ไม่ได้กระแดะ! ‘แพร วทานิกา’ เผยทุกวันนี้เป็นตัวของตัวเอง ลั่น! ‘บทสัมภาษณ์คำถามแรงๆทั้งนั้นเลยนะคะ’

0
24

ไม่ได้กระแดะ! ‘แพร วทานิกา’ เผยทุกวันนี้เป็นตัวของตัวเอง ลั่น! ‘บทสัมภาษณ์คำถามแรงๆทั้งนั้นเลยนะคะ’ (ชมคลิปท้ายข่าว)

กลายเป็นกระแสได้ทุกอีพี สำหรับ “THIS IS ME VATANIKA” รายการเรียลลิตี้ ที่เผยเรื่องราวชีวิตอันแสนบรรเจิดของดีไซเนอร์สาวชื่อดัง “แพร-วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา” ซึ่งวันนี้เธอปรากฏกายอย่างสง่างาม ก่อนจะเริ่มบทสนทนาว่า “ได้อ่านคำถามแล้ว คำถามแรงๆ ทั้งนั้นเลยนะคะ (หัวเราะ)”

สรุปว่าทำรายการมาขายของใช่ไหม? “เราคุยกันในทีม เห็นว่าความสนใจของคนเปลี่ยนไปหมดแล้ว ดิจิทัลแทบจะครองโลกทั้งโลกไปหมดแล้ว เราในฐานะแฟชั่นเฮาส์ก็คิดว่าจะทำอย่างไรให้คนรู้จักแบรนด์ของเรามากขึ้น เห็นคอลเลกชันของเรามากขึ้น และเราเคยได้คอมเมนต์จากเวลาเราทำแฟชั่นลุคบุ๊กออกมา นางแบบก็จะสวย แบบสวยเกินจริง ลูกค้าก็มีฟีดแบ็กว่าเสื้อผ้าเรามันใส่ได้จริงๆ

- Advertisement -

หรือ เลยมาลงตัวที่อะไรสักอย่าง ที่เป็นตัวแพรเอง หรือเพื่อนๆ แพร ซึ่งมีหลากหลายอาชีพ เป็นคนจริงๆ ใส่เสื้อผ้าจริงๆ” สรุปว่าทำรายการมาขายของใช่ไหม? “ของแพรขายได้อยู่แล้ว เราขายอยู่ประมาณ 50 ที่ทั่วโลก หลังจากรายการออกไปก็มีชาวต่างชาติฟีดแบ็กกลับมาว่า ลองไปซื้อเสื้อผ้าของเรามา เขาไม่เคยรู้เลยว่ามีแบรนด์นี้อยู่ รายการนี้ทำให้เขารู้จักเรา”

อะไรที่ทำให้มั่นอกมั่นใจว่าคนจะสนใจไลฟ์สไตล์ของตัวเอง? “มาได้ข้อสรุปที่เป็นรายการเรียลลิตี้ เพราะว่ายังไม่มีแฟชั่นเฮาส์ไหนในประเทศไทยเคยทำ” อะไรที่ทำให้มั่นอกมั่นใจว่าคนจะสนใจไลฟ์สไตล์ของตัวเอง

“ส่วนใหญ่เรามีกลุ่มลูกค้าที่ซื้อเสื้อผ้าจากการที่แพรช่วยไกด์เขา สไตล์ลิสให้เขา หรือว่าเขาดูจากที่เราใส่ เราก็เลยคิดว่าถ้าเราใส่เรื่องราวของเราลงไป มันจะช่วยให้เข้าใจมากขึ้นว่าเสื้อผ้าวทานิกาใส่ไปไหน ทำอะไรได้บ้าง และคิดว่าในการที่เราจะทำมันต้องมีความสนุก มีความบันเทิง เราต้องทำให้คุณยิ้มด้วย การที่ทำให้คนยิ้มได้ด้วย เราก็มีความสุข”

อยากทำให้รายการสนุก…จนมันดูเฟค? เพราะต้องการทำให้รายการสนุก จนต้องเฟคขึ้นหรือเปล่า? “ได้ยินคำถามนี้เยอะมาก ต้องบอกก่อนเลยว่า แพรไม่รู้เลยว่าเขาทำเรียลลิตี้กันยังไง แต่แพรทำแฟชั่นเฮาส์มา เวลาเราทำแฟชั่นโชว์ เราเห็นขี้ด้ายอันหนึ่งโผล่มา ก็ต้องรีบวิ่งไปหยิบออกแล้ว”

“พอมาเป็นการถ่ายทำรายการนี้ ทีมแพรก็ตั้งกล้องกัน ประตูเบี้ยวแพรก็จับถ่ายใหม่แล้ว เพราะฉะนั้นภาพมันก็จะดูสมบูรณ์แบบ ตั้งตรงเป๊ะ ถ่ายอันนี้ใหม่แสงไม่ดี อะไรแบบนี้ค่ะ”

“อุปนิสัยที่เราใส่ใจรายละเอียดในการทำเสื้อผ้า มันติดมาด้วยอยู่แล้ว แพรก็เคยอยากให้มันจัดจ้านถึงพริกถึงขิง แต่สุดท้ายก็ต้องเซย์โน เพราะมันยังต้องมีความเป็นอาร์ต ต้องมีความสวยงาม เพราะอันนี้คือ ธุรกิจของเรา”

ไม่รู้สึกอะไรเวลามีคนมาว่าว่ากระแดะ? “ไม่รู้สึกอะไรเลยค่ะ เวลามีคนมาว่าว่ากระแดะ” นำเสียงอันแสนนุ่มนวลเล่าต่อ “อย่างเรื่องก๊อกน้ำทองเหลืองหรือพื้นหินอ่อน สำหรับตัวแพรเองใครจะคิดว่ากระแดะแพรก็ไม่รู้ แต่แพรเป็นคนหนึ่งที่รักบ้าน แพรอาจจะไม่ใช่คนที่ร่ำรวยที่สุดในโลก แต่แพรอาจจะเป็นคนรักบ้านที่สุดในโลก คือมันไม่ผิด ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน”

อย่างเรื่องการขึ้นรถไฟฟ้า “คือแพรเคยเป็นเซียนรถไฟฟ้าเลยนะคะ เมื่อก่อนขึ้นรถไฟฟ้าบ่อย เพราะต้องไปเรียนที่โรงเรียนมาแตร์เดอีฯ แต่พอเราย้ายไปเรียนที่อังกฤษแล้วก็กลับมา พอเริ่มธุรกิจปุ๊บเราก็ไม่ค่อยได้ใช้รถไฟฟ้าแล้ว สายมันเยอะขึ้น เราอาจจะไม่เซียนแล้ว”

“และแพรเป็นคนไปไหนมาไหนจะเวลาขึ้นรถสาธารณะ แพรจะชอบมีทิชชู่อนามัยที่เอาไว้ใช้เช็ดทุกอย่าง แพรก็จะชอบเช็ด คือชอบให้มันสะอาด ไม่มีเชื้อโรค ไม่มีแบคทีเรีย ไม่ชอบอยู่ในที่ที่มีคนเยอะๆ แค่นั้นเอง คือขึ้นได้ ก็ยังขึ้นได้เหมือนเดิม”

เพราะเป็นแบบนี้เลยไม่สมหวังในความรัก?ด้วยตัวตนที่รักความสมบูรณ์แบบ เราจึงอดถามไม่ได้ว่าเพราะความสมบูรณ์แบบนี้หรือเปล่า ที่ทำให้เธอไม่สมหวังในความรัก

“แพรเชื่อว่าถ้ามันเป็นรักแท้มันสวยงามเสมอ คือต้องบอกก่อนตอนเด็กๆ คุณปู่คุณย่าเป็นคนเลี้ยง คือเกิดมายังไม่เคยเห็นใครรักใครคนหนึ่งเท่านี้เลย ขนาดตอนที่คุณปู่เสียชีวิต ท่านยังยังสิ้นในอ้อมแขนคุณย่าเลย เรารู้สึกว่ามันเป็นความรักที่ยิ่งใหญ่มาก คือถ้าไม่เจออย่างนั้นน่ะก็ไม่เจอดีกว่า คือเรามีภาพความรักที่เป็นรักแท้แบบชัดเจนมาก”

เมื่อเราถามถึงผู้ชายในอีพีสอง ที่เธอดูโหยหาเขาเหลือเกิน แม้เธอดูอึดอัดที่จะตอบ แต่ก็พยายามทำให้กระจ่าง โดยเอ่ยว่า “ไม่ได้รู้สึกว่าโหยหา แต่รู้สึกว่าผูกพันมากกว่า คือเขาก็อยู่ในชีวิตเราเขาเป็นเหมือนเพื่อน แล้วก็รู้จักกับเพื่อนๆ ของเรา รู้จักกับครอบครัวของเราด้วย มันก็เลยกลายเป็นความผูกพัน เป็นความสัมพันธ์แบบจบไม่จบ ก็คือจะเป็นเพื่อนก็ไม่ได้เป็น จะเป็นมากกว่านั้นก็ไม่ได้เป็น”

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here