วันนี้ในอดีต-ปิดตำนานมนุษย์กินคน! ย้อนเปิดแฟ้มคดี อุกฤษฏ์โทษ ‘ซีอุย’ ผิดจริงหรือแค่ ‘แพะรับบาป’

0
32

วันนี้ในอดีต-ปิดตำนานมนุษย์กินคน! ย้อนเปิดแฟ้มคดี อุกฤษฏ์โทษ ‘ซีอุย’ ผิดจริงหรือแค่ ‘แพะรับบาป’ (ชมคลิปท้ายข่าว)

“คดีซีอุย” คดีฆาตกรรมที่ครึกโครมในอดีต เรียกได้ว่าเป็นคดีระทึกขวัญในช่วง พ.ศ. 2497-2501 ที่สร้างความหวาดกลัวไปทั่วประเทศ
ฆาตกรต่อเนื่องหยุดการทำงานไปเกือบ 1 ปี ก่อนที่จะเกิดเหตุฆาตกรรม ด.ช.สมบุญ บุณยกาญจน์ อายุ 8 ขวบ ที่ ต.เขาไผ่ อ.เมืองระยอง เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2501 ซึ่งเป็นเหยื่อรายที่ 7 และศพที่ 6 คดีนี้เองตำรวจจับกุมคนร้ายได้ คือ นายซีอุย แซ่อึ้ง คนงานในสวนของพ่อแม่ ด.ช.สมบุญ โดยตำรวจระบุว่า จับได้ขณะที่ “ซีอุย”พยายามทำลายศพ

ยิ่งตื่นตระหนกกันใหญ่เมื่อตำรวจแถลงว่า นายซีอุย สารภาพว่า คดีฆ่าผ่าท้องเด็กที่ อ.ทับสะแก กรุงเทพฯ และ จ.นครปฐม รวม 5 รายก่อนหน้านี้ เป็นฝีมือของเขาเอง และเมื่อตำรวจพา ด.ญ.บังอร เหยื่อรายแรกที่รอดตายมาได้ มาดูตัว ก็ชี้ยืนยันว่า ซีอุย คือ คนร้ายที่พยายามสังหารเธอ!

- Advertisement -

วันที่ 16 ก.ย. 2502 ศาลตัดสินประหารชีวิตซีอุยด้วยการยิงเป้า และมอบศพให้แพทย์ ร.พ.ศิริราช นำไปศึกษาโครงสร้างทางสมอง และเก็บรักษาศพไว้จนถึงปัจจุบัน ซึ่งได้จัดแสดงไว้ใน “พิพิธภัณฑ์นิติเวชศาสตร์ สงกรานต์ นิยมเสน”

หลายสิบปีให้หลัง มีผู้สนใจเรื่องราวของซีอุย พยายามค้นคว้าและพบว่า คดีนี้มีอะไรไม่ชอบมาพากล ถึงขนาดตั้งข้อสังเกตว่า ซีอุยเป็นฆาตกรวิปริต หรือแค่แพะรับบาปเท่านั้น เนื่องจาก “ซีอุย” เป็นผู้รับสารภาพเองว่าเป็นฆาตกร แต่ตำรวจเองไม่มีหลักฐานใด ๆ มัดตัวคนร้ายเลย เพราะไม่เช่นนั้นคงไม่ปล่อย “ซีอุย” ลอยนวลอยู่หลายปี การที่ตำรวจคลี่คลายคดีได้ มีหลักฐานเดียว คือ คำสารภาพของซีอุยเท่านั้น

ซีอุย แซ่อึ้ง เกิดปีระกา 2470 เป็นชาวจีน บิดาชื่อ นายฮุนฮ้อ มารดาชื่อ นางไป่ติ้ง อาชีพทำไร่ฐานะยากจน มีพี่น้องหลายคน เมื่ออายุย่างเข้า18 ปี “ซีอุย” ถูกส่งเข้าประจำการที่หน่วยรบทหารราบกองพันที่ 8 ต่อมาเพื่อนทหารรุ่นเดียวกัน ได้ชวน “ซีอุย” ไปสมัครเข้าทำงานกับบริษัทเดินเรือทะเล ทำได้อยู่ปีเศษ ๆ เพื่อน ๆ ก็ชวนลอบเข้าเมืองไทย โดยหลบหนีจากเรือเดินทะเล ขณะที่นำสินค้าส่งที่ท่าเรือคลองเตย เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2489

ในระหว่างที่ใช้ชีวิตในประเทศไทย เขาต้องเร่ร่อนทำงานรับจ้างกลับไปกลับมาในสถานที่ต่าง ๆ ได้แก่ อ.ทับสะแก อ.สามร้อยยอด และกรุงเทพฯ ซึ่งชีวิตของเขาได้รับแรงกดดัน ถูกเหยียดหยามดูหมิ่นจากคนรอบข้าง ถูกเอารัดเอาเปรียบจนในที่สุดก็นำไปสู่เหตุการณ์ที่ต้องน่าสะพรึงกลัวและทำให้ “ซีอุย” พบจุดจบอย่างน่าสงสารเมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2502

10 ม.ย. 2497 ด.ญ.บังอร ภมรสุต อายุ 8 ขวบ ถูกคนร้ายดักจับขณะเดินออกมาซื้อของในตอนค่ำ ด.ญ.บังอร ซึ่งเป็นเหยื่อรายแรกและรายเดียวที่รอดตายมาได้ ระบุว่า ถูกคนร้ายเป็นชายชาวจีน ตัดผมสั้นเกรียน รูปร่างสันทัด จับตัวจากแถวบ้านเข้าไปในป่า พยายามใช้มีดแทงคอ แต่เธอดิ้นจนมีดพลาดไม่ถูกจุดสำคัญ จึงถูกคนร้ายจับทุ่มเข้าไปในกอไผ่ แม้กอไผ่จะทำให้เธอบาดเจ็บไม่เบา แต่มันก็ช่วยให้คนร้ายไม่สามารถแหวกพงหนามเข้ามาทำร้ายเธอได้อีก

9 พ.ค. ปีเดียวกัน ด.ญ.นิด แซ่ภู่ อายุ 10 ขวบ ถูกคนร้ายหลอกไปจากงานวัด ใน ต.ทับสะแก ก่อนมีคนพบศพเธอถูกฆ่าผ่าท้อง หัวใจกับตับหายไป
20 มิ.ย ด.ญ.ลิ้มเฮียง แซ่เล้า อายุ 9 ขวบ ชาว ต.ทับสะแก ถูกฆ่าลักษณะเดียวกับรายที่ 2
27 ต.ค. ด.ญ.หงั่น แซ่ลี้ อายุ 10 ขวบ ถูกฆ่าที่ ต.สามร้อยยอด

28 พ.ย. คดีลักษณะเดียวกันนี้ก็มาโผล่ที่กรุงเทพฯ มื่อมีผู้พบศพ ด.ญ.ลี่จู แซ่ตั้ง อายุ 5 ขวบ ถูกฆ่าผ่าท้องบริเวณสถานีรถไฟสวนจิตรลดา
5 ก.พ. 2500 ด.ญ.ซิ่วจู แซ่ตั้ง อายุ 7 ขวบ ถูกฆ่าบริเวณองค์พระปฐมเจดีย์
27 ม.ค. 2501 ด.ช.สมบุญ บุณยกาญจน์ อายุ 8 ขวบ ถูกฆ่าที่ ต.เขาไผ่ อ.เมืองระยอง

น่าสนใจว่า “ซีอุย” พูดไทยไม่ได้มาก ต้องให้การผ่านล่าม คำแปลและความเข้าใจของ “ซีอุย” เกี่ยวกับความผิดหรือคำสารภาพนั้นมีมากขนาดไหน มีการตั้งข้อสังเกตว่าซีอุยอาจจะสารภาพไปตามบท เพราะเข้าใจว่าเมื่อจบเรื่อง ตัวเองจะถูกส่งกลับเมืองจีนเท่านั้น
จากข่าวในเวลานั้นพบว่า คำรับสารภาพของซีอุยก็สับสน และบางเรื่องไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเกิดเหตุ

ในจำนวน 6 ศพที่ซีอุยก่อเหตุ มีบางศพที่ไม่ได้ถูกควักหัวใจและตับออกมา ซึ่งผิดวัตถุประสงค์การฆ่าอย่างสิ้นเชิง ตำรวจแถลงว่า ที่ไม่กินเพราะ “ซีอุย” บอกว่า ตับกับหัวใจเล็กเกินไป กินไม่อิ่มเลยไม่กิน
ระหว่างที่ตำรวจคุมตัวซีอุย ไปทำแผน บางคดีพิสดารและเหลื่อเชื่อเกินไป เช่น รายหนึ่ง “ซีอุย” ให้การว่าฆ่าเด็กแล้วอุ้มวิ่งเข้าไปในสวนลึกหลายกิโล และยังแวะอาบน้ำอาบท่าระหว่างทางอีก ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวผิดวิสัยเกินไป

อีกจุดหนึ่งคือ การลงมือระหว่างเหยื่อรายที่ 6 และรายที่ 7 ที่ทิ้งช่วงเวลาห่างกันถึง 1 ปี ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ “ซีอุย” ก่อเหตุถึง 6 คดีในเวลาแค่ปีเดียวเท่านั้น คดีที่ ต.ทับสะแก ซึ่ง “ซีอุย” สารภาพว่าลงมือทำถึง 3 ครั้ง ซึ่งรายแรกทำไม่สำเร็จ
ตามปกติทั่วไปเมื่อก่อเหตุครั้งแรกไม่สำเร็จ “ซีอุย”น่าจะหลบหนีเพราะเด็กต้องจำหน้าได้ แต่ยังกล้าอยู่ในพื้นที่เดิมและลงมือกับเหยื่ออีก 3 รายซ้อน แม้มีการตั้งข้อสังเกตหรือข้อสงสัยมากมาย

แต่ก็มีความเชื่อของคนร่วมสมัย ในพื้นที่เกิดเหตุรวมถึงคนทั่วไปบางส่วนที่เชื่อว่า “ซีอุย” มิได้เป็นฆาตกรตัวจริง แต่ฆาตกรตัวจริงเป็นลูกชายของบุคคลที่มีอิทธิพลในท้องที่ที่ “ซีอุย” รับสารภาพไป อาจเป็นไปได้ว่าถูกเจ้าหน้าที่เกลี้ยกล่อมว่าให้รับสารภาพไปแล้วจะได้รับการลดหย่อนโทษ เนื่องจาก “ซีอุย” ไม่มีญาติมิตร ที่ให้การช่วยเหลือ รวมถึงการไม่เจนจัดในการสื่อสารภาษาไทย
อย่างไรเสีย คงไม่สามารถหาข้อยุติหรือตรวจสอบให้แน่ชัดได้ แต่ก็น่าสนใจว่าหลังตำรวจจับกุม “ซีอุย” ได้ คดีฆ่าผ่าท้องเด็กก็ไม่เคยเกิดขึ้นอีกเลย

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here