(คำ)คมกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว! ‘ตั้ม เดอะสตาร์’ เล่นนอกบท ทำ ‘แก้ม-กัน-โดม’ หลุดหัวเราะ ลืมบท จนต้องหยุดการถ่ายทำ

0
23

(คำ)คมกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว! ‘ตั้ม เดอะสตาร์’ เล่นนอกบท ทำ ‘แก้ม-กัน-โดม’ หลุดหัวเราะ ลืมบท จนต้องหยุดการถ่ายทำ (ชมคลิปท้ายข่าว)

รายการ #4โพดำ ในรูปแบบใหม่! ที่มาพร้อมกับ 4 พิธีกร กัน-นภัทร, แก้ม-วิชญาณี, โดม-จารุวัฒน์ และตั้ม-วราวุธ จัดเต็มทั้งร้อง เต้น เล่นละคร ให้ได้ชมกันแบบเต็มอิ่ม จุใจ ทุกวันพุธ เวลา 21:20 น. ทางช่องวัน31

4 โพดำ เป็นรายการโทรทัศน์คอมเมดี้วาไรตี้โชว์ประกอบร้องเพลงและละคร ดำเนินรายการโดยแชมป์รายการเดอะสตาร์ทั้งสี่คน นภัทร อินทร์ใจเอื้อ แชมป์รุ่น 6, วิชญาณี เปียกลิ่น แชมป์รุ่น 4, จารุวัฒน์ เชี่ยวอร่าม แชมป์รุ่น 8, วราวุธ โพธิ์ยิ้ม แชมป์รุ่น 9 ซึ่งแต่ละสัปดาห์จะมีแขกรับเชิญมาร่วมสร้างสีสัน รายการ 4 โพดำออกอากาศระหว่าง 4 กุมภาพันธ์ 2558 – ปัจจุบัน

ถึงแม้จะไม่ได้มีผลงานเพลงออกมาบ่อยเหมือนรุ่นพี่ในเวทีเดอะสตาร์ แต่ ตั้ม วราวุธ แชมป์เดอะสตาร์ซีซั่น 9 ก็เป็นศิลปิน นักแสดง และ พิธีกรคนหนึ่งที่มางานเข้ามาเยอะมาก จนทำให้หลายคนชื่นชอบความเป็นกันเอง และสนุกสนานกับเขา ก็มีโอกาสได้พูดคุยกับคุณตั้ม เรื่องผลงานใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อวงการเพลงและการทำงานด้านต่างๆในวงการบันเทิง

เพลง คือคำว่ารักเธอ ในเวอร์ชั่นของตั้ม มีเอกลักษณ์อย่างไร
ตั้ม วราวุธ : เพลงนี้เป็นเพลงจาก บางรักซอยเก้า เวอร์ชั่นแรกมาแล้ว เป็นเพลงที่มาจากเรื่องราวของชัดเจนและแป้ง ที่พูดถึงการที่คนสองคนในโลกที่กว้างใหญ่มาเจอกัน กับเรื่องราวในการจีบกัน แต่ในเพลงนี้มันเปลี่ยนไป เพราะเป็นเรื่องของรุ่นลูกชัดแจ้ง ก็เป็นเรื่องของคนที่มาเช่าบ้านอยู่ เหมือนในรุ่นพ่อกับแม่ เวอร์ชั่นนี้ก็จะมีความวัยรุ่นและสนุกขึ้นครับ

กลับมาคราวนี้ ตั้มได้เปลี่ยนเทคนิคการร้องบ้างไหม
ตั้ม วราวุธ :ไม่ได้เปลี่ยนเลยครับ แต่เราเอาบุคลิกความซนของตัวละครมาร้อง คือเราไม่ได้ร้องผ่านตัวเอง แต่ร้องผ่านเรื่องราวตัวละคร ที่เป็นวัยรุ่นอยู่บ้านเฉยๆ แล้วมีความรักเข้ามา พอได้เจอแล้วเราก็รู้สึกดี ที่ได้รู้จักคำว่ารัก

ความรัก ในมุมมองของตั้ม มีนิยามอย่างไร
ตั้ม วราวุธ : ความรักคือการมองคนคนหนึ่ง ในแง่ดีไปหมด มันทำให้เรามีกำลังใจ ความรักคือทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ ทุกอย่างดำเนินด้วยความรักหมด ที่เราทำงานทุกวันนี้เราต้องรักงาน รักตัวเอง รักครอบครัว เพื่อที่จะยอมลุกขึ้นมาทำ ถ้าคนไม่มีความรัก ก็ไม่รู้จะอยู่ไปทำไม เพราะที่เราลุกขึ้นมาทำอะไรทุกวันนี้ ก็เพราะเรารักตัวเอง และรักครอบครัวครับ

แล้วในตอนนี้ ตั้มมีคนพิเศษที่เรารักอยู่หรือเปล่า
ตั้ม วราวุธ : ความรักหนุ่มสาวของผม ตอนนี้ก็มีคนคุย เราเองก็ 23 แล้วเนอะ ก็ต้องมีคนคุยกิ๊กกั๊กบ้าง

แฟนคลับของตั้ม เขาถามหรืออยากรู้เรื่องความรักของตั้มบ้างไหม
ตั้ม วราวุธ : ผมว่าแฟนคลับผมเขาไม่ได้อยากรู้หรอกครับ คือแฟนคลับเขาติดตามผลงาน และบุคลิกของเราในฐานะนักร้องบ้าๆบอๆ แต่ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวเขาคงแยกแยะ เพราะเป็นเรื่องของคู่ชีวิต เรา ตัวเราคงไม่อยากให้คนอื่นมาร่วมเลือกกับเรา ในเรื่องความรักแฟนคลับน่าจะเข้าใจ ว่า เราอายุ 23 ปีแล้ว อย่างลูกหลานพวกเขาบางคนอายุ 18 ก็มีแฟนแล้ว ตอนนี้ผมอายุ 23 คงไม่แปลกที่จะคบหากับใคร มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเริ่มชีวิตกับใคร คือขอแค่ความรักพาเราไปในทางที่ดีก็พอแล้ว

นอกจากงานเพลงแล้ว ตั้มก็มีผลงานการแสดง และพิธีกร มีอะไรที่เราอยากทำอีกไหม
ตั้ม วราวุธ : อยากเป็นดีเจครับ ตอนแรกเราอยากเป็นดีเจเลย คือเป็นพิธีกรเราได้เกินฝันแล้ว ผมเป็นชอบพูดไร้สาระ แล้วชอบฟังเพลง อาชีพที่ตอบโจทย์ก็คือการเป็นดีเจ แต่การพิธีกรมันคือเกินฝันแล้ว เพราะเราคิดว่าตัวเองหน้าตาไม่ดี ไม่อยากออกกล้อง อยากพูดหลังไมค์มากกว่า คือไม่มีสายตาคนมาจับจ้อง ซึ่งทุกวันนี้เราก็ข้ามจุดนั้นมาแล้ว แต่ถ้าถามว่าอยากทำไหม ก็อยากทำ แต่ว่า มันไม่ค่อยมีคนที่เป็นพิธีกร แล้วกลับไปเป็นดีเจ คือยังคิดเลยว่า ถึงมันจะได้เงินน้อย แต่มันก็เป็นความสุข คือได้ฟังเพลง เราก็ชอบ ได้พูดคุย ไม่ต้องเอาหน้าตาไปให้ใครดู มันตอบโจทย์เรา ก็อยากกลับไปทำนะครับ

นอกจากผลงานที่ออกมาแล้ว ตั้มมีแพลนจะทำซิงเกิ้ลของเราเองบ้างหรือเปล่า
ตั้ม วราวุธ : ตอนนี้ไม่มีครับ เพราะงานเยอะ เข้ามาทุกทางมาก พิธีกร งานแสดง และคอนเสิร์ต แค่พิธีกรก็สองสามรายการแล้วครับ งานเพลงมันยาก ออกเพลงให้ดังมันยากจริงๆ ตอบโจทย์เป้าหมายก็ยาก ขนาดเพลงยุค 80s ยังกลับมาดังอีกครั้งเลย มันเดาทางยาก เราต้องดูว่าสไตล์เพลงที่ทำ ปล่อยมาคนจะฟังเหรอในตอนนี้ งานที่เราชอบมันอาจไม่ได้รับความนิยม คืออาจจะ ออกเพื่อเอาสนุกได้ แต่ค่ายอาจจะไม่เอากับเรา ตอนนี้เลยทำสิ่งที่ได้ดีกว่า คือถามนอยด์ไหมที่ไม่ได้ร้องเพลง ก็ไม่นะครับ เพราะชีวิตประจำวันอยู่ว่างๆเราก็ร้องเพลง ไปออกสี่โพดำ เราก็ได้ร้องเพลงครับ

ตั้มคิดว่า การทำเพลงให้ฮิตโดนใจคนฟังในยุคนี้ มันเป็นเรื่องยากไหม
ยากครับ บางทีเพลงใต้ดินมันก็ดังได้ ตัวเลือกเรามันหลากหลาย และยุคสมัยมันเปลี่ยน เพลงนี้ไม่ใช่ยุคเพลงอมตะ แบบเพลง พี่บอย โกสิยพงษ์ อย่างเพลง เจ้าหญิง หรือเพลง ก้อนหินละเมอ แต่ยุคนี้มันไม่ใช่แบบนั้น อยากเพลง คนทางนั้น นี่ปล่อยมาดังมาก แต่สักพักก็ลง คือมันพีคสุดและก็ค่อยๆลงไป ความเป็นอมตะไม่มี มันเป็นยุคที่ฉาบฉวย มันเป็นยุคของกระแส ต้องเปรี้ยงปร้างโดดขึ้นมาและดังไปเลย

ในตอนนี้ ตั้ม มีผลงานอะไรบ้างที่ปล่อยออกมา
ตั้ม วราวุธ : ตอนนี้มีรายการที่รอออนแอร์ หาคู่ Duet ที่หาศิลปินมาร้องเพลง เพื่ออกซิงเกิ้ลคู่กับศิลปินจริง ที่เป็นระดับเทพเลย ก็จะมี พี่ แก้ม วิชญาณี พี่ โรส ศิรินทิพย์ พี่ปาล์ม Instinct และ พี่อ๊อฟ ปองศักดิ์ คือเอ่ยชื่อมาทุกคนก็อยากร้องเพลงด้วย หรืออาจจะไม่อยากร้องเพราะกลัวก็มี คือแต่ละคนต้องหาลูกทีม เพื่อมาร้องเพลงด้วย คืออาจไม่ได้ร้องเพราะสุด หรือลีลาดีสุด แต่อาจจะเป็นคนที่เข้ากับศิลปินที่สุด ก็เป็นรายการที่น่าสนใจ

อีกรายการก็คือ กินเก๋าเกมส์ ที่ทำกับพี่นีโน่ เป็นรายการเกี่ยวกับอาหาร คือผมชอบทำอาหารและชอบกิน ก็ไปทำกับพี่นีโน่ เป็นรายการอาหารกึ่งเกมส์โชว์ ก็หาร้านอาหารที่เก๋าๆ มา อย่างร้านนี้ขายเนื้อจระเข้แล้วดูเก๋ามาก ในรายการก็จะเชิญกูรูร้านอาหาร หรือลูกเจ้าของร้าน ก็จะให้มาสู้กันเพื่อหาสุดยอด ฝีมือ เราก็จะตั้ง คำถามฮาๆ แบบ ตัวเดียวอันเดียวของจระเข้ราคาเท่าไหร่ คือใครจะไปรู้ ก็จะแข่งถามเพื่อหาคนได้ถ้วย แบบจะพูดว่านี่เป็นถ้วยทองคำสมเกียรติและยิ่งใหญ่มาก แต่จริงๆแล้วมันสนุกๆ เป็นการบลัฟ มากกว่า ว่าใครเก่งกว่ากัน แต่รายการจะมีจุดขายตรงความน่าตื่นตาของอาหารที่นำมา และ ความรู้ของกูรูในแต่ละเรื่อง

ตั้มคิดว่าอะไร คือสิ่งที่ทำให้แฟนคลับ ชื่นชอบในตัวเรา
ตั้ม วราวุธ : น่าจะเป็นความเป็นตัวของตัวเอง ผมเป็นคนสนุกๆคนนึง คือเขาอาจจะชอบมุมนี้ที่เราถ่ายทอดออกมา คิดว่าเขาน่าจะชอบตัวตน ชอบความสนุกสนานครับ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here