เป็นพระเอกมากกว่า50เรื่อง! เปิดใจ ‘เขตต์ ฐานทัพ’ พระเอกตกยุค รับบท ‘พ่อ’ ลั่น! ไม่คิดอำลาวงการ

0
40

เป็นพระเอกมากกว่า50เรื่อง! เปิดใจ ‘เขตต์ ฐานทัพ’ พระเอกตกยุค รับบท ‘พ่อ’ ลั่น! ไม่คิดอำลาวงการ (ชมคลิปท้ายข่าว)

ยุคสมัยนี้ดาราหน้าใหม่มีเข้ามาเรื่อยๆไม่ขาดสาย พระเอกรุ่นพี่ก็ต้องรับที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง สำหรับนักแสดงหนุ่มและผู้จัด “เขตต์ ฐานทัพ”

ที่ล่าสุดมีโอกาสเจอเจ้าตัวที่งานพิธีบวงสรวงละครเรื่อง “เด็กเสเพล” ณ ช่อง 7 เลยสัมภาษณ์หนุ่มเขตต์ว่า คิดยังไงคนมองเป็นพระเอกตกยุคสมัย

- Advertisement -

ซึ่งเจ้าตัวเผยไม่ซีเรียสหากคนจะมองแบบนั้นเพราะวงการบันเทิงต้องมีคลื่นลูกใหม่ขึ้นมาแทนที่ตลอดอยู่แล้ว อีกอย่างตนแสดงเป็นพระเอกมา 50 กว่าเรื่อง

ไม่แปลกที่จะรับเล่นบทอื่น เราคงไม่สามารถเป็นพระเอกได้จนอายุ 50 หรอก อีกอย่างไม่คิดจะลาจากวงการบันเทิง เพราะทำทำงานนี้มาตั้งแต่เด็กๆ

เมื่อมีโอกาสก็ยังอยากทำไปเรื่อยๆ เพราะมันเป็นความผูกพันทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง

กลับมาครั้งนี้มารับบทคุณพ่อเลย ? “ก็ในเรื่องนี้ “เด็กเสเพล” ก็จะมีวัยรุ่นประมาณนึงแล้วตัวละครที่เราเล่นก็เป็นตัวเริ่มเรื่องดำเนินเรื่องเหมือนกัน”

จะมารับเล่นละครได้ก็ต้องพิจารณาบทประมาณหนึ่ง ? “ผมว่าการมันก็เป็นส่วนหนึ่งเพราะเวลาเราจะเล่นอะไรก็ต้องดูว่าบทเหมาะกับเราไหม เรื่องเยอะไหมก็ไม่เยอะนะแต่ว่ามันก็ต้องมีความสำคัญ แล้วด้วยวัยเรามันก็เลยจุดนั้นมาแล้ว”

ต้องแบ่งเวลาขนาดไหนจัดด้วยแสดงด้วย ? “ก็ทำเต็มที่ครับ ก็ใช้เวลาทุกวันกับการทำงาน”

จากเมื่อก่อนเราเป็นพระเอกตอนนี้มาเป็นคุณพ่อมันรู้สึกยังไง ? “มันก็ไม่แปลกหรอก บทพ่อมันก็มีหลายรูปแบบหลายเรื่อง ถ้าบางเรื่องบทพ่อต้องเล่าเรื่องทุกอย่างไปกับลูกอันนั้นคือบทพ่อจริงๆ อย่างเช่นบทพ่อพระเอก บทแม่นางเอกที่เราจะเห็นในหลายๆเรื่อง”

คือเราก็ไม่ได้ซีเรียสกับบทนี้ใช่ไหม ? “จริงๆละครไทยมันมีแค่พระเอกนางเอกและตัวโกง ถ้าหลุดจาก 3 ตัวนี้มันก็ขึ้นอยู่ตัวละครว่าตัวนั้นจะมีความสำคัญมากแค่ไหน”

เราก็เข้าใจใช่ไหมว่าจับพระเอกมาเป็นพ่อ ? “พี่เป็นพระเอกมา 50 เรื่องแล้วเราก็คิดว่าเราคงไม่สามารถเป็นพระเอกได้จนถึงอายุ 50 หลอก”

“พี่ว่ามันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลยแล้วหน้าที่การงานเรามันก็ผ่านมาหลายอย่างแล้ว เอาจริงๆถ้ากลับไปเป็นพระเอกมันก็ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นไปกว่าเดิมหรอกครับ มันก็เหมือนเดิม ความเป็นตัวตนเราก็ยังอยู่แฟนละครเราก็ยังคงอยู่ เราจะรับอะไรก็ดูที่บทละครมากกว่า”

ถือว่าเปิดโอกาสให้น้องๆรุ่นใหม่ด้วยใช่ไหม ? “อย่าไปคิดอย่างนั้นครับมันไม่ใช่เป็นการเปิดโอกาส ต้องพูดให้มันเป็นการเข้าใจ ในวงการบันเทิงเราต้องการน้ำใหม่ คลื่นลูกใหม่เสมอ คนที่ยึดติดก็ไม่ได้มีอะไร นอกจากแสดงแล้วผู้จัดก็ยังทำอยู่ ?“ก็ยังทำเรื่อยๆ ครับ ตอนนี้มีละครหนึ่งเรื่องที่พึ่งเปิดกองไปแล้ว ตอนนี้ก็ทำตามคิวงาน 7 วันติด”

ยังไหวใช่ไหม ?“ไหวครับ ผมทำงานตั้งแต่เด็กๆอะไรที่เราทำแล้วมีความสุขก็ทำไปเรื่อยๆก่อน ถ้าถามว่าจะเกษียณอายุเมื่อไหร่เป็นคำตอบที่ยากมากเลยนะ ต้องดูที่ผลตอบรับมากกว่าตราบใดที่คนไม่เห็นเราอยู่ตรงนี้ แต่เราก็อยู่ตรงนี้มานานทำงานตั้งแต่อายุ 18 เห็นมาทุกอย่าง มันเป็นความผูกพัน ณ วันนี้ ถ้าไม่ได้ทำงานตรงนี้เราก็นึกอยู่ว่าเราจะทำอะไร ตอนนี้ยังมีโอกาสแล้วก็ยังทำไปเรื่อยๆ เพราะมันคือความสุขของเรา”

ละครน้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์ก็จะลาจอแล้วรู้สึกยังไงบ้าง ? “อันนี้ก็เป็นอีกเรื่องนึงที่ทำให้ผมมีชื่อเสียงจากตรงนี้เพราะถือว่าเป็นละครน้ำดี ละครสะท้อนสังคม ตอนนั้นจำได้ว่าช่วงที่เล่นกระแสแรงมาก คนทุกคนรู้จักหมด ถามว่าแอบใจหายไหมก็ด้วย แต่เราก็ห่างจากนั้นมาเป็น 10 ปีแล้ว แต่ผมว่ามันเป็นช่วงเวลาของมันวันนึงมันมีเข้ามาก็ต้องมีจากไป มีขึ้นก็มีลง”

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here