ศัลยกรรมลูกตา! ‘ต่อ ธนภพ’ ตอบตรง-ไม่ปิดบัง ทำส่วนไหนมาบ้าง ก่อนเข้าวงการ

0
62

ศัลยกรรมลูกตา! ‘ต่อ ธนภพ’ ตอบตรง-ไม่ปิดบัง ทำส่วนไหนมาบ้าง ก่อนเข้าวงการ (ชมคลิปท้ายข่าว)

พิธีกรถามว่า ‘ต่อ’ ศัลยกรรมอะไรมาบ้าง ‘ต่อ’ ตอบว่า ‘ศัลยกรรมหน้า’ จริงๆ ผมทำตั้งแต่เข้านาดาว ‘ศัลยกรรมลูกตา’

ถ้าสังเกตุจากผลงานเก่า ตาผมจะมีเนื้อ เหมือนเป็นเนื้องอกอยู่ตรงตา พอผ่าเสร็จแล้วตาแหว่ง เป็นหลุม

- Advertisement -

ทุกวันนี้ลูกตาข้างบนของผมไม่มีเนื้อ เพราะตัดมาเย็บ เด็กรุ่นใหม่นาดาวอาจจะไม่เคยเห็นเพราะมาไม่ทัน เท่าที่รู้ก็มีแต่พี่ย้ง

ตอนแรกผมเคยเป็นนายแบบมาก่อน เป็นนายแบบของ Bangkok International Fashion Week หรือ BIFW ก็เป็นนายแบบ มีโมเดลลิ่ง คือ สมัยก่อนผมเป็นคนขี้อายครับ คือ การที่ต้องมาเดินแบบก็อายมากอยู่แล้ว ขนาดที่มีการขอพี่โมเดลลิ่งไว้ว่า อะไรก็ได้ที่ไม่ต้องแอคติ้งเยอะ

จนทำงานมาสักระยะ ผมว่าเรื่องแบบนี้มันขึ้นอยู่กับโอกาส โอกาสของคนเราเวลามันเข้ามา ถ้าไม่คว้าเอาไว้ก็อาจจะหลุดลอยไป แต่วันหนึ่ง พอโอกาสมันเข้ามาเรื่อย ๆ ไม่หยุด คนรอบข้างเราก็บอกว่าน่าจะลองดูนะ ผมก็เลยลองไปแคสโฆษณา แต่ก็ไม่ติด (หัวเราะ)

แต่ผมก็ไม่ยอมแพ้นะ ก็ลอง ๆ ไปเรื่อย ๆ จนทะลุกำแพงของตัวเอง ในที่สุดก็ได้งานแรก และหลังจากงานแรกก็มีงานอื่น ๆ ตามมา เริ่มมี MV เริ่มไปเป็น DJ จนผลงานของเราเริ่มแพร่หลายออกมา แล้วผลงานเหล่านั้นก็ไปสู่สายตาของคนทำงานอย่างผู้กำกับ หรือมืออาชีพต่าง ๆ

ซึ่งคนที่ทำให้ผมได้อยู่ GDH คือ พี่ย้ง ทรงยศ มาเห็นที่ผมเล่น MV เพลง ถึงเวลาฟัง ของพี่ดา เอ็นโดรฟิน คือ ผมทำงานมาไม่นานหรอก แต่ทำเยอะมาก หลายแขนง เป็น DJ จัดรายการ เล่น MV เดินแบบ ถ่ายแบบ นู่นนี่นั่น ก็จะวนเวียนอยู่ประมาณนี้

แต่ไม่ค่อยมีคนรู้จักเท่าไหร่ว่า เด็กคนนี้เป็นใคร จนพี่ย้งเห็น MV นั้นแล้วเป็นช่วงจังหวะที่พี่เขาคิดจะทำ “ฮอร์โมน” ผมอยู่ตั้งแต่ตอนแรกเริ่มที่โปรเจกต์นี้ยังเป็นแค่ความคิดของพี่ย้ง ยังไม่ได้วางแผนหรือดำเนินการอะไร

ครั้งแรกที่ผมเข้ามาที่บ้าน “นาดาว” หรือ “GTH” ในยุคนั้นสำหรับวัยรุ่นไม่มีใครไม่รู้จัก GTH (ชื่อเดิมของ GDH) คือ มันเป็นชื่อที่ยิ่งใหญ่มาก ผมหยุดยืนอยู่หน้าบ้านนานมากนะ ก่อนจะเข้าไปข้างใน รู้สึกว่า ที่นี่จริง ๆ หรอ ที่เขาเรียกเรามา แล้วก็เข้าไปข้างในคุยกันนานมาก แชร์ประสบการณ์ บอกเล่าชีวิตให้ฟัง

จนมีช่วงหนึ่งในชีวิตของผมไปจุดประกายให้พี่ย้ง จนพี่เขาเสนอมาว่า “เรามาทำงานด้วยกันไหม เราอยากได้ชีวิตคุณ คุณมาเล่นชีวิตของคุณให้เราดูหน่อยได้ไหม” แล้วพี่เขาก็เล่าโปรเจกต์ “ฮอร์โมน” ขึ้นมา ซึ่งจริง ๆ แล้วผมว่าในฐานะของเด็กคนหนึ่ง มันไม่มีอะไรมาการันตีให้เรา

คือ มีผู้ใหญ่คนหนึ่งมาพูดถึงโปรเจกต์หนึ่ง และก็บอกว่าไม่รู้จะเกิดขึ้นได้ไหมหรือคนจะยอมรับไหม แต่เขาแค่ถามเรากลับมาว่า เชื่อใจเขาไหม เรารู้สึกถึงความจริงใจบางอย่างตั้งแต่ที่เราก้าวเข้ามาที่นี่ ก็เลยรู้สึกว่า ลองก้าวเข้าสู่บ้านหลังใหม่ดู เลยเข้ามาอยู่ที่นาดาว

แต่ตอนแรกก็ยังไม่ได้ทำอะไรนะครับ ตั้งนานจนวันหนึ่งที่โปรเจกต์กำลังจะเริ่ม ก็รู้สึกว่า เราได้ก้าวเข้ามาสู่สังคมอีกแห่งที่มีคนมากมายซึ่งพร้อมจะเป็นทีมกับเรา พร้อมที่จะได้เจอประสบการณ์ใหม่ มันเหมือนกับนาฬิกาเรือนหนึ่ง ที่วันหนึ่งเราได้กลายเป็นฟันเฟืองในนั้นให้มันหมุน ก็เลยทำให้ผมเต็มที่กับสิ่งนั้นมาตลอดครับ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here