ท้ออยากออกจากวงการ! ฟังจากปาก ‘คิทตี้ ชิชา’ ผู้รับบท ‘แนนโน๊ะ’ ลั่น! ไม่ใช่คนดี ไม่เหมาะกับวงการนี้

0
24

ท้ออยากออกจากวงการ! ฟังจากปาก ‘คิทตี้ ชิชา’ ผู้รับบท ‘แนนโน๊ะ’ ลั่น! ไม่ใช่คนดี ไม่เหมาะกับวงการนี้ (ชมคลิปท้ายข่าว)

วันที่ 13 ก.ย. ที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ คิทตี้ ชิชา ให้สัมภาษณ์ในงานเปิดตัวคอลเลคชั่น “uniqlo fall/winter 2018” ถึงเรื่องกระแสตัวละคร แนนโน๊ะ ในซีรีส์ เด็กใหม่ ที่ส่งให้เจ้าตัวดังเปรี้ยง!

โดย คิทตี้ เผยว่า “ตอนนี้ก็มีงานเยอะขึ้นค่ะ ต้องขอบคุณกระแสตอบรับจากซีรีส์ ขอบคุณคนดูที่ตกหลุมรักตัวละคร และให้โอกาสคิทได้ทำงาน ส่วนที่ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าจะออกจากวงการ คือคิทก็ไม่ได้บอกว่าจะออกเลย แต่ว่าเริ่มรู้สึกเหนื่อย หรืองานตรงนี้อาจจะไม่ได้เข้ากับเราจริงๆ ก็ได้”

แต่กระแสซีรีส์ค่อนข้างเปรี้ยง?
“มันก็พิสูจน์ว่าถ้าเราทำอะไรอย่างเต็มที่และตั้งใจจริงๆ คนอื่นก็น่าจะเห็น ก่อนหน้านี้คิทอาจจะน้อยใจด้วยแหละ หลายๆ คนมองแค่ว่าคิทเป็นแฟนใคร คบกับใคร ไม่เคยมองว่าคิทพยายามหรือว่าสู้บ้างมั้ย ถามว่าเป็นความน้อยใจอยู่คนเดียวหรือเปล่า อย่างแรกเลยคิทก็รู้ว่าในช่วงเวลานั้น คิทกับพี่ๆ สื่อมีเรื่องผิดใจกัน คนทั่วไปหลายคนอาจจะไม่ชอบคิท เราก็รู้สึกว่าการจะเป็นคนในวงการนี้ คนส่วนมากเป็นดารามากกว่าเป็นนักแสดง ต้องอยู่ด้วยความรัก ความเห็นใจ ความชื่นชอบ และอยู่กับทุกคนให้ได้ด้วย ที่ผ่านมาคิทรู้ว่าตัวเองไม่ได้เป็นเด็กดีขนาดนั้น ถ้ามันไม่เหมาะกับเราก็ควรจะเดินจากไป ไม่ใช่ให้เขาไล่ค่ะ(ยิ้ม)”

เราหาคำตอบให้ตัวเองว่าต้องไปต่อยังไง?
“จริงๆ คิทก็อยากจะพิสูจน์ตัวเอง แล้วมีบท แนนโน๊ะ เข้ามาพอดี เป็นบทที่ให้โอกาส ทุกคนก็รู้ว่าคิทมีกระแสด้านลบหมด ทีมงานเขาก็ให้โอกาสคิทว่าถ้าเราอยากจะพิสูจน์ว่าเราพยายามเต็มที่กับมันก็ลองดู พวกเขาให้ใจกับเรา คิทก็เลยลองดู จะทุ่มเทสุดชีวิตให้กับโปรเจ็กต์นี้ หวังว่าคนจะมองเราอีกด้านนึงบ้าง ไม่ใช่มองแค่ว่าตัวเราเป็นคนยังไง”

การที่คนยังติดภาพแบบนั้นส่งผลถึงตัวเรายังไงบ้าง?
“มีหลายๆ งานที่คิทรู้ว่าเขาไม่อยากได้เราไปทำงานด้วย ทั้งจากข่าวและอะไรหลายๆ อย่าง ซึ่งมันช่วยไม่ได้จริงๆ เพราะเป็นสิ่งที่ถูกนำเสนอออกไป คนก็เห็นแบบนั้น หลายคนก็เลือกหลีกเลี่ยงปัญหาดีกว่า ถามว่าตอนนั้นนอยด์มั้ย ไม่ได้นอยด์ค่ะ จริงๆ ก็ปกติดี ทำให้คิทเรียนรู้ว่า ถ้าเราอยากทำงานในวงการ อยากเป็นนักแสดง เราก็ต้องอ่อนข้อบ้าง ต้องประนีประนอมกับคนให้ได้ ไม่ใช่ว่าจะแข็งอย่างเดียว”

อะไรที่ทำให้เราเปลี่ยนมุมมองความคิด?
“ตอนที่เราคิดว่าชอบการเป็นนักแสดงจริงๆ แล้วทุกอย่างมีราคากันหมด อาจจะไม่ใช่ตัวเงิน แต่อาจจะเป็นการที่เรายอมรับที่จะทำอะไรบางอย่างที่เราอาจจะไม่ถนัด หรือไม่ชินเท่าไหร่ ถามว่าว่าวันนี้พิสูจน์ตัวเองแล้วหรือยัง มันก็ดีนะคะ คนก็ชื่นชมเราจากผลงานของเราจริงๆ สักที เป็นครั้งแรกที่มีคนชมว่าเป็นนักแสดง ก็ดีใจค่ะ(ยิ้ม) ช่วงที่ผ่านมาเวลามีปัญหาก็ไม่ได้ปรึกษาใครค่ะ เหมือนคิดทบทวนกับตัวเอง คิทก็มีงานอย่างอื่นทำอยู่แล้ว เรารู้สึกว่าถ้ามันไม่ไหวเราก็ไปทำอย่างอื่นดีกว่า”

ได้มองย้อนกลับไปขอบคุณตัวเองไหม ที่เราไม่ทิ้งในการอยากเป็นนักแสดง?
“ขอบคุณทุกเหตุการณ์ ขอบคุณพี่ๆ ทุกคน ขอบคุณทุกคนทั้งหมดที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ไม่ดี หรือสิ่งที่ดี เพราะทุกๆ อย่างที่เกิดขึ้นมันทำให้คิทมองโลกแบบนี้ ตัดสินใจแบบนี้และคิดแบบนี้ค่ะ ถามว่าแพลนจากนี้จะทำอะไรบ้าง ในเรื่องของงานแสดงคิทก็ยังเป็นตัวเองเหมือนเดิมอยู่ประมาณนึง ตั้งใจจะรับงานที่ตัวเองสนุก ที่ตัวเองอยากจะทำจริงๆ ไม่ได้อยากจะกอบโกยในช่วงเวลานี้หรืออะไร อยากจะค่อยๆ ไป ยังรู้ตัวดีว่าเราเป็นนักแสดง เราไม่หวังจะเป็นดารา และไม่ใช่ต้นแบบที่ดีของใครตั้งแต่แรก จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ใช่ค่ะ(ยิ้ม)”

ทำไมถึงคิดว่าเราไม่สามารถเป็นต้นแบบให้ใครได้?
“คิทมองว่าตัวเองไม่พร้อมจะละทิ้งหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ของความเป็นตัวเองทั้งหมด เพื่อจะก้าวไปเป็นความสมบูรณ์ที่ให้คนสามารถมองขึ้นไปได้ คิทก็มีนิสัยไม่ดีหลายๆ อย่าง เรารู้ตัวเองว่าเป็นคนแบบไม่เฟอร์เฟ็กต์ รู้ตัวด้วยว่าเราไม่พร้อมจะทิ้งทุกอย่างเพื่อจะก้าวขึ้นไปตรงนั้น ขอเป็นดินให้เห็นเรื่อยๆ แล้วกัน คงไม่เป็นดาวค่ะ”

เราต้องแบกความเป็นตัวเองไว้กี่เปอร์เซ็นต์?
“ความเป็นตัวเองของคิท คือการยอมรับและก็แก้ไขปรับปรุง คิทก็รู้สึกว่าการขอโทษมันไม่ใช่เรื่องที่ผิด พี่ๆ ก็คงรับรู้ได้ว่าคิทขอโทษจริงๆ วันนั้นคิทก็เด็กเกินไป แต่คิทไม่สามารถจะย้อนเวลาได้ มันอยู่ที่ว่าเราอยู่กับสิ่งที่ผิดพลาดแล้วจะเดินต่อไปข้างหน้ายังไงมากกว่า”

ฟีดแบ๊กบทบาท แนนโน๊ะ ได้รับคำวิจารณ์อย่างไรบ้าง?
“จริงๆ ก็มีหลากหลายนะคะ หมายถึงกระแสที่เข้ามา เราก็ดีใจที่คนรักในตัวละครตัวนี้ ถ้าคิทจะบอกคนดูก็คงบอกว่า ดีใจที่ทุกคนรักเขา ไม่ต้องรักเราก็ได้ รักแค่แนนโน๊ะก็พอ เราดีใจที่เขาเป็นไอดอลให้บางคน ทำให้หลายๆ คนกล้าลุกขึ้นมายืนมากขึ้น กล้าที่จะออกมาบอกมากขึ้นว่าเคยเจอเรื่องร้ายๆ อะไรมา หรือว่าไม่ยอมถูกทำร้าย”

หลายคนบอกเราได้เล่นเป็นตัวเอง?
“คิทเชื่อว่า ถ้าคนอื่นมารับบทเป็นแนนโน๊ะ มันก็คงไม่เป็นแบบนี้ น่าจะออกมาในมุมที่ถูกผสมระหว่างความเป็นตัวละครกับนักแสดงแต่ละคนเข้าไป พอเป็นแนนโน๊ะในเวอร์ชันของคิทก็ย่อมจะมีบางอย่างที่คล้ายคิทผสมอยู่ ถามว่าบทนี้เกิดมาเพื่อเราหรือเปล่า ถ้าเป็นอย่างนั้นได้ก็ดีค่ะ ตอนแรกก็กลัวทีมงานผิดหวัง เพราะเขาเลือกเรามา ถ้ามันแป้กเพราะเราก็คงต้องหอบพวงมาลัยไปกราบขอขมาทีมงานทุกคนค่ะ(หัวเราะ)”

ตัวเราเองกดดันไหมเพราะซีรีส์เรื่องนี้เปรียบเหมือนผลงานที่จะตัดสินอนาคตในวงการของเรา?
“คิทกลัวมากกว่า เพราะถ้าหากคนเลือกที่จะไม่ดู หรือคนเกลียดซีรีส์เรื่องนี้ เนื่องจากมันมีชื่อของคิทแปะอยู่ คิทก็คงรู้สึกผิดมากๆ กับการที่ทุกคนอุตส่าห์ทุ่มเททุกอย่างเพื่อซีรีส์เรื่องนี้”

ด้วยความที่บทนี้ค่อนข้างแรง ตัวเราเองต้องใช้ความกล้ามากขนาดไหน?
“คิทมองว่าเราเป็นนักแสดงมากกว่าค่ะ คือไม่ต้องคิดเลยว่าเราจะเป็นนางเอกหรือนางร้าย เพราะเราสามารถเล่นบทอะไรก็ได้ วันนี้เราเป็นคนบ้า พรุ่งนี้เราเป็นปีศาจ อีกวันหนึ่งเราอาจจะเป็นคนพิการก็ได้ ซึ่งบทแนนโน๊ะที่คิทได้รับ มันเป็นบทบาทที่ท้าทายมากจริงๆ และก็เป็นโอกาสที่ไม่ได้มีเข้ามาให้เราบ่อยๆ ด้วย ถ้าถามถึงความสำเร็จ ณ ตอนนี้มันยังไม่สำเร็จหรอกค่ะ เพราะคิทมองว่าคนเราจะสำเร็จได้ก็ต้องรอให้ถึงวันที่เราตาย เหมือนกับ สตีฟ จอบส์ ที่ชีวิตของเขากลายเป็นตำนาน ถึงแม้เขาจะตายไปแล้วแต่ทุกคนก็ยังชื่นชมเขาอยู่ ดังนั้น ณ ตอนนี้ถ้าหากเรายังมีชีวิตอยู่ เราก็ต้องพิสูจน์ตัวเองต่อไป เพราะถ้าหากในอนาคตเราเกิดพลาดขึ้นมาอีก เราก็อาจจะกลายเป็นคนที่ไม่ประสบความสำเร็จได้เหมือนกัน”

บท แนนโน๊ะ เปลี่ยนชีวิตเรายังไงบ้าง ทุกวันนี้มันแตกต่างไปจากเดิมเยอะไหม?
“ตอนนี้คิทตายไปแล้วนะคะ เพราะไม่มีใครเรียกชื่อนี้เลย มีแต่คนเรียกหา แนนโน๊ะ(หัวเราะ) แต่เอาจริงๆ คิทดีใจนะ ดีใจมากๆ เลยที่คนดูรักแนนโน๊ะ อาจจะฟังดูแปลกนะคะที่คนคิดว่าแนนโน๊ะมีตัวตนจริงๆ แต่คิทก็ดีใจกับเขา เพราะเขากลายเป็นสัญลักษณ์บางอย่างให้กับคนดู ในขณะที่เราไม่สามารถเป็นได้”

ความรักของเราตอนนี้เป็นยังไงบ้าง เห็นว่าคบอยู่กับ กันน์ สรวิศ หรือ กันน์ เดอะเฟซ เมน?
“ใช่ค่ะ ก็สบายดี ตอนนี้ก็เป็นแฟนแล้วกันค่ะ(หัวเราะ) เราเพิ่งคบกันไม่นาน เพราะเพิ่งจะเริ่มคบกันตอนที่คิทถ่ายซีรีส์ แต่เราค่อยๆ พัฒนาขึ้นมาจากการเป็นเพื่อนสนิท ถามว่าทำไมเราถึงเลือกที่จะพัฒนาความสัมพันธ์กับคนนี้ เพราะช่วงถ่ายซีรีส์ไม่ได้เจอใครเลย เขาเป็นคนเดียวที่ เช้าเยี่ยม บ่ายเยี่ยม เอาข้าวมาส่งกอง หรือตอนที่คิทแอดมิตเข้าโรงพยาบาลเขาก็เป็นคนเดียวที่เข้ามาเยี่ยม คือเข้ามาตอกบัตรเป็นประจำจริงๆ ถือว่าเป็นคนที่มีความพยายามมากๆ ที่จะเข้ามาอยู่ในชีวิตเรา”

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here