จากเด็กปั๊ม สู่ นักธุรกิจแสนล้าน! จากปากคนใกล้ชิด ‘เจ้าสัววิชัย’ ผู้ไม่เคยก้มหัวให้ อุปสรรคและความล้มเหลว

0
5258

จากเด็กปั๊ม สู่ นักธุรกิจแสนล้าน! จากปากคนใกล้ชิด ‘เจ้าสัววิชัย’ ผู้ไม่เคยก้มหัวให้ อุปสรรคและความล้มเหลว (ชมคลิปท้ายข่าว)

เรื่องราวบางส่วนที่คุณจะได้อ่านต่อไปนี้มาจากบทสัมภาษณ์คนใกล้ตัวของ คุณวิชัย เพื่อบอกเล่าภาพของเขาในฐานะเจ้าสัวนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่ พ่อของลูกๆ เด็กปั๊ม และชายผู้ไม่เคยก้มหัวให้อุปสรรคและความล้มเหลวใดๆ ในชีวิต

‘ศิลปะการซื้อใจคน และความมุมานะ’ สองในหลายๆ สิ่งที่เราเรียนรู้ได้จากเจ้าสัวธุรกิจ เจ้าของอาณาจักรสินค้าปลอดภาษีระดับแสนล้าน
วิชัยเริ่มต้นเข้าสู่เส้นทางการประกอบธุรกิจร้านค้าปลอดอากรครั้งแรกเมื่อปี 2532 จากการเปิดกิจการในฮ่องกง ก่อนจะกลับมาทำธุรกิจในไทยภายใต้ชื่อบริษัท ดาวน์ทาวน์ ดี.เอฟ.เอส. (ไทยแลนด์) จำกัด ที่อาคารมหาทุน พลาซ่า โดยได้ไอเดียธุรกิจ และแนวคิดจากช่วงที่เดินทางไปต่างประเทศอยู่เป็นประจำ แล้วเห็นคนไทยซื้อสินค้าจากร้านขายของปลอดภาษีที่สนามบินฮ่องกงกลับมาฝากครอบครัว

- Advertisement -

ในปี 2533 ธุรกิจจำหน่ายสินค้าปลอดอากรของวิชัยได้จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในนามบริษัท คิง เพาเวอร์ แท็กซ์ฟรี จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท เพื่อจุดประสงค์ของการประกอบธุรกิจจำหน่ายสินค้าปลอดภาษี

กระทั่งในปี 2536-2545 คิง เพาเวอร์ ก็ได้รับสัมปทานจากการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ให้เข้าบริหารร้านค้าปลอดภาษี จำหน่ายสินค้าทั่วไปที่ท่าอากาศยานดอนเมือง เชียงใหม่ ภูเก็ต และหาดใหญ่ และในปี 2549 ก็ได้รับสัมปทานเข้ามาบริหารจัดการพื้นที่จำหน่ายสินค้าปลอดภาษีและอากร รวมถึงพื้นที่เชิงพาณิชย์ในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เชียงใหม่ ภูเก็ต และหาดใหญ่ ก่อนขยายพื้นที่ประกอบธุรกิจในประเทศอื่นๆ รวมถึงบนเครื่องบินของการบินไทยและแอร์เอเชีย

ขณะที่จากการเปิดเผยโดยนิตยสาร Forbes เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาพบว่าวิชัยอยู่ในลำดับที่ 5 ของเศรษฐีไทยประจำปี 2561 และจากข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 28 ตุลาคมพบว่า เขามีมูลค่าทรัพย์สินในครอบครองรวมกว่า 4,900 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 162,600 ล้านบาท

เรื่องเล่าที่น่าสนใจจาก เอมอร รักศรีอักษร คู่ชีวิตของประธานบริหารกลุ่มคิง เพาเวอร์ และอัยยวัฒน์ ลูกชาย พบว่าในช่วงปี 2549 คือช่วงที่กิจการดิวตี้ฟรีของครอบครัวสั่นคลอนพอสมควร สืบเนื่องจากเหตุการณ์การปิดสนามบินสุวรรณภูมิเป็นระยะเวลา 2 เดือน ทั้งๆ ที่เพิ่งเปิดให้บริการไม่นานด้วยซ้ำ

ช่วงนั้นคิง เพาเวอร์ ไม่มีรายรับเลย แต่เพราะต้องจ่ายเงินเดือนพนักงานตามปกติ วิชัยจึงไปดำเนินเรื่องกู้ยืมเงินจากธนาคารมาจ่ายเงินเดือนพนักงานกว่า 1,000 คนตามปกติ เพราะมองว่าพนักงานคือคนสำคัญขององค์กร และเข้าใจดีว่าทุกคนต่างก็มีภาระที่ต้องแบกรับ

ผลสุดท้ายครอบครัวคิง เพาเวอร์ ก็ผ่านวิกฤตในครั้งนั้นมาได้พร้อมกับได้ใจพนักงานในองค์กรทุกคนเป็นของแถม นี่คือศิลปะในการซื้อใจคนที่วิชัยเรียนรู้มาตั้งแต่สมัยต้องเดินทางไปเรียนหนังสือที่ต่างประเทศ และยังคงปฏิบัติเช่นเดิมมาตลอด แม้แต่มารดา ประภาศร รักศรีอักษร ก็ยังเคยบอกว่าเขามักจะนำเงินค่าขนมไปเลี้ยงเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ อยู่ตลอด ส่วนเพื่อนๆ ที่ร่ำเรียนใน International Chinese School มาด้วยกันก็ยืนยันว่าเขาเป็นคนที่ใจกว้างมาก นำขนม เอาเงินมาเลี้ยงเพื่อนๆ อยู่เสมอ

นอกจากนี้ในสายตาของลูกๆ วิชัยยังเป็นคนทำงานที่โหมงานหนักอยู่เสมอ โดย อภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา บุตรชายคนโตเคยบอกกับว่า เขาเห็นพ่อทำงานหนักสมัยที่ตนยังเรียนอยู่ที่อังกฤษ​ ในช่วงปิดเทอมเขาเดินทางกลับมาบ้านที่ประเทศไทยแล้วพบว่าพ่อเข้าไปทำงานที่สนามบินสุวรรณภูมิจนถึงตี 1 และตี 2 ต้องตรวจไซต์งานด้วยตัวเองทั้งๆ ที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จและเต็มไปด้วยฝุ่น

ด้วยความบากบั่นมุมานะและพยายาม และศิลปะในการบริหารคน จึงทำให้ทุกวันนี้วิชัยยังคงเป็นที่รักของเพื่อนๆ และลูกน้องในองค์กรไม่เปลี่ยนแปลง
ประธานสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ ผู้พิชิตใจทุกคนด้วยการตั้งเป้าหมาย และลงมือทำให้เห็น

ภาพจำในช่วง 7-8 ปีหลังสุดที่คนส่วนใหญ่ทั้งไทยและชาวต่างชาติมีต่อวิชัยคือการเป็นเจ้าของและประธานสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ พาทีมเล็กๆ จากเมืองเลสเตอร์ ย่านอีสต์มิดแลนด์ของอังกฤษก้าวขึ้นมาจากลีกฟุตบอลแชมเปี้ยนชิป เถลิงบัลลังก์แชมป์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกสมัยแรกของสโมสร สร้างประวัติศาสตร์ และตำนานบทใหม่ให้กับวงการฟุตบอลโลก

แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ เป็นทั้งที่ ‘ยอมรับ’ และ ‘ที่รัก’ ของคนทุกคน เขาต้องฝ่าฟันอุปสรรคที่ถาโถมพุ่งเข้าใส่ชนิดไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เริ่มตั้งแต่วันแรกที่ประกาศเข้าเทกโอเวอร์สโมสรแบบ 100% ในปี 2011 กับสื่ออังกฤษที่ขึ้นชื่อในด้านการขุดคุ้ย และการตั้งประเด็นถกเถียงที่ไม่กลัวเกรงใครหน้าไหน

เด็กปั๊ม เจ้าของโรงฉายหนังจากผ้าปูที่นอน ผู้ช่วยเชฟ คนธุรกิจที่รักการทำงานตั้งแต่เล็กๆ
น้อยคนจะรู้ว่าเจ้าสัววิชัยเริ่มหลงใหล และมีแพสชันการทำธุรกิจ หาลำไพ่พิเศษมาตั้งแต่เล็กๆ คุณแม่ประภาศรเล่าว่าเดิมทีบ้านของตนประกอบธุรกิจ ‘หล่อตัวพิมพ์’ ในสมัยที่วิชัยยังเด็ก เป็นเด็กเรียบร้อย ชอบอ่านหนังสือ มีพี่น้องทั้งหมด 4 คน เป็นลูกคนที่ 3 ถูกส่งไปเรียนที่ไต้หวันตั้งแต่อายุ 11 ขวบ

ครั้งต้องเดินทางไปเรียนต่อจริงๆ คุณแม่ก็กลั้นน้ำตาความคิดถึงลูกชายเอาไว้ไม่อยู่ วิชัยจึงปลอบแม่ว่า “แม่ไม่ต้องร้องไห้ เดี๋ยวไปเรียนพอโตขึ้นรวยแล้วจะทำงานเลี้ยงแม่เอง”
วิชัยมักจะเกิดไอเดียหยิบจับสิ่งของรอบตัวมาปั้นเป็นธุรกิจได้เสมอ ตัวอย่างเช่น ครั้งหนึ่งเขาเคยไปเช่าหนังจากร้านเช่าวิดีโอแล้วนำมาฉายขึ้นผ้าปูที่นอนให้เพื่อนๆ ได้ดูแล้วเก็บเงินทุกคน เมื่อย้ายมาเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา ก็ไปทำงานที่ร้านอาหารเป็นเด็กเสิร์ฟ พนักงานทำความสะอาดโต๊ะ และผู้ช่วยเชฟโดยไม่เกี่ยงงาน

พอคุณพ่อ (วิวัฒน์ รักศรีอักษร) ทราบเรื่องเข้าก็ถูกบังคับให้ลาออกจากงาน เพราะห่วงว่าจะเรียนได้ไม่เต็มที่ แต่จนแล้วจนรอด วิชัยก็ยังหาโอกาสกลับไปทำงานพิเศษในที่สุด โดยไปสมัครงานเป็นเด็กปั๊มที่สถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่ง
ถึงวันนี้ วิชัยจะจากโลกนี้ไปแล้วด้วยวัย 60 ปี แต่เมล็ดพันธ์ุความเป็นคนขยัน รู้จักสรรหาแนวคิดใหม่ๆ ที่ต่างจากคนอื่นมาประกอบธุรกิจตั้งแต่เล็กๆ จนผลของการเรียนรู้ และประสบการณ์ที่สั่งสมออกดอกออกผลงอกเงยสุกงอมเต็มที่พร้อมแก่การเก็บเกี่ยว คือบทเรียนที่ใครต่อใครก็สามารถนำมาปรับใช้กับชีวิตของตัวเองได้เสมอ ทั้งยังเป็นบทเรียนที่ส่งต่อให้กับคนรุ่นหลังได้ไม่รู้จบ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here