โกอินเตอร์-โกยเงิน! ‘สิตางศุ์ บัวทอง’ ควงสามี เล่นหนัง เล่า! ดังไกลถึงเมืองนอก

0
8

โกอินเตอร์-โกยเงิน! ‘สิตางศุ์ บัวทอง’ ควงสามี เล่นหนัง เล่า! ดังไกลถึงเมืองนอก (ชมคลิปท้ายข่าว)

วัยจะ60ยังดังต่อเนื่อง เน็ตไอดอลสาวสอง สิตางศุ์ บัวทอง วัย 57 สายสะบัด เซ็กซี่ขี้เล่น ยังโด่งดังต่อเนื่อง เน็ตไอดอลรุ่นใหญ่ แถมสามีหนุ่มยังรักยังหลงมาก ล่าสุด ควงกันไปเล่นหนังของผู้กำกับดัง พชร์ อานนท์ หอแต๋วแตกแหกต่อไม่รอแล้วนะ เจ้าตัวก็โพสต์ภาพกับสามี แคปชั่นหวานด้วยว่า “ฉันเป็น..#หนังสือที่อ่านไม่จบ ความรัก..มีอยู่จริง.. ทั้งนอกและในจอ..ที่ #หอแต๋วแตกแหกต่อไม่รอแล้วนะ”

โดย เน็ตไอดอลรุ่นใหญ่ มาโปรโมตหนังล่าสุด บอกว่า เป็นสายสะบัดตั้งแต่สมัยเที่ยวแรกๆ สามีหวงมาก เคยบอกหลายที่แล้วว่า เราเป็นผู้หญิง ต้องเป็นผู้หญิงที่เป็นแบบหนังสือที่อ่านไม่จบ เราต้องมีตอนต่อไปๆ เขาเปิดมา 10 กว่าปีแล้ว เรามีตอนใหม่ ช็อตใหม่ให้เขาตลอด

ส่วนเรื่องความโด่งดัง แฟนคลับเยอะ เหมือนซุปตาร์เมืองไทยไป ดังทั้งจีน ไปพบปะแฟนคลับ ล่าสุด ทั้ง ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย หลายประเทศ แฟนคลับมารอหลายร้อย แล้วพูดภาษาไทยได้ สะบัดต่อไปรอแล้วนะ ทำเราดราม่า ร้องไห้เลย เหมือนกัน

- Advertisement -

“เราเป็นผู้หญิงร้อยวิญญาณ น่ากลัวก็ได้ น่าเกลียดก็ได้ เซ็กซี่นี่ถนัดมาก อายุ 57 แล้ว แต่เรารู้สึกหยุดตัวเองไว้แค่ 25 เป็นแม่บ้าน ผัวไม่ให้ออกไปไหน ผัวหลงมาก”

จากกรณีที่โซเชียลมีเดียในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำพูน ต่างวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนักกรณีที่ “สิตางศุ์ บัวทอง” ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว

โซเชียลมีเดียมีการวิพากษ์วิจารณ์กรณีที่ “สิตางศุ์ บัวทอง” หรือที่รู้จักกันในฉายา “สิตางศุ์สายสะบัด” เน็ตไอดอลสาวประเภทสองชื่อดัง ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเป็นภาพถ่ายของตัวเองที่ยืนถ่ายอยู่บริเวณหน้าอนุสาวรีย์พระนางจามเทวี อ.เมือง จ.ลำพูน

ซึ่งถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวลำพูนและชาวล้านนาให้ความเคารพนับถือ โดยมีลักษณะคล้ายการโพสต์ท่าถ่ายแบบ จึงทำให้มีผู้แสดงความเห็นในเชิงตำหนิเป็นจำนวนมาก

สิตางศุ์ บัวทอง เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวระหว่างเดินทางมาทำงานถ่ายแบบที่จ.เชียงใหม่ ว่าภาพดังกล่าวถ่ายเมื่อวันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเกิดจากความตั้งใจของตัวเองที่จะเดินทางไปกราบสักการะพระนางจามเทวีให้ได้

ด้วยความเคารพนับถือและศรัทธาพระองค์ท่านอย่างสูงสุดที่เป็นสตรีที่เป็นปฐมกษัตริย์ปกครองอาณาจักรหริภุญชัย แม้ว่าจะไม่ได้เกิดที่นี่ก็ตาม

และต้องการจะถ่ายภาพกับอนุสาวรีย์พระนางจามเทวีเป็นที่ระลึกเท่านั้น โดยที่ไม่ได้มีเจตนาจะลบหลู่ หรือตั้งใจจะแสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสมแต่อย่างใดทั้งสิ้น

สิตางศุ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ หลังจากที่ถ่ายภาพแล้วได้มีการนำโพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว และจากนั้นไม่ทันได้ติดตามหรือทราบว่าเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับภาพดังกล่าว

เนื่องจากตัวเองอยู่ระหว่างการเดินทางมาทำงานในจ.เชียงใหม่ จนกระทั่ง ในช่วงพักจากงานจึงทราบว่าเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าว

“ซึ่งรู้สึกเสียใจและขอโทษที่ทำให้ผู้คนรู้สึกไม่สบายใจ โดยเวลานี้ได้ทำการลบภาพดังกล่าวที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ออกจากเฟซบุ๊กแล้ว พร้อมยืนยันว่า มีความรักเคารพศรัทธาพระนางจามเทวีไม่น้อยไปกว่าทุกคน และพร้อมยอมรับคำท้วงติง หากทำสิ่งใดที่ผิดพลาดไปเพื่อแก้ไขปรับปรุง” สิตางศุ์ กล่าว

ชมคลิป

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here