ส่องบ้านจากน้ำพักน้ำแรง! ‘บูม สุภาพร’ นางเอกสาว ‘อังกอร์’ หลังเคยล้มละลาย-มีหนี้ติดตัว 70 ล้าน

0
56

ส่องบ้านจากน้ำพักน้ำแรง! ‘บูม สุภาพร’ นางเอกสาว ‘อังกอร์’ หลังเคยล้มละลาย-มีหนี้ติดตัว 70 ล้าน (ชมคลิปท้ายข่าว)

พาชมบ้านดาราสุดฮอต บูม สุภาพร หรือ บูม อังกอร์ นักแสดงสาวยอดกตัญญู กับบ้านหลังใหม่ ใจกลางเมือง ที่ตั้งใจทำงานเก็บเงินซื้อเพื่อแม่โดยเฉพาะ เชื่อว่านาทีนี้ไม่มีใครไม่รู้จัก บูม สุภาพร วงษ์ถ้วยทอง หรือ บูม อังกอร์

นางเสือสาวพราวเสน่ห์จากละครเรื่องอังกอร์ ภาคล่าสุดแน่ ๆ ก็แหม เธอเล่นสวยสะพรั่ง หุ่นดี ขี้เล่น เซ็กซี่ ครบเครื่องขนาดนี้ แถมยังแปลงร่างเป็นเสือได้สมบทบาท เข้าถึงบทละครสุด ๆ ก็เลยทำให้หลาย ๆ คนหลงรักเธอได้ไม่ยาก

- Advertisement -

ทว่าแม้ละครเรื่องนี้จะเป็นผลงานเรื่องแรก แต่แท้จริงแล้วเธอเข้าวงการบันเทิงมาเนิ่นนานในฐานะดีเจบูม อีกทั้งยังขยันทำงานตั้งแต่เช้ายันค่ำ ตั้งใจเก็บเงินเพื่อซื้อบ้านตามฝัน หวังเลี้ยงดูคุณแม่ให้อยู่สบาย ซึ่งในวันนี้ความฝันของเธอ

ก็สำเร็จเป็นจริงเรียบร้อยแล้ว โดยบ้านใหม่หลังนี้ถือเป็นบ้านหลังแรกในชีวิตของเธอ ซื้อจากน้ำพักน้ำแรงล้วน ๆ เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ได้ไม่กี่เดือน ตั้งอยู่ที่หมู่บ้าน Arden พัฒนาการ เป็นทาวน์โฮม 3.5 ชั้น โดดเด่น สวยงาม เน้นโทนสีเทา

มีประตูหน้าบ้านเป็นประตูพับอัตโนมัติสั่งการผ่านรีโมต บริเวณหน้าบ้านมีตู้รองเท้าขนาดใหญ่บิวต์อินอยู่ ภายในประกอบด้วยห้องรับแขก ห้องกินข้าว และห้องครัวบิวต์อิน ตกแต่งด้วยสีครีมและสีขาว โซฟาเป็นหนังแท้ ส่วนโต๊ะกินข้าว

เป็นหินอ่อน โดยบริเวณตู้โชว์มีพระบูชาอยู่เยอะมาก ๆ เนื่องจากเธอยังทำห้องพระชั้นบนไม่เสร็จ จึงต้องตั้งไว้ตรงนี้ก่อน ส่วนบริเวณชั้นลอยเป็นห้องนั่งเล่น มีโซฟาขนาดพอเหมาะและโทรทัศน์ขนาดใหญ่ โดยเพดานส่วนนี้จะยกขึ้น

ทำให้บรรยากาศปลอดโปร่ง โล่งสบาย ไม่อึดอัด และไม่คับแคบ สำหรับห้องนอนส่วนตัว ใช้พื้นที่ทั้งชั้น อีกทั้งยังออกแบบเองทั้งหมด ไม่มีประตูกั้น โดยแบ่งออกได้เป็น 2 ฝั่ง คือ ฝั่งเตียงนอนจะอยู่ติดกับบันได กับฝั่งห้องแต่งตัว

มีตู้เสื้อผ้า ตู้เครื่องประดับ และโต๊ะกระจกขนาดใหญ่ที่มาพร้อมกับไฟสตูดิโอสวย ๆ นอกจากนี้ยังมีโซฟาขนาดพอเหมาะกับตุ๊กตาอีกเต็มพื้นที่ มองดูแล้วลงตัว เข้าธีม ถือเป็นอีกหนึ่งบ้านคนดังที่น่าอยู่มาก ๆ เลยล่ะ

ทั้งนี้ บูมเผยว่า ตนเองเป็นคนกรุงเทพฯ แต่คุณพ่อคุณแม่แยกทางกันตั้งแต่เด็ก เวลาปิดเทอม ตนก็ต้องไปอยู่บ้านคุณอา บ้านคุณน้า ไม่เคยมีบ้านเป็นของตัวเอง จนเมื่อเริ่มตั้งตัวได้ ตนจึงไปซื้อบ้านเพื่อให้คุณแม่กับตนได้มาอยู่ด้วยกัน

ส่วนพี่ชายของตนนั้นอยู่กับคุณพ่อ ซึ่งหลัง ๆ มา ตนก็ไม่เจอทั้งพี่ชายและคุณพ่อเลย ทั้งนี้ คุณแม่ของตนเป็นโรค SLE คือแพ้ภูมิคุ้มกันของตัวเอง นับตั้งแต่คลอดตน ทำให้ตนต้องรับหน้าที่เป็นหัวหน้าครอบครัว เงินที่ตนหามาได้

ก็มาหารกับคุณแม่ ตนรู้สึกว่า ไม่ว่าตนจะหาเงินได้เท่าไร ก็ตอบแทนพระคุณของคุณแม่ไม่หมดเหมือนกับที่ท่านให้ชีวิตเรา ก่อนหน้านี้ ชีวิตของตนเคยเป็นลูกคุณหนู ถ้าไม่พอใจพี่เลี้ยงก็เอาหมากฝรั่งบี้ใส่หัว พี่เลี้ยงจับจักรยาน

ตนก็เอาไม้เสียบลูกชิ้นทิ่มใส่มือเขา แต่พอคุณพ่อคุณแม่แยกทางกัน ธุรกิจก็ติดหนี้ 60-70 ล้าน ชีวิตก็เปลี่ยนไป พ่อไปทาง แม่ไปทาง ปิดเทอมอยู่บ้านคนหนึ่ง

เปิดเทอมไปอยู่บ้านอีกคน ทำให้ตนรู้สึกว่า เราอยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย เราอยู่กับทั้งน้องทั้งเฮีย เราจะเอาแต่ใจตัวเองเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here