีกทั้งบนก้อนอาคารชั้น 2 นี้ยังเป็นที่มาของการตั้งชื่อเล่นให้กับบ้านพี่ชายหลังนี้ว่า ‘BAAN FLOWER CAGE’ อีกด้วย

ส่วนพื้นที่ภายในบริเวณชั้นล่าง สถาปนิกแก้ไขข้อจำกัดของแปลนเดิมของบ้านที่มีลักษณะปิดทึบ โดยปรับรูปฟอร์มใหม่ให้บ้านมีโถงทางเข้า (Foyer) สำหรับแจกจ่ายไปสู่พื้นที่ใช้สอยอื่นๆ ทั้งในส่วนห้องนอนของพ่อและแม่ ถัดไปจนถึงห้องนั่งเล่น และครัวที่อยู่ด้านในสุดของบ้าน ส่วนเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่ส่วนนั่งเล่นและครัว

มีการทุบผนังเดิมบางส่วนทิ้งเพื่อเปิดพื้นที่ให้โปร่งและสร้างชายคายื่นยาวออกไปในลักษณะเรือนกระจก เพื่อรับแสงสว่างจากดวงอาทิตย์เข้ามาสร้างบรรยากาศให้บ้านดูน่าพักผ่อนยิ่งขึ้น ในขณะที่ต้นไม้ที่ปลูกเอาไว้ริมรั้วยังทำหน้าที่คล้ายผนังสีเขียวจากธรรมชาติ เข้ามาสร้างความสดชื่นผ่อนคลายด้วยอีกหนึ่งแรง

อีกหนึ่งกิมมิคที่สถาปนิกผู้เป็นน้องชายนำมาใช้ คือการเล่นสนุกกับลวดลายของแผ่นกระเบื้องปูพื้น ล้อไปกับลวดลายและแพทเทิร์นบนเสื้อผ้าที่ดีเจเอกกี้ชอบสวมใส่ อาทิ ส่วนโถงทางเข้าที่ปูพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ในแพทเทิร์นลายก้างปลา

ส่วนนั่งเล่นที่ปูพื้นหินอ่อนลายตารางหมากรุกสีขาวดำ หรือส่วนครัวที่ใช้กระเบื้องหินอ่อนสีดำทั้งหมด ซึ่งนอกจากช่วยสร้างมิติที่หลากหลายและสะท้อนตัวตนของผู้อาศัย ยังเป็นการกำหนดพื้นที่ส่วนใช้สอยต่างๆ กลายๆ โดยไม่ต้องใช้การก่อผนังแบ่งขอบเขตให้เกิดความอึดอัด

สุดท้ายคือพื้นที่บนชั้น 2 ที่เปรียบเสมือนกับโลกส่วนตัวขนาดย่อมของดีเจเอกกี้ เพราะทั้งชั้นนี้คือส่วนพักอาศัยที่จัดสรรปันส่วนออกเป็น ห้องนอนเรียบง่ายที่เอื้อสำหรับการพักผ่อนอย่างแท้จริง ห้องแต่งตัวที่เน้นความหรูหราเคล้าสีสันตามเสื้อผ้าที่ดีเจเอกกี้สวมใส่

ห้องน้ำที่ยังคงหวือหวาด้วยกระเบื้องปูพื้นและกรุผนังในลวดลายเดียวกัน และห้องอเนกประสงค์ที่สร้างขึ้นใหม่เพื่อรองรับกิจกรรมที่หลากหลาย ซึ่งทุกพื้นที่ล้วนแล้วแต่สะท้อนตัวตนของผู้อาศัยในทุกกระเบียดนิ้ว

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here