ฝันที่เป็นจริง! ชมคลิป ‘ติ๊ก เจษฎาภรณ์’ เป็น ‘บอส วสิน’ ตามรอยละคร ‘เมีย 2018’

0
45

ฝันที่เป็นจริง! ชมคลิป ‘ติ๊ก เจษฎาภรณ์’ เป็น ‘บอส วสิน’ ตามรอยละคร ‘เมีย 2018’ (ชมคลิปท้ายข่าว)

เมื่อทีมงานพา “เจ้าป่า” ไปสานฝัน ทั้งอยากเป็นบอส อยากเล่นละครเรื่องนี้มากกก แล้วก็อยากขับรถซุปเปอร์คาร์ด้วย จะเป็นอย่างไร ไปดูกัน ขอบคุณคลิปจากละคร เมีย 2018 จาก ช่อง one31 ที่ทำให้ฝันของพี่ติ๊กได้เป็นจริง

อะไรบ่งบอกตัวตนของติ๊ก เจษฎาภรณ์ ถ้าหมายถึงเสื้อผ้า ทรงผม หรือท่าทางเท่ๆ บนหน้าปกนิตยสาร เขาบอกว่านั่นก็แค่เปลือก และคงเป็นเพราะคำพูดพวกนี้ล่ะมั้ง สำหรับเรา ติ๊กจึงเป็นพระเอกที่ไม่เหมือนใครเลยในวงการบันเทิง ที่กล้าบอกแบบนั้นเพราะยังไม่เคยเห็นพระเอกคนไหนอยู่กับธรรมชาติได้อย่างมีชีวิตชีวาเท่ากับเขา

หลายปีมานี้ติ๊กเล่าถึงเนื้อหาสาระของชีวิตและการเดินทางให้ฟังอยู่หลายครั้ง คราวนี้เราอยากจะชวนติ๊กออกมานั่งคุยกันนอกสถานที่ ถึงความเป็นไปในหลากเรื่องหลายราวของชีวิต ทั้งเรื่องลุยๆ ภายนอกบ้านในฐานะนักแสดงและคนของประชาชน ก่อนจะกลับคืนถึงเรื่องราวภายใน เกี่ยวกับตัวตน ต้นกำเนิด การเพาะบ่มจากครอบครัว พื้นที่ส่วนตัว เรื่อยไล่ถึงสาระของความเป็นพ่อ เป็นพี่ เป็นหัวหน้าครอบครัวที่ขับเคลื่อนไปพร้อมกับวิถีชีวิตนักเดินทางในวันนี้

- Advertisement -

เท่าที่รู้จัก ผมไม่ค่อยเห็นพระเอกคนไหนชอบเข้าป่า สนุกกับการเดินทางลำบากลำบนขนาดนี้มาก่อน คุณสนใจเรื่องพวกนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่
มันบอกไม่ถูกเหมือนกันนะครับ เราไม่ได้ไปบังคับตัวเองให้สนใจนะ แต่เราสนใจมันเองตามธรรมชาติ ก็เหมือนกับเด็กบางคนที่อาจจะชอบเครื่องบิน ชอบวาดภาพ ชอบถ่ายรูป แต่ผมเป็นคนชอบธรรมชาติ ชอบออกไปเดินเล่น เห็นต้นไม้ใบหญ้า ชอบอะไรที่เป็นกลางแจ้งน่ะครับ

ผมเติบโตมาในยุคที่ยังทันดูทีวีขาวดำ จากนั้นก็ค่อยๆ เห็นหน้าจอทีวีเริ่มมีสี แต่ยังต้องกดปุ่มป๊อกแป๊กที่เครื่อง จากนั้นก็เริ่มมีรีโมท โทรศัพท์มือถือยังไม่มี คนส่วนใหญ่ยังใช้โทรศัพท์บ้าน ใช้เพจเจอร์ติดต่อกัน แล้วก็เริ่มมีโทรศัพท์มือถือ จากจอขาวดำเป็นจอสี จนเปลี่ยนเป็นสมาร์ทโฟนแบบทุกวันนี้ ซึ่งผมทันเห็นมาทุกอย่างเลย ข้อดีที่ผมมองเห็นคือคนรุ่นผมยังมีโอกาสเริ่มต้นถ่ายรูปจากกล้องฟิล์มที่เป็นระบบแมนวล

ซึ่งผมว่ามันลึกซึ้งมากกว่าคนที่เริ่มต้นใช้กล้องในยุคดิจิตอล คือเราต้องศึกษาพื้นฐานว่าถ่ายรูปแสงแบบนี้ต้องเปิดหน้ากล้องเท่าไหร่ เอฟสต็อปหมายถึงอะไร สปีดชัตเตอร์หมายถึงอะไร ผมเรียนรู้ด้วยตัวเองมาตลอด เลยค่อนข้างเข้าใจในเรื่องการรอคอย การคาดเดา การมีความหวัง การจะใช้ชีวิตในแบบที่ไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีมากๆ ถามว่าตอนนี้ถ้าผมไม่ได้อยู่กับโทรศัพท์มือถือ ไม่ได้อยู่กับเทคโนโลยีจะอยู่ได้ไหม โอ้โห อยู่ได้สบายเลย เพราะผมเคยอยู่ในยุคแบบนั้นมาก่อน มันเหมือนว่าเรามีภูมิต้านทานเยอะในเรื่องการไม่พึ่งพาเทคโนโลยี

เราเคยคุยกันหลายครั้ง แต่ไม่เคยรู้เลยว่าคุณถูกเลี้ยงดู ปลูกฝังมายังไง คุณมีน้องชายสองคน สนิทกับน้องแค่ไหน หลายปีมานี้ทำงานร่วมกับน้องชายในรายการเนวิเกเตอร์มาตลอด ความสัมพันธ์เป็นยังไงบ้าง
ผมว่าถ้าเกิดน้องชายมันมาฟังเนี่ย เขาคงคิดในใจว่าผมเป็นพี่ชายที่เหมือนพ่อ (หัวเราะ) คือผมเนี่ยเป็น
พี่ชายคนโต ถูกปลูกฝังมาตลอดว่าเป็นพี่ชายต้องดูแลน้อง ต้องเสียสละ ต้องมีความรับผิดชอบ ต้องเป็นตัวอย่างที่ดี ตั้งแต่เด็กจะมีเรื่องพวกนี้เข้ามาเรื่อยๆ แล้วพ่อก็ทำเป็นตัวอย่างให้เราได้เห็น

พอดีว่าเราเองเป็นแบบนั้นได้ สำหรับน้องๆ ผมจะเป็นคนเข้มงวด และจะดูเครียดหน่อยเวลาทำงาน คือผมกับตั้น (พิเชษฐ์ไชย ผลดี) ห่างกันปีเดียว ความสัมพันธ์ของเราเลยเหมือนเพื่อนมากกว่า แต่ในความเป็นเพื่อน ผมก็ยังมีความ
เป็นพี่ของมันอีกที อย่างตอนนี้ตั้นทำงานกับผมในฐานะช่างภาพรายการ เนวิเกเตอร์ ส่วนผมเป็นผู้ดำเนินรายการ
ผมว่ามันดีอยู่อย่างนะ คือเวลาที่เราไม่พอใจหรือตั้นทำอะไรไม่ได้อย่างใจเนี่ย ผมดุด่าว่ากล่าวเขาได้ เพราะเราใช้ชีวิตด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก เลยไม่กลัวว่าจะมีความบาดหมางกัน ถ้าขืนไปด่าช่างภาพคนอื่นสิครับ เขาคงไม่อยากทำงานกับผมแล้ว (หัวเราะ)

มักจะเป็นคนคุ้นเคยหรือไม่ก็คนในครอบครัว คุณมองลักษณะการทำงานระหว่างคนในครอบครัวกับคนนอกครอบครัวยังไงบ้าง หรือมันเกี่ยวกับความไว้เนื้อเชื่อใจ…
คือผมอยากทำงานกับคนที่เข้าใจ ถึงแม้ว่าทีมงานของผมจะมีคนนอกบ้าง แต่เราก็สกรีนนะว่าต้องเป็นคนที่รู้จักมักคุ้น เข้าใจเราดี เพราะว่าเราอยากจะคุยกับคนที่คุยกันรู้เรื่อง ไม่ว่าจะด้วยเรื่องอะไรก็แล้วแต่ ผมอยากให้มองว่าคนทำงานคือคนที่ต้องร่วมงานกัน

ไม่อยากให้มองว่า โอ้โห มาทำงานกับติ๊ก เจษฎาภรณ์ เพราะอยากมาอยู่ใกล้ชิดกับติ๊ก หรืออยากจะเห็นว่าเวลาที่อยู่ในป่าแล้วติ๊กเป็นยังไง เขาจะต้องใช้ชีวิตแบบไหน จะอาบน้ำยังไง ซึ่งมันไม่ต้องไปมองตรงจุดนั้นหรอกครับ ผมคิดนะว่าเวลาที่ผมทำงาน มันคนละเรื่องกับการที่ผมออกจากบ้านไปเป็นนักแสดง อยู่ในกองถ่ายละคร ถ่ายหนัง หรือมาถ่ายแฟชั่น เวลาผมทำงาน ผมก็เป็นคนทำงานคนหนึ่ง ไม่ได้เป็นพระเอกแบบในจอเลย

คุณแบ่งยังไงว่าเวลาไหนควรเป็นส่วนตัว เป็นคนทำงาน เวลาไหนควรเป็นคนของประชาชน
มันต้องแบ่งนะครับ เวลาที่เราต้องออกไปพบปะผู้คน นั่นหมายถึงว่าเราต้องพร้อม ถ้าเกิดวันไหนผมไม่พร้อม ผมจะพยายามไม่ออกไปไหน เพราะความเข้าใจของคนแตกต่างกัน คำว่าไม่พร้อมคือยังไง เช่น เราอาจจะรู้สึกเหนื่อยมาก ง่วง หรือไม่มีอารมณ์ที่จะเอ็นเตอร์เทนใคร แต่เราดันออกไปข้างนอก แล้วพอมีคนเห็น ด้วยความรักและชื่นชมเขาก็อยากจะเข้ามาขอถ่ายรูป อยากทักทาย อยากเห็นเราร่าเริงสดใส แต่บางทีตอนนั้นเราอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคาดหวังไงครับ

ซึ่งก็ไม่รู้ว่าถ้าเจอแบบนั้นแล้วเขาจะยังชื่นชมเราหรือเปล่า เพราะคนมีหลายแบบ หลายมุมมอง ฉะนั้นถ้าเกิดว่าเราไม่พร้อม เราก็เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า เช่น เข้าป่าไปทำรายการ เนวิเกเตอร์ หรือพักผ่อนอยู่กับบ้าน อยู่กับครอบครัว ทำในสิ่งที่เรารู้สึกว่าทำได้ และไม่เดือดร้อนความรู้สึกของใคร

ยากไหมกว่าจะค้นพบว่าจะวางตัวยังไงให้เหมาะสมกับคนอย่างเรา
ประสบการณ์มันสะสม สั่งสอนเรามาน่ะครับ คือตั้งแต่เด็กผมก็เป็นคนที่ไม่ค่อยชอบสังคม พอยิ่งโตขึ้นผมยิ่งรู้ตัวเลยว่าไม่ได้เป็นคนที่ชอบสังคมอะไรมากมาย

ฝันที่เป็นจริง! ชมคลิป ‘ติ๊ก เจษฎาภรณ์’ เป็น ‘บอส วสิน’ ตามรอยละคร ‘เมีย 2018’ (ชมคลิป)

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here