เวลานี้ไม่รู้จักเธอคนนี้ไม่ได้แล้ว “vatanika” เจ้าแม่แฟชั่นไทย

0
72

เวลานี้ไม่รู้จักเธอคนนี้ไม่ได้แล้ว “vatanika” เจ้าแม่แฟชั่นไทย(ชมคลิป)

“วงการแฟชั่นที่เธอทำงานเป็นอย่างนี้เหรอ?” คือหนึ่งในคำถามที่มีคนถามผมมา หลังจากดูรายการ This Is Me Vatanika ที่กำลังเป็นกระแสตั้งแต่จบอีพีแรก เป็นคำถามที่ทำให้ผมต้องนั่งคิดอยู่นาน เพื่อหาคำตอบที่สมเหตุสมผลและจริงที่สุด เพราะจริงๆ แล้ววงการแฟชั่นมีหลายเลเยอร์ หลายบทบาท และภาคส่วน

ที่จะมาเหมารวมว่าทุกคนเปรียบเสมือนตัวละครถอดแบบ มิแรนดา พรีสต์ลี จาก The Devil Wears Prada ก็ไม่ใช่ แต่ถามว่าบางคนเยอะไหม? ก็เยอะ, แปลกไหม? ก็แปลก, สู้ชีวิตไหม? ก็สู้, เป็นแรงบันดาลใจได้ไหม? ได้แน่นอน, แต่อย่างไรก็ตาม เราควรหยุดที่จะคิดว่าหนึ่งอุตสาหกรรมต้องเป็นแบบ A, B, C, D และบางครั้งก่อนที่เราจะตัดสินอะไรทันทีจากรายการแค่หนึ่งตอน โดยยังไม่เข้าใจกลไกของมัน ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่น่ากลัว

ตอนที่พีอาร์เชิญผมไปงานเปิดตัวรายการนี้ ซึ่งมีดาราตบเท้ามาร่วมให้กำลังใจ แพร-วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา มากกว่างานแจกรางวัลที่กำหนดมาแล้วว่าใครชนะถึงค่อยเชิญมา ก็ต้องยอมรับว่าผมเองก็ตั้งคำถามในใจเยอะมาก เพราะผมเป็นคนหนึ่งที่ดูรายการ Keeping Up With The Kardashians ทุกตอน

ตั้งแต่ซีซันแรกจนถึงซีซัน 15 อีพี 2 (อีพี 3 จะมาวันจันทร์นี้ตามเวลาบ้านเรา) ผมเลยค่อนข้างคุ้นเคยกับรายการรูปแบบนี้ และคงไม่ผิดถ้าจะบอกว่ารายการ This Is Me Vatanika ก็เป็นรายการที่ดึงโครงสร้างและอยากสร้างสีสันเหมือนที่ตระกูลคาร์ดาเชียนทำไว้ไม่มากก็น้อย

ผมเชื่อว่า ทางคุณแพรและทีมงานวางคอนเซปต์ This Is Me Vatanika ว่าอยากเน้นเรื่องราวไลฟ์สไตล์ แฟชั่น และแบรนดิ้งภาพลักษณ์ตัวเอง ที่สวยหรูเหมือนที่เธอทำผ่านโซเชียลมีเดียและการสร้างแบรนด์ Vatanika มาตลอด 7 ปี โดยการทำรายการนี้ก็เหมือนการต่อยอดและทำ Media Synergies ที่ใช้สื่อรูปแบบใหม่ๆ

ให้คนได้รู้จักเธออย่างกว้างขวาง และเปิดช่องทางให้ผลิตภัณฑ์อื่นๆ สนใจทำงานด้วยทั้งกับแบรนด์ของเธอหรือรายการ ซึ่งก็เหมือนที่เราได้เห็นดีไซเนอร์อย่าง โอลิวิเยร์ รูสแตง แห่ง Balmain หรือเวอร์จิล แอบโลห์ ได้ทำมากมายในแพลตฟอร์มที่ต่างกันออกไป หรืออีกหนึ่งตัวอย่างก่อนหน้านี้ก็คือ ดีไซเนอร์คิโมรา ลี ซิมมอนส์ กับแบรนด์ Baby Phat ที่ทำรายการเรียลิตี้โชว์ Life In The Fab Lane กับช่อง E!

ส่วนอะไรต้องปรับปรุง ผมมองว่า เนื้อหาหรือจริตของรายการไม่ต้องเปลี่ยนหรอก เพราะฉายแค่ตอนแรกก็เป็นกระแสที่คนพูดถึงมากมาย และทำยอดไปแล้วกว่าสามแสนวิว ภายใน 5 วัน แต่เรื่อง ‘โปรดักชัน’ นี่แหละที่ต้องพัฒนาและลงทุนเพิ่ม เพราะกว่ารายการอย่าง Keeping Up With The Kardashians จะทำเสร็จแต่ละตอน

ก็ต้องมีตากล้อง 3-4 คน เพื่อตามเหล่าสมาชิกตลอดวัน พร้อมมีกล้องและไฟแบบฟูลสตรีม, มีกล้องติดในรถ ติดในห้องน้ำ ติดในบ้านโดยเฉพาะ, ทุกคนที่อยู่ในซีนต้องติดไมค์, ใส่ฟุตเทจ B-Roll เพื่อการตัดต่อระหว่างซีน, เลือกเพลงที่แนวและจังหวะเข้ากัน และตรวจซับไตเติลให้ถูกต้องหมดทุกคำ

สิ่งเหล่านี้สำคัญมาก เพราะต่อไปเราเชื่อว่าคนจะหันมาทำรายการประเภทนี้อีกเยอะ ซึ่ง This Is Me Vatanika อาจกลายเป็นผู้นำในหมวดรายการนี้ที่ยังมีจำนวนน้อย สิ่งสำคัญคือ ความเป๊ะทุกองศาเหมือนซิงก์ล้างมือในห้องน้ำคุณแพร ที่พี่สาโดนคำสั่งว่า “ห้ามให้ใครมาใช้” ถ้าต่อไปปรับรายการให้ดีขึ้น ก็จะเป็นอีกหนึ่งมาตรฐานของรายการเรียลิตี้โชว์สไตล์นี้จริงๆ ถึงวันนั้นคุณแพรก็พูดได้ว่า “You Can’t Be Me” อย่างเต็มภาคภูมิ ถ้าใครจะมาเดินรอยตาม

ชมคลิป

- Advertisement -

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here