เผย-ชีวิตขาลง! ‘แอน-กัญญารัตน์’ อดีตดาราดัง ลั่น! “ต้องกลับมายืนให้ได้อีกครั้ง”

0
75

เผย-ชีวิตขาลง! ‘แอน-กัญญารัตน์’ อดีตดาราดัง ลั่น! “ต้องกลับมายืนให้ได้อีกครั้ง”

ย้อนกลับไป 20 กว่าปีก่อน เธอคนนี้ได้ชื่อว่าเป็นดารานางแบบลูกครึ่งที่ฮอตมาก มีผลงานมากมายทั้งงานละคร เดินแบบ และถ่ายแฟชั่น

ด้านชีวิตรัก เธอแต่งงานกับนักแสดงหนุ่มสุดฮอตในช่วงนั้นอย่าง “เจค ศตวรรษ ตุลยวิจิตร” ก่อนมีทายาทด้วยกัน 2 คน คือ “ภีม ภาคิน จิกิตศิลปิน” ที่เคยมีผลงานการแสดงอยู่พักหนึ่ง และลูกสาวอีกหนึ่งคน

อย่างไรก็ตาม ชีวิตครอบครัวที่ดูเหมือนจะสวยงามก็ไปไม่รอด มีเรื่องมีราวทำร้ายร่างกายกันจนถึงขั้นต้องขึ้นโรงขี้นศาล และชีวิตคู่ก็จบลงในที่สุดหลังจากเป็นซิงเกิลมัมอยู่หลายปี งาน-เงินที่มีก็เริ่มถดถอย ทำให้เธอเลยต้องหวนกลับมาถ่ายเซ็กซี่อีกครั้ง

รวมถึงต้องขายบ้านที่ธนาคารจะยึดเพื่อจะนำเงินมารักษามะเร็งที่มดลูกกระทั่งหายขาด ทว่าโชคร้ายยังไม่หมด ปี 2553 เธอก็ต้องมาป่วยเป็นโรควัณโรคกระดูก ต้องรับการผ่าตัดถึง 6 ครั้ง และใส่เหล็กดามขาไว้

วันนี้อดีตสาวเซ็กซี่ในวัย 51 ปีเดินได้แบบกะโผลกกะเผลก ใช้ชีวิตอยู่กับแมว 3 ตัวในบ้าน(เพื่อน)ที่กำลังจะถูกยึด โดยมีเงินใช้จ่ายที่ลูกสาวให้เดือนละประมาณ 3 พันบาท และนี่คือเรื่องราวที่ออกมาจากปากของเธอ…

“ตอนนี้ไม่ได้ทำอะไรเลย ตั้งแต่ปี 53 แล้วค่ะ บ้านก็ขายไปเมื่อปีที่แล้ว ที่ขายเพราะว่าแบงค์เขาจะยึด เพราะเราไม่ได้ผ่อนแบงค์มา 2-3 ปีแล้ว ก็ขายได้แล้วเอาเงินไปใช้หนี้แบงค์ทั้งต้นทั้งดอก เหลือนิดหน่อยก็เอาไปไถ่ที่คืนให้แม่ เพราะมีช่วงหนึ่งเอาที่แม่มาจำนอง เพื่อจะเอามาไปจ่ายค่าเรียนให้ลูก”

แล้วบ้านหลังนี้ของใคร?
“ตอนแรกคิดว่าตังค์ที่ขายบ้านจะเหลือ ก็กะว่าจะไปเช่าคอนโดอยู่กับลูก แต่สุดท้ายไม่เหลือ ก็ถามเพื่อนว่าบ้านหลังนี้เพื่อนเขาไม่ได้อยู่ เขาก็เลยให้มาอยู่ จริงๆ ก็จะโดนแบงค์ยึดแล้วเหมือนกัน (หัวเราะ) โดนยึดแล้วด้วย แบงค์ก็มาสำรวจว่าเราเป็นอะไรกับเจ้าของบ้าน เราก็บอกเป็นเพื่อน”

สุดรันทดช่วงผ่าตัดรักษาขาไม่มีเงินแม้กระทั่งจ่ายค่าหมอ
“ผ่าครั้งแรกใช้สิทธิ 30 บาท พอเป็นข่าวออกไปก็มีคนเข้ามาช่วย แต่พอครั้งที่สองที่ล้มเราก็ต้องจ่ายเอง คุณหมอเขาก็ช่วยคนละครึ่ง ช่วงนั้นน้องภีมเขาก็เริ่มมีงานละครน้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์ เขาก็ไปขอเงินจากพี่หน่อง (อรุโณชา ภานุพันธุ์) มารักษาแม่ กว่าหมอจะให้ออกจากโรงพยาบาลก็ 2 เดือนกว่า แล้วก็ผ่านมาจนถึงครั้งที่ 6 ก็บอกหมอไปตรงๆ ว่าไม่มีเงินจะผ่าแล้ว รอให้มีเงินก่อนได้มั้ยแล้วค่อยมาผ่า”

บอกเจ็บปวดยิ่งกว่าผ่าคลอดลูก!
“ผ่าแต่ละครั้งก็เสียเลือดเยอะ ครั้งล่าสุดนี่ก็ต้องนอนไอซียู ครั้งแรกเคยคิดนะว่าอาจจะไม่ฟื้น เพราะหมอเขาก็พูดว่าผ่าอาจจะไม่ฟื้นนะ หรือฟื้นแล้วตาอาจจะมองไม่เห็น เพราะนี่คือผ่าตัดใหญ่ มันใช้เวลาและต้องเสียเลือดเยอะด้วย ตอนนั้นเราเป็นโลหิตจางด้วย ก่อนจะผ่าเราก็ต้องอัดยาบำรุงเลือดก่อน ยังร้องไห้อยู่กับเพื่อนเลยว่าจะตายมั้ยเนี่ย จะได้เห็นหน้าลูกมั้ย ลูกก็ไปหลบร้องไห้กันในรถกับยาย”

“สักวันก็อยากมีบ้านเดี่ยวเป็นของตัวเองนะ ตอนนี้ก็เหมือนบ้านแตกอยู่คนละทาง มันก็เศร้าแหละ อยู่บ้านดูทีวีบางทีก็เบื่อ ก็ออกไปอุ้มแมวเล่น ข้างบ้านก็มาคุยด้วย แต่เราอยู่ได้อยู่แล้ว เพราะเราเป็นคนโลกส่วนตัวสูงด้วย (หัวเราะ) ก็โอเค ถ้าลูกสาวมาก็จะพาไปกินข้าวข้างนอกกัน ลูกชายก็มาแว้บๆ ตามประสาผู้ชาย ถามว่าทุกวันนี้ชีวิตอยู่เพื่ออะไรก็ยังถามตัวเองอยู่นะ อยู่เพื่อลูกเหรอ อยู่เพื่อความหวังว่าสักวันเราต้องเดินได้ เราต้องกลับมาทำงานให้ได้ ก็ให้กำลังใจตัวเองแหละ”

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here