ช้ำรักถึงขั้นหนีไปบวชชี! ‘ต้อม ณหทัย’ นางร้ายรุ่นใหญ่ เปิดใจชีวิตที่ต้องเลือก ระหว่าง “ความรักหรืออนาคต”

0
30

ช้ำรักถึงขั้นหนีไปบวชชี! ‘ต้อม ณหทัย’ นางร้ายรุ่นใหญ่ เปิดใจชีวิตที่ต้องเลือก ระหว่าง “ความรักหรืออนาคต”  (#ชมคลิปท้ายข่าว)

โลดเล่นอยู่ในวงการมาพักใหญ่ สำหรับ นางร้ายรุ่นใหญ่ ต้อม ณหทัย หน้าจอเป็นนางร้ายปากแดง แต่ใครจะไปรู้ว่าจริงๆ แล้วเจ้าตัวเป็นคนธรรมมะธรรมโมสุดๆ ล่าสุดเจ้าตัวมาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง one31 ที่มีพีเค ปิยะวัฒน์, หนิง ปริตาและเป็กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกร

เป็นนางร้ายมากี่เรื่องแล้ว?
ต้อม : อย่าให้นับเลย อยู่ในวงการมาจะ30ปีแล้ว มันเยอะมากเราไม่ได้นับว่าเราเล่นร้ายมากี่เรื่อง แต่ถ้าเล่นเป็นนางเอกอะเรื่องเดียว คือเรื่องแรก เรื่อง เดือนดับที่สบทา สงสัยเราอาจจะไม่เหมาะกับนางเอกมั้ง พอได้มาเป็นนางร้ายก็ยาวเลย

- Advertisement -

หลายคนชอบคิดว่านางร้ายกิน หรู เที่ยว ตลอด แต่พี่นี่มาสายธรรมะตลอด?
ต้อม : ใช่ แต่ในมุมนี้คนไม่ค่อยรู้ ต้อมเป็นคนชอบปฏิบัติธรรม เป็นคนชอบทำบุญ เรียกว่าทำบุญทุกรูปแบบ ทำให้มันเป็นนิสัยในการให้ ไม่ว่าจะสร้างโบสถ์ สร้างวิหาร นู้นนี่นั่นสาระพัด สุดท้ายชอบที่สุดคือการนั่งสมาธิ คือการปฏิบัติธรรมนั่นเองที่ทำมาตลอด

เห็นบอกว่าปฏิบัติธรรมตั้งแต่อายุ 18 ปี?
ต้อม : เริ่มจริงๆ เกือบ 19 นะ ที่ไปเจอธรรมะครั้งแรกก็เพราะว่าทุกข์ที่สุด

อกหัก?
ต้อม : จะเรียกว่าอกหักมั้ย ไม่อกหักสิ สายๆอย่างเราจะอกหักได้ไง คือตอนอายุ 19 ก็เริ่มมีแฟนคนแรกก็รักกันมากมาย แต่ชีวิตตอนนั้นเหมือนกับว่าเราต้องเลือกทางเดิน เพราะว่าเราเริ่มเข้าวงการ ทีนี้แฟนอายุมากกว่าเราเป็น 10 ปี เขาไม่อยากให้เราเข้าวงการ

ซึ่งเค้าเป็นนักธุรกิจธรรมดา ที่นี่พอมันเป็นรักแรกของเรา พอรักมากปุ๊บแล้วเค้าไม่อยากให้เราเข้าวงการแต่เราเป็นเด็กนาฏศิลป์ ความไฝ่ฝันของเรามันคือเส้นทางบันเทิง ทีนี้เราเลยต้องเลือก ก็เลยเลือกที่จะเลิกกับเค้า

เฮิร์ตมั้ย?
ต้อม : โอ้โห จริงๆแล้วการถูกทิ้งไม่เท่ากับเราทิ้งเค้านะ เราบอกเลิกเค้าพอบอกเลิกเค้าเสร็จเราก็ไม่คิดว่าเราจะทุกข์ขนาดนี้ ในวันที่ไม่มีเค้าจริงๆ เนี่ย แต่ด้วยศักดิ์ศรีมันค้ำคอเราอยู่ ในเมื่อเราทิ้งเค้า จะกลับไปง้อเค้ามันก็ยังไงอยู่ มันทำไม่ได้ จำได้ว่าตอนนั้นห้างมาบุญครองเปิดใหม่ เราไปเดิน

เพราะเรารู้สึกว่าอยู่คนเดียวไม่ได้ เพราะว่าจะคิดสั้นอะไรประมาณนี้ ก็เลยไปเดินห้างเพื่อให้มีผู้คน เดินก็ไม่ได้โฟกัสของเลย คือเดินร้องไห้ตั้งแต่ห้างมาบุญคลองเปิดจนเย็น เดินร้องไห้อย่างเดียว แล้งแวบนึงก็คิดถึงวัดขึ้นมา ก็เลยพุ่งไปวัดไปบวชชีพราหมณ์ตั้งแต่อายุประมาณ 19 ปี ทีนี้พอเราไปบวชปั๊บเขาก็สอนเราปฏิบัติเราก็ทำตามเค้าแบบลอยไปเรื่อยๆ

แต่พอจิตเรา สติเราอยู่ที่เท้าที่เก้า ขวาย่างไปเราก็รู้ ซ้ายย่างไปเราก็รู้มันเอะ ความทุกข์มันหาย คือความทุกข์ที่เราแบกโลกมาทั้งโลกก่อนเข้าวัดมันหายไป เราก็เลยเริ่มรู้สึกถึงควมมหัศจรรย์ในธรรมะว่ามันมีอยู่จริง แล้วพอนั่งสมาธิปุ๊บทีนี้ดีเลย จิตก็นิ่งมาก ทำให้เราแบบเข้าใจว่าจริงๆแล้วสุขหรือทุกข์มันอยู่ที่วิธีคิดจริงๆ ก็เลยปฏิบัติธรรมมาเรื่อยจนถึงปัจจุบัน

พี่ปฏิบัติธรรมด้วยแล้วแสดงด้วย?
ต้อม : ค่ะเรื่องแสดงก็ต้องแยกแยะ เพราะเรามีสมาธิ เวลาเราไปแสดงเราก็เต็มที่ แต่ความที่เราทำไรแล้วมีสมาธิมันทำให้เราแยกแยะออกว่านี่คือหน้าที่ของเรา

รู้สึกยังไงเวลาคนพูดเวลาปฏิบัติธรรมแล้วยังมาเล่นร้าย?
ต้อม : ถ้าคุณไปปฏิบัติธรรมจริงๆ รับรองว่าคุณจะเปลี่ยนไป คุณจะมีความสุขมากขึ้นแน่นอน แล้วก็คุณจะเป็นคนที่ใจเย็นขึ้น มองโลกในแง่ดีขึ้นจะเข้าใจชีวิตมากขึ้น

พี่ถึงขนาดเอาบ้านเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม?
ต้อม : ใช่ มีวางโปรเจกต์ไว้คือพี่อะบ้านอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา สถานที่มันก็ประมาณนึง สามารถที่จะจัดปฏิบัติธรรมได้เราก็จะจัดที่บ้านเรา ไม่ต้องไปจัดที่ไหนไกล ก็คือจัดทุกวันพระสุดท้ายของเดือนก็รอทำห้องน้ำเสร็จสมบูรณ์ก็จะจัดปฏิบัติธรรม

มันส่งผลให้ลูกชายของพี่มีธรรมพาไปด้วย?
ต้อม : ใช่เค้าก็จะดูแบบอย่างจากเรา ช่วงที่เราไปปฏิบัติบ่อยๆ เค้าก็ถามเราไปปฏิบัติทำไมบ่อยๆ เราก็บอกเค้าถ้าอยากรู้มันดียังไงลูกก็ลองไปปฏิบัติ

พี่เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวตั้งแต่เมื่อไหร่?
ต้อม : ตั้งแต่เค้าเกิด

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here