เปิดรายได้ ‘ฟ่าน ปิงปิง’ จากซุปตาร์แถวหน้าเอเชีย สู่ การถูกจับกุมในคดีเลี่ยงภาษี

0
155

เปิดรายได้ ‘ฟ่าน ปิงปิง’ จากซุปตาร์แถวหน้าเอเชีย สู่ การถูกจับกุมในคดีเลี่ยงภาษี


ใครจะเชื่อว่าการหายหน้าหายตาไปอย่างไร้ร่องรอยกว่า 3 เดือนของนักแสดงสาวชื่อดังชาวจีน “ฟ่าน ปิงปิง” (Fan Bingbing) จะกลายเป็นประเด็นฉาวสุดร้อนแรงในตอนนี้ กับการถูกจับกุมในคดีเลี่ยงภาษี และกำลังอยู่ในการคุมตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งก็ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าสรุปแล้วเวลานี้ ฟ่าน ปิงปิง อยู่ที่ไหน แต่เชื่อว่าหลายคนที่เห็นข่าวนี้ คงจะเกิดความสงสัยไม่น้อยว่าเธอมีรายได้เยอะขนาดไหนกัน ถึงต้องเลี่ยงภาษีแบบนี้

ก่อนที่ ฟ่าน ปิงปิง จะมีชื่อเสียงโด่งดังอย่างทุกวันนี้ รู้ไหมว่าเธอเคยเป็นเพียงนักแสดงตัวเล็ก ๆ มาก่อน ซึ่งหลายคนน่าจะจำได้ดีกับบทสาวใช้ในเรื่ององค์หญิงกำมะลอ ที่ออกอากาศในช่วงปี 2541-2542 แต่หลังจากนั้น เธอก็พยายามพัฒนาฝีมือจนได้รับโอกาสในวงการบันเทิงจีนมาเรื่อย ๆ และมีผลงานดังอย่างภาพยนตร์เรื่อง Cellphone ในปี 2546

จนที่สุดในปี 2556 เธอก็ได้โอกาสโชว์ฝีมือกับภาพยนตร์ฮอลลีวูดเรื่องแรกอย่าง Iron Man 3 และในปีถัดมาก็มีผลงานในฮอลลีวูดอีกอย่างเรื่อง X-Men : Days of Future Past ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้เธอดังเป็นพลุแตก จนติดอันดับนักแสดงตัวท็อปที่ทำเงินได้อย่างมหาศาล

รายได้จากงานแสดงของฟ่าน ปิงปิง อย่างที่เรารู้คือ ฟ่าน ปิงปิง มีงานแสดงมากมายทั้งในจีนเอง รวมถึงในฮอลลีวูดเธอก็มีงานเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย โดยก็มีการคาดการณ์ว่ารายได้จากงานแสดงของ ฟ่าน ปิงปิง น่าจะอยู่ที่ประมาณเรื่องละ 20-30 ล้านหยวน หรือประมาณ 95-140 ล้านบาทเลยทีเดียว ซึ่งในแต่ละปีเธอรับงานไม่ใช่น้อยเลย ก็ลองคิดเล่น ๆ ดูก็ได้ว่าเธอจะมีรายได้มากมายขนาดไหน

โดยเฉพาะเมื่อปี 2557 ที่เธอได้รับโอกาสแสดงภาพยนต์เรื่อง X-Men ทำให้ภายในปีเดียว ฟ่าน ปิงปิง กวาดรายได้ไปถึง 21 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 690 ล้านบาท ซึ่งมากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของนักแสดงหญิงที่ทำเงินได้สูงสุดของโลกในปีนั้น เป็นรองเพียง เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ สกาเล็ต โยแฮนสัน และเมลิสซา แมคคาร์ทรี เท่านั้น

อีกหนึ่งรายได้หลักของ ฟ่าน ปิงปิง มาจากการเป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้าแบรนด์ดังและการออกงานอีเว้นท์ต่าง ๆ ที่รวม ๆ แล้วน่าจะเป็นเงินจำนวนมหาศาลแน่นอน เพราะแต่ละแบรนด์ที่ดึงเธอไปร่วมงานด้วยนั้น ล้วนแต่เป็นแบรนด์ระดับโลกทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น Adidas, Chopard, Gucci, L’Oreal หรือ Louis Vuitton ที่ถือว่าเป็นชาวเอเชียคนแรกที่ได้ออกคอลเลคชั่นในปี 2562 ร่วมกัน

รวมถึงการโดดมารับงานพรีเซ็นเตอร์ในเมืองไทยให้กับกลุ่ม King Power ที่มีการทุ่มงบกว่า 2,500 ล้านบาท เพื่อปรับโฉมแบรนด์ใหม่ให้เป็นศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ระดับโลก แม้ว่าล่าสุดสัญญาระหว่าง ฟ่าน ปิงปิง กับ King Power จะสิ้นสุดลงแล้วก็ตาม

ด้วยลุคที่ถูกยกให้เป็นแฟชั่นไอคอนตัวท็อป นอกจากจะทำให้ ฟ่าน ปิงปิง กวาดพรีเซ็นเตอร์เตอร์สินค้าแฟชั่นชั้นนำไปมากมายแล้ว ในงานอีเว้นท์ระดับโลกเอง เราก็ยังได้เห็นเธอเฉิดฉายเดินบนพรมแดงกันจนชินตา ที่เรียกว่าปรากฎตัวในงานไหน ก็สามารถเรียกเสียงรัวชัตเตอร์ได้ตลอด โดยเฉพาะเทศกาลหนังเมืองคานส์ ที่เธอถือเป็นเจ้าประจำเรียกเสียงฮือฮาได้ทุกปี
เปิดธุรกิจสตูดิโอเป็นของตัวเอง

หลายคนอาจจะติดกับภาพนักแสดง หรือการเป็นแฟชั่นนิสต้าของฟ่าน ปิงปิง แต่อาจไม่รู้ว่าเธอยังมีความสามารถในการเป็นโปรดิวเซอร์และทำธุรกิจอีกด้วย กับการเปิดสตูดิโอผ่านบริษัทที่ชื่อว่า “Fan BingBing Studio” ที่ก่อตั้งในปี 2550 ซึ่งเพียงปีแรกเธอก็รับงานเข้าบริษัทเป็นจำนวนมาก จากการผลิตภาพยนต์เข้าฉายในจีนมากถึง 8 เรื่องในปีเดียว

หลังจากนั้น Fan BingBing Studio ก็มีงานออกมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นรายการโทรทัศน์ ซีรีส์ และภาพยนตร์ โดยมีผลงานสร้างชื่อในปี 2557 อย่างซีรีย์ย้อนยุคเรื่อง The Empress Of China หรือ บูเช็คเทียน นั่นเอง

ขึ้นแท่นเศรษฐี นักแสดงจีนที่มีรายได้สูงสุด ชื่อเสียงอันโด่งดังและการทำงานอย่างหนักของ ฟ่าน ปิงปิง นำมาด้วยรายได้มหาศาล จนทำให้เธอถูกยกให้เป็นนักแสดงชาวจีนที่มีรายได้สูงสุดเป็นอันดับ 1 จากนิตรสารฟอร์บส์ (Forbes) ในปี 2554 ซึ่งในปีนั้น ฟ่าน ปิงปิง ทำเงินไปกว่า 110 ล้านหยวน หรือราว 525 ล้านบาท

ที่สำคัญคือเธอครองตำแหน่งนักแสดงจีนที่ทำรายได้มากที่สุดติดต่อกันถึง 4 ปีซ้อน และล่าสุดในปี 2561 ฟ่าน ปิงปิง ก็มีรายได้พุ่งไปถึง 300 ล้านหยวน หรือราว 1,400 ล้านบาท ถ้าคิดเป็นรายได้ต่อเดือนก็เรียกได้ว่ามากกว่าเดือนละ 100 ล้านบาทเลยทีเดียว สูงกว่านักแสดงทุกคนในจีน

โดนจับคดีเลี่ยงภาษี เป็นเรื่องปกติที่เมื่อมีรายได้สูง ภาษีก็ต้องสูงตาม ยิ่งในจีนด้วยแล้วที่ต้องบอกว่าอัตราภาษีโหดเอาเรื่องเหมือนกัน ซึ่งมีการกำหนดภาษีแบบขั้นบันไดตั้งแต่ 3-45% ตามรายได้ โดยถ้าใครมีรายได้เกินกว่าเดือนละ 80,000 หยวน (380,000 บาท) ก็จะต้องเสียภาษีถึง 45% หรือเกือบครึ่งหนึ่งของรายได้ที่หาได้กันเลย

นั่นก็แปลว่าการที่ ฟ่าน ปิงปิง มีรายได้ถึงปีละ 300 ล้านหยวน (1,400 ล้านบาท) ทำให้เธอต้องจ่ายภาษีทั้งหมด 135 ล้านหยวน หรือกว่า 645 ล้านบาท ซึ่งไม่ใช่เงินจำนวนน้อย ๆ เลยนะ และนี่อาจเป็นสาเหตุให้เธอเลือกที่จะทำผิด โดยการเลี่ยงภาษี ด้วยการทำ “สัญญาหยิน-หยาง” คือ การเซ็นต์สัญญา 2 ฉบับ สัญญาแรกระบุค่าตัวที่จะได้รับจริง ๆ ส่วนอีกฉบับจะระบุค่าตัวที่น้อยกว่า เพื่อนำไปใช้แสดงต่อทางการจีนในการยื่นภาษีนั่นเอง

โดยเรื่องนี้ถูกเปิดโปงจาก ชุย หย่งหยวน พิธีกรฝีปากกล้าของจีน ผ่านเว็บไซต์ WEIBO ซึ่งมีภาพสัญญาฉบับหนึ่งที่อ้างว่าเป็นของฟ่าน ปิงปิง กับบริษัทผู้จ้างที่มี 2 ฉบับ ซึ่งฉบับแรกระบุไว้ว่ามีมูลค่า 10 ล้านหยวน (48 ล้านบาท) และอีกฉบับระบุไว้ที่ 50 ล้านหยวน (240 ล้านบาท) จนเกิดเป็นคดีสุดฉาวในตอนนี้ และอาจนำไปสู่การปูพรมตรวจสอบวงการบันเทิงจีนครั้งใหญ่ จากการที่มีนักแสดงกว่า 200 คนที่กำลังถูกจับตามองอยู่เช่นกัน

นอกจากนี้ มีหลายฝ่ายให้ความเห็นว่าคดีเลี่ยงภาษีอาจเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น เพราะ ฟ่าน ปิงปิง อาจมีความผิดในเรื่องทุจริตเรื่องอื่น ๆ ด้วย เช่น การปั่นหุ้น หรือฟอกเงิน สุดท้ายนี้คงต้องติดตามกันว่าอนาคตของซูเปอร์สตาร์สาวชื่อดังชาวจีนคนนี้จะเป็นอย่างไร บทลงโทษจะร้ายแรงขนาดไหน แล้วเธอจะยังมีโอกาสกลับมาโลดแล่นในวงการบันเทิงได้อีกครั้งหรือไม่

- Advertisement -

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here