สะบัดซีทรู-สะท้านพรมแดง! ครั้งแรกของ ‘ชมพู่ อารยา’ กับการเดินพรมแดง ในงาน 75th Venice International Film Festival

0
22

สะบัดซีทรู-สะท้านพรมแดง! ครั้งแรกของ ‘ชมพู่ อารยา’ กับการเดินพรมแดง ในงาน 75th Venice International Film Festival (ชมคลิปท้ายข่าว)

ครั้งแรกกับการเดินพรมแดงในงาน 75th Venice International Film Festival ชมพู่-อารยา ก็สามารถสร้างความประทับใจด้วยสไตล์อันไร้ที่ติของเธอ ทั้งการเลือกชุดกระโปรงผ้าลูกไม้สีดำสุดเย้ายวนจาก Ralph & Russo Haute Couture จับคู่กับนาฬิกา Jaeger-LeCoultre Rendez-Vous Tourbillon ที่ไม่เพียงแต่งดงามด้วยดีไซน์ แต่ยังทำงานด้วยกลไกชั้นสูงพร้อมคอมพลิเคชั่นทูร์บิญองอันแสดงออกถึงความเหนือชั้น และมากด้วยแนวคิดที่ซ่อนอยู่ คุณล่ะคะ? ให้เธอลุคนี้กี่คะแนนกันดี

เป็นเจ้าแม่งานเดินพรมแดงของเมืองไทยไปซะแล้ว สำหรับแฟชั่นนิสต้าของเมืองไทย “ชมพู่ อารยา” ที่เธอมักจะมีลุคสุดเก๋ บนพรมแดงงานระดับอินเตอร์มาให้ได้ติดตามกันตลอด ล่าสุด “ชมพู่” มีโอกาสได้ไปเดินพรมแดงในงานเทศกาลหนังที่เก่าแก่อย่าง เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิส ที่ประเทศอิตาลีเป็นครั้งแรก

งานนี้ “ชมพู่” ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ในชุดกระโปรงผ้าลูกไม้ซีทรูสีดำจาก Ralph & Russo Haute Couture สวยหรูดูแพง ออร่าเด้งไม่แพ้ซุป’ตาร์ระดับโลกคนอื่นๆ เรียกว่า ออร่าของ “แม่ชม” ไม่เคยลดดีกรีลงเลย แม้ว่าต้องง่วนกับการทำงานและเลี้ยงลูกแฝด แต่เธอก็ยังสวยสง่าไม่สร่าง สมเป็นตัวแม่แฟชั่นนิสต้าซะจริงๆ

นอกจากนี้ “ชมพู่” ยังได้ควงสามี “น็อต วิศรุต” พร้อมกระเตงลูกแฝด “สายฟ้า” กับ “พายุ” ลัดฟ้าไปเวนิสด้วย ทำให้ชาวเน็ตได้ส่องโมเมนต์หวานๆ ของทั้งคู่ ความงดงามของ Jaeger-LeCoultre Rendez-Vous Tourbillon นาฬิกาที่อารยาเลือกสวมใส่ในงานพรมแดงเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองเวนิส

ซึ่งถือเป็นการผสมผสานความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์นาฬิกาและจิวเวลรี่เข้าด้วยกัน ทั้งตัวเรือนผลิตจากไวท์โกลด์ ที่ไม่เพียงประดับด้วยเพชรรอบกรอบตัวเรือนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงด้านข้าง ขาตัวเรือน และเม็ดมะยม และยังมีคอมพลิเคชั่นทูร์บิญอง ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกาบนหน้าปัดสีมิดไนท์บูล ทำงานด้วยกลไกอัตโนมัติ Calibre 978 ที่มาคอมพลีตลุคพรมแดงครั้งแรกของเธอให้ออกมาสวยสง่า จนหลายสื่อต่างเฝ้าจับตา

“ชมพู่ อารยา” ก็ได้ออกมาเปิดใจให้ฟังว่า ตอนนี้เธอกำลังเตรียมแขวนเต้า เลิกปั๊มนมให้ลูกชายฝาแฝดทั้งสองคนแล้ว ซึ่งก็เป็นเวลา 1 ปีเต็มพอดี พร้อมยอมรับอยากจะมีลูกสาวอีกสักคน เนื่องจากตอนนี้ลืมความรู้สึกนั้นไปหมดแล้ว
ช่วงนี้มีเวลาสวีท น็อต บ้างไหม ?
“ทำไมเหรอ มีประเด็นอะไร”

ไม่ค่อยเห็นถ่ายรูปคู่กันเลย ?
“อ๋อ… เดี๋ยวถ่ายรูปคู่ให้ดู (ยิ้ม)”
มีโอกาสอยู่กันสองคนบ้างไหม ?
“ก็มีบ้าง พยายามหาเวลาไปทานข้าวด้วยกัน สัปดาห์หนึ่งก็ต้องหาเรื่องออกไปหน่อย กินซูชิ อยู่บนรถด้วยกันก็ได้คุย อัปเดตเรื่องครอบครัว เรื่องชีวิต”

หลังจากเป็นพ่อแม่แล้วต้องทุ่มเทเวลาให้ลูก ความหวานก็จะน้อยลง ?
“มันเป็นช่วงที่เราต้องทำความเข้าใจ ลูกก็เป็นความสุขอีกแบบหนึ่ง มันไม่ใช่เรื่องของตัวเราอีกต่อไปแล้ว สุขอีกแบบ”

แบ่งเวลาให้สามียังไง ?
“เขาก็เข้าใจนะ แต่ตอนนี้ยังไงลูกก็ต้องมาก่อน หลังจากนี้คงจะเข้าที่เข้าทางมากขึ้น เขาจะไม่ใช่ลูกอ่อนแล้ว เราก็จะหลุดพ้นจากวิถีแม่ลูกอ่อน การดูแลก็ต้องดูแลแหละ ภาระหน้าที่ของความเป็นแม่ก็ต้องอยู่กับเราตลอดชีวิต ชมคิดว่าน่าจะบริหารได้ดีขึ้น”

สามีช่วยเทคแคร์เรายังไง ?
“เขาก็ชวนทานข้าวด้วยกันตลอด แต่ว่าบางทีชมติดเอาลูกนอน ยิ่งปั๊มนมถี่ๆ ก็ไม่อยากไปไหน แต่ใกล้จะแขวนเต้าแล้ว (ยิ้ม) ก็คิดว่าน่าจะมีเวลาให้กันมากขึ้น”
สามีน้อยใจไหม ?
“ไม่หรอก เขาเข้าใจ เห็นเราทุ่มเทให้กับลูกก็ดีใจแหละ”

เหมือนน็อตก็งานเยอะ ไปต่างประเทศบ่อย ?
“ยิ่งมีลูกยิ่งมีแรงฮึดที่จะทำอะไร”

ใกล้จะแขวนเต้าเพราะเตรียมจะมีลูกสาวหรือเปล่า ?
“ก็อยากมีค่ะ อาจจะต้องพักหายใจก่อน อยากให้เขาโตประมาณหนึ่ง แต่ไม่ได้จะทิ้งห่างมาก มีเด็กอ่อน 2-3 คนพร้อมกันมันหนัก อยากจะให้สองคนนี้คุยกันรู้เรื่องก่อน”

ทำไมยอมใจอ่อน เพราะก่อนหน้านี้บอกอยากพักนาน ?
“ก็อีกพักหนึ่งกว่าสองคนนี้จะคุยกันภาษาคนรู้เรื่อง ตอนนี้ยังสื่อสารไม่ได้”

น็อตดีใจไหม เราพร้อมมีลูกอีก ?
“ก็ดีใจแหละ แต่คงทำใจว่าคงไม่ได้ปริมาณตามที่ต้องการที่เขาบอกอยากได้มาสร้างทีมฟุตบอล ยิ่งมีเด็กในบ้าน ยิ่งเลี้ยงก็รู้ว่ามันเป็นหน้าที่ใหญ่กว่าที่คิดไว้ แกเป็นนักบริหารคิดว่าทุกอย่างจะจัดการได้ แต่พอมาเลี้ยงลูกจริงๆ มันไม่ง่ายนะ การจะมีเยอะๆ เป็นงานหนักพอสมควร แกก็เริ่มรับได้แล้ว”

ท้องต่อไปเลือกเพศเลยไหม ?
“คงไม่ได้เลือก ได้อะไรก็คงตามนั้น แต่ใจที่คิดคือถ้าได้ผู้หญิงอีกคนก็คงดี”

ถ้าได้ผู้ชายอีกล่ะ จะท้องจนกว่าจะได้ผู้หญิงไหม ?
“ก็คงว่ากันต่อไป แต่คิดว่าคงอาจจะเข็ดไปเลยเพราะเป็นผู้ชาย 3 คน ยังไม่รู้ค่ะ เป็นเรื่องของอนาคต ณ เวลานั้นแล้วกัน ตอนที่ชมท้องแรกชมยังไม่คิดว่าชมอยากจะท้องอีกเลย แต่ตอนนี้เราลืมหมดแล้ว แล้วเราก็อยากจะมีอีก”

เห็นน้องแทะผลไม้ เป็นอย่างไรบ้างกับการเลี้ยงลูกตามวิถีแม่ชม ?
“อยากให้เขากินผักกินผลไม้เป็น ไม่อยากให้เป็นเด็กเลือกกิน กินยาก พอเริ่มจับอะไรได้ก็ให้เขาลองให้หมด เขาก็ค่อนข้างทานง่าย คืออายุแค่นี้เราก็รู้จักตัวเองแล้วว่าชอบอะไรไม่ชอบอะไร ถึงจะแฝดเขาก็จะชอบไม่เหมือนกัน แต่ชมก็พยายามให้เขากินทุกอย่าง”

คนเข้ามาคอมเมนต์ช่วยเลี้ยงอยู่ไหม ?
“ก็มีบ้างค่ะ มีทั้งมาเป็นคอมเมนต์แล้วก็มีกระทั้งฝากมาบอก ก็ขอบคุณค่ะที่เป็นห่วงแต่คอนเซ็ปต์ชมคือไม่อยากเอาความกลัวมาปิดกั้นลูก ชมอยากให้เขาอยู่ง่ายกินง่าย ทำได้ทุกอย่าง ลูกชมตอน 3 เดือน ก็ให้เล่นทรายแล้ว ตอนนั้นก็มีคนช่วยเลี้ยงเหมือนกัน เราก็ช่วยกันดู ไม่ใช่ว่าเอาข้าวโพดไปฝักหนึ่งแล้วก็ทิ้งเขา ปล่อยให้เขาเผชิญโลกกันเอง เราก็เฝ้ากันมีทั้งพี่เลี้ยง ทั้งเรา ทั้งยาย นางก็สนุกกันมาก นางชอบหลายอย่างค่ะ อย่างมะเฟืองมันก็ได้แต่แทะๆ เลียๆ แหละให้รับรู้รสชาติ คือฟันเขาก็มีอยู่ 2 ซี่ ก็ได้ประมาณหนึ่ง ได้สัมผัส เขาคันเหงือกไง”

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here