วันนี้ในอดีต-ปิดตำนานมนุษย์กินคน! ย้อนเปิดแฟ้มคดี อุกฤษฏ์โทษ ‘ซีอุย’ ผิดจริงหรือแค่ ‘แพะรับบาป’

0
14

วันนี้ในอดีต-ปิดตำนานมนุษย์กินคน! ย้อนเปิดแฟ้มคดี อุกฤษฏ์โทษ ‘ซีอุย’ ผิดจริงหรือแค่ ‘แพะรับบาป’ (ชมคลิปท้ายข่าว)

“คดีซีอุย” คดีฆาตกรรมที่ครึกโครมในอดีต เรียกได้ว่าเป็นคดีระทึกขวัญในช่วง พ.ศ. 2497-2501 ที่สร้างความหวาดกลัวไปทั่วประเทศ
ฆาตกรต่อเนื่องหยุดการทำงานไปเกือบ 1 ปี ก่อนที่จะเกิดเหตุฆาตกรรม ด.ช.สมบุญ บุณยกาญจน์ อายุ 8 ขวบ ที่ ต.เขาไผ่ อ.เมืองระยอง เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2501 ซึ่งเป็นเหยื่อรายที่ 7 และศพที่ 6 คดีนี้เองตำรวจจับกุมคนร้ายได้ คือ นายซีอุย แซ่อึ้ง คนงานในสวนของพ่อแม่ ด.ช.สมบุญ โดยตำรวจระบุว่า จับได้ขณะที่ “ซีอุย”พยายามทำลายศพ

ยิ่งตื่นตระหนกกันใหญ่เมื่อตำรวจแถลงว่า นายซีอุย สารภาพว่า คดีฆ่าผ่าท้องเด็กที่ อ.ทับสะแก กรุงเทพฯ และ จ.นครปฐม รวม 5 รายก่อนหน้านี้ เป็นฝีมือของเขาเอง และเมื่อตำรวจพา ด.ญ.บังอร เหยื่อรายแรกที่รอดตายมาได้ มาดูตัว ก็ชี้ยืนยันว่า ซีอุย คือ คนร้ายที่พยายามสังหารเธอ!

วันที่ 16 ก.ย. 2502 ศาลตัดสินประหารชีวิตซีอุยด้วยการยิงเป้า และมอบศพให้แพทย์ ร.พ.ศิริราช นำไปศึกษาโครงสร้างทางสมอง และเก็บรักษาศพไว้จนถึงปัจจุบัน ซึ่งได้จัดแสดงไว้ใน “พิพิธภัณฑ์นิติเวชศาสตร์ สงกรานต์ นิยมเสน”

หลายสิบปีให้หลัง มีผู้สนใจเรื่องราวของซีอุย พยายามค้นคว้าและพบว่า คดีนี้มีอะไรไม่ชอบมาพากล ถึงขนาดตั้งข้อสังเกตว่า ซีอุยเป็นฆาตกรวิปริต หรือแค่แพะรับบาปเท่านั้น เนื่องจาก “ซีอุย” เป็นผู้รับสารภาพเองว่าเป็นฆาตกร แต่ตำรวจเองไม่มีหลักฐานใด ๆ มัดตัวคนร้ายเลย เพราะไม่เช่นนั้นคงไม่ปล่อย “ซีอุย” ลอยนวลอยู่หลายปี การที่ตำรวจคลี่คลายคดีได้ มีหลักฐานเดียว คือ คำสารภาพของซีอุยเท่านั้น

ซีอุย แซ่อึ้ง เกิดปีระกา 2470 เป็นชาวจีน บิดาชื่อ นายฮุนฮ้อ มารดาชื่อ นางไป่ติ้ง อาชีพทำไร่ฐานะยากจน มีพี่น้องหลายคน เมื่ออายุย่างเข้า18 ปี “ซีอุย” ถูกส่งเข้าประจำการที่หน่วยรบทหารราบกองพันที่ 8 ต่อมาเพื่อนทหารรุ่นเดียวกัน ได้ชวน “ซีอุย” ไปสมัครเข้าทำงานกับบริษัทเดินเรือทะเล ทำได้อยู่ปีเศษ ๆ เพื่อน ๆ ก็ชวนลอบเข้าเมืองไทย โดยหลบหนีจากเรือเดินทะเล ขณะที่นำสินค้าส่งที่ท่าเรือคลองเตย เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2489

ในระหว่างที่ใช้ชีวิตในประเทศไทย เขาต้องเร่ร่อนทำงานรับจ้างกลับไปกลับมาในสถานที่ต่าง ๆ ได้แก่ อ.ทับสะแก อ.สามร้อยยอด และกรุงเทพฯ ซึ่งชีวิตของเขาได้รับแรงกดดัน ถูกเหยียดหยามดูหมิ่นจากคนรอบข้าง ถูกเอารัดเอาเปรียบจนในที่สุดก็นำไปสู่เหตุการณ์ที่ต้องน่าสะพรึงกลัวและทำให้ “ซีอุย” พบจุดจบอย่างน่าสงสารเมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2502

10 ม.ย. 2497 ด.ญ.บังอร ภมรสุต อายุ 8 ขวบ ถูกคนร้ายดักจับขณะเดินออกมาซื้อของในตอนค่ำ ด.ญ.บังอร ซึ่งเป็นเหยื่อรายแรกและรายเดียวที่รอดตายมาได้ ระบุว่า ถูกคนร้ายเป็นชายชาวจีน ตัดผมสั้นเกรียน รูปร่างสันทัด จับตัวจากแถวบ้านเข้าไปในป่า พยายามใช้มีดแทงคอ แต่เธอดิ้นจนมีดพลาดไม่ถูกจุดสำคัญ จึงถูกคนร้ายจับทุ่มเข้าไปในกอไผ่ แม้กอไผ่จะทำให้เธอบาดเจ็บไม่เบา แต่มันก็ช่วยให้คนร้ายไม่สามารถแหวกพงหนามเข้ามาทำร้ายเธอได้อีก

9 พ.ค. ปีเดียวกัน ด.ญ.นิด แซ่ภู่ อายุ 10 ขวบ ถูกคนร้ายหลอกไปจากงานวัด ใน ต.ทับสะแก ก่อนมีคนพบศพเธอถูกฆ่าผ่าท้อง หัวใจกับตับหายไป
20 มิ.ย ด.ญ.ลิ้มเฮียง แซ่เล้า อายุ 9 ขวบ ชาว ต.ทับสะแก ถูกฆ่าลักษณะเดียวกับรายที่ 2
27 ต.ค. ด.ญ.หงั่น แซ่ลี้ อายุ 10 ขวบ ถูกฆ่าที่ ต.สามร้อยยอด

28 พ.ย. คดีลักษณะเดียวกันนี้ก็มาโผล่ที่กรุงเทพฯ มื่อมีผู้พบศพ ด.ญ.ลี่จู แซ่ตั้ง อายุ 5 ขวบ ถูกฆ่าผ่าท้องบริเวณสถานีรถไฟสวนจิตรลดา
5 ก.พ. 2500 ด.ญ.ซิ่วจู แซ่ตั้ง อายุ 7 ขวบ ถูกฆ่าบริเวณองค์พระปฐมเจดีย์
27 ม.ค. 2501 ด.ช.สมบุญ บุณยกาญจน์ อายุ 8 ขวบ ถูกฆ่าที่ ต.เขาไผ่ อ.เมืองระยอง

น่าสนใจว่า “ซีอุย” พูดไทยไม่ได้มาก ต้องให้การผ่านล่าม คำแปลและความเข้าใจของ “ซีอุย” เกี่ยวกับความผิดหรือคำสารภาพนั้นมีมากขนาดไหน มีการตั้งข้อสังเกตว่าซีอุยอาจจะสารภาพไปตามบท เพราะเข้าใจว่าเมื่อจบเรื่อง ตัวเองจะถูกส่งกลับเมืองจีนเท่านั้น
จากข่าวในเวลานั้นพบว่า คำรับสารภาพของซีอุยก็สับสน และบางเรื่องไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเกิดเหตุ

ในจำนวน 6 ศพที่ซีอุยก่อเหตุ มีบางศพที่ไม่ได้ถูกควักหัวใจและตับออกมา ซึ่งผิดวัตถุประสงค์การฆ่าอย่างสิ้นเชิง ตำรวจแถลงว่า ที่ไม่กินเพราะ “ซีอุย” บอกว่า ตับกับหัวใจเล็กเกินไป กินไม่อิ่มเลยไม่กิน
ระหว่างที่ตำรวจคุมตัวซีอุย ไปทำแผน บางคดีพิสดารและเหลื่อเชื่อเกินไป เช่น รายหนึ่ง “ซีอุย” ให้การว่าฆ่าเด็กแล้วอุ้มวิ่งเข้าไปในสวนลึกหลายกิโล และยังแวะอาบน้ำอาบท่าระหว่างทางอีก ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวผิดวิสัยเกินไป

อีกจุดหนึ่งคือ การลงมือระหว่างเหยื่อรายที่ 6 และรายที่ 7 ที่ทิ้งช่วงเวลาห่างกันถึง 1 ปี ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ “ซีอุย” ก่อเหตุถึง 6 คดีในเวลาแค่ปีเดียวเท่านั้น คดีที่ ต.ทับสะแก ซึ่ง “ซีอุย” สารภาพว่าลงมือทำถึง 3 ครั้ง ซึ่งรายแรกทำไม่สำเร็จ
ตามปกติทั่วไปเมื่อก่อเหตุครั้งแรกไม่สำเร็จ “ซีอุย”น่าจะหลบหนีเพราะเด็กต้องจำหน้าได้ แต่ยังกล้าอยู่ในพื้นที่เดิมและลงมือกับเหยื่ออีก 3 รายซ้อน แม้มีการตั้งข้อสังเกตหรือข้อสงสัยมากมาย

แต่ก็มีความเชื่อของคนร่วมสมัย ในพื้นที่เกิดเหตุรวมถึงคนทั่วไปบางส่วนที่เชื่อว่า “ซีอุย” มิได้เป็นฆาตกรตัวจริง แต่ฆาตกรตัวจริงเป็นลูกชายของบุคคลที่มีอิทธิพลในท้องที่ที่ “ซีอุย” รับสารภาพไป อาจเป็นไปได้ว่าถูกเจ้าหน้าที่เกลี้ยกล่อมว่าให้รับสารภาพไปแล้วจะได้รับการลดหย่อนโทษ เนื่องจาก “ซีอุย” ไม่มีญาติมิตร ที่ให้การช่วยเหลือ รวมถึงการไม่เจนจัดในการสื่อสารภาษาไทย
อย่างไรเสีย คงไม่สามารถหาข้อยุติหรือตรวจสอบให้แน่ชัดได้ แต่ก็น่าสนใจว่าหลังตำรวจจับกุม “ซีอุย” ได้ คดีฆ่าผ่าท้องเด็กก็ไม่เคยเกิดขึ้นอีกเลย

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here