‘สเตฟาน’ คนเดิมกลับมาแล้ว! ส่องภาพล่าสุด ตัดผมสั้น เปลี่ยนจากหนุ่มเซอร์ เป็น หนุ่มลูกครึ่งมาดเทห์

0
144

‘สเตฟาน’ คนเดิมกลับมาแล้ว! ส่องภาพล่าสุด ตัดผมสั้น เปลี่ยนจากหนุ่มเซอร์ เป็น หนุ่มลูกครึ่งมาดเทห์ (ชมคลิปท้ายข่าว)

แค่ลดความอ้วน+ตัดผมให้เป็นทรงก็หล่อแล้ว ‘สเตฟาน’ เกิดมาหล่อโดยเชื้อสายอยู่แล้ว เคอร์เคเชี่ยน+มองโกเลี่ยน เชื้อสายเคอร์เคเชี่ยนเนี่ยได้เปรียบเร่ื่องโครงหน้า จมูกโด่ง หน้าใบหน้ายาวได้รูปดีกว่าคนเชื้อสายอื่นๆเยอะ

สำหรับ สเตฟาน เคยพูดถึงเรื่องรูปร่างที่เปลี่ยนไปเมื่อปีที่แล้วว่า
” ผมพูดตรงๆ ผมก็ชอบตอนผมผอมนะ แต่ถ้าถามว่าผมรู้สึกลำบากไหม ผมว่าไม่นะ มันสบายไปอีกแบบหนึ่ง ผมเป็นคนที่ถ้าไม่ออกกำลังกายเลยจะอ้วนซึ่งมันเป็นเรื่องปกติของผมอยู่แล้ว ตอนเล่นละครผมจะต้องออกกำลังกายตลอด ตอนไม่ออกกำลังกายมันก็จะสบายตรงที่ไม่ต้องมานั่งออกกำลังกายนึกออกใช่ไหม จะกินอะไรก็กินเต็มที่เลย ”

- Advertisement -

สเตฟานมีชื่อกำเนิดว่า ‘สันติ วีระบุญชัย’ มีคุณพ่อชื่อ ‘Ivo Giansranco Salamone’ เป็นชาวอิตาลี คุณแม่ชื่อ ‘วิจิตรา วีระบุญชัย’ เป็นลูกครึ่งไทย-อิตาลี

เข้าศึกษาที่โรงเรียนนานาชาติร่วมฤดี พอเรียนเกรด 9 (ม.3) ย้ายไปเรียนที่โรงเรียนบางกอกพัฒนา และศึกษาต่อระดับปริญญาตรีที่ University of Bristol ประเทศอังกฤษ

หลังจากเรียนจบได้ 3 ปี ได้รับการติดต่อจากโมเดลลิ่งไปแคสติ้งโฆษณากาแฟ แต่ไม่ผ่าน หลังจากนั้นก็ได้รับการติดต่ออีกหนโดยได้เล่นโฆษณาพอนด์ คู่กับ ซาร่า มาลากุล เลน

จากนั้นก็ถ่ายโฆษณามาโดยตลอด ต่อมาเขาได้รับการชักชวนให้ไปถ่ายแบบชุดว่ายน้ำ แต่ไม่ได้ไปถ่าย และได้รับการชดเชยโดยให้ไปเดินแบบ ต่อมาได้รู้จักกับ จิตรลดา ดิษยนันทน์ ค่ายกันตนาฯ จึงได้เล่นละคร เรื่อง “ท้าลิขิต”, “โม่งแดง”, “ดอกเบี้ยเคลียร์รัก”, “หลงเงาจันทร์” และ “แรงฤทธิ์พิศวาส”

ปัจจุบัน สเตฟาน ได้ยุติรับงานการแสดงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 เพื่อประกอบอาชีพทำธุรกิจส่วนตัว เช่น คอนโดมิเนียม รวมถึงทำคอนเทนท์ร่วมกับเพื่อนสนิทในชื่อ Antihero และ ข้าวแกงหม่อมถนัดแดก จนถึงปัจจุบันนี้

ในตอนแรกที่ตนเข้าวงการบันเทิงนั้น เป็นเพราะมีคนชวนไปถ่ายโฆษณา ทำงานไม่นานได้เงินแสนกว่าบาท มันคุ้ม พอทำไปเรื่อย ๆ ก็มีคนชวนไปเล่นละคร และพอได้เงินเยอะก็เล่น ซึ่งที่ผ่านมา ตนไม่คิดว่าตัวเองคือดาราหรือพระเอก ไปไหนต้องมีสิทธิ์มากกว่าคนอื่น

ตนแค่คนธรรมดาที่อยากทำงาน 8 โมงเช้าเลิกงาน 5 โมงเย็น ซึ่งนั่นเป็นความคิดที่เป็นไปไม่ได้ ตนมีความสุขกับการเล่นละคร แต่ไม่มีความสุขกับการเป็นดารา เพราะตนเป็นคนโลกส่วนตัวสูง ตนเหนื่อยและเบื่อที่ต้องทำตามคนอื่น ตนอยากทำอะไรที่อยากทำ ตนกลัวการถูกกักขัง กลัวไม่มีอิสระ และอยากใช้ชีวิตที่อยากใช้

แม้ระยะเวลา 10 ปีในวงการเหมือนจะนาน แต่จริง ๆ มันไม่นาน ตนถ่ายละคร 1 เรื่องใช้เวลา 4-5 เดือน ตอนนั้นก็คิดว่า ก้มหน้าก้มตาถ่ายให้จบ แต่พอจบก็มีเรื่องใหม่ตามมาอีก ตนก้มหน้าอย่างนั้น 10 ปีจนรู้ตัวอีกทีก็อายุ 30 ปีแล้ว

แล้วกว่าจะรู้ตัว ตนก็กลายเป็นทาสสังคม มีสังคมเป็นผู้พิพากษาที่มองมาที่เรา ตัดสินเรา ซึ่งตนไม่ชอบ ตนอยากทำในสิ่งที่อยากทำ และไม่สนใจว่าคนอื่นจะมองตนอย่างไร ตนไม่ชอบที่คนอื่นมาสั่ง มาสอน มาบอกว่าเราควรใช้ชีวิตอย่างไร เราอยู่ในครอบครัวของเรา เรามีความสุข คนอื่นไม่มีสิทธิ์ยุ่ง

ส่วนชีวิตในปัจจุบันตอนนี้ สเตฟาน เผยว่า ตนผันตัวมาเป็นนักสตรีมเกม เงินอาจจะไม่มากเหมือนเมื่อก่อนแต่มีความสุขมากกว่าสมัยเป็นดารา

แต่ก่อนตนเล่นละคร 1 เรื่องได้เงินล้าน โชว์ตัว 1 ชั่วโมงได้เงินแสน ดื่มเหล้าวันละ 5 หมื่นบาท อยากได้รถก็ซื้อเงินสดเลย แต่ตอนนี้หันมาสตรีมเกมเพราะชอบเล่นเกม เล่นแล้วมีความสุขมาก

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here