คุ้มค่ากับการรอคอย! ‘ดีเจเก่ง เกียร์อาร์’ เผยภาพ ได้ใบขับขี่ตลอดชีพคืน

0
20

คุ้มค่ากับการรอคอย! ‘ดีเจเก่ง เกียร์อาร์’ เผยภาพ ได้ใบขับขี่ตลอดชีพคืน


เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ภัทรศักดิ์ เทียมประเสริฐ อายุ 37 ปี หรือ ดีเจเก่ง เจ้าของฉายา “เก่ง เกียร์อาร์” จากเหตุการณ์ถอยรถกระบะชนรถยนต์เก๋งโตโยต้า ยาริส สีแดงจนเสียหาย เมื่อช่วงปี2559 จนตกเป็นข่าวดัง

ล่าสุด ดีเจเก่งได่โพสต์ภาพผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวขณะถือใบขับขี่ตลอดชีพไว้ในมือ พร้อมระบุข้อความว่า “คุ้มค่ากับการรอคอย 2ปี8เดือน ใครดีกับเราๆก็จำ ใครเลวกับเรา รอดูผลกรรมมันครับ”

ดีเจเก่งเคยให้สัมภาษณ์กับโพสต์ทูเดย์ว่า หลังเกิดเหตุรถชน เขาก็ได้ตัดสินใจอุปสมบทเป็นเวลานานครึ่งเดือน เขาเผยว่าระหว่างนั้นได้รับการสั่งสอนขัดเกลาจิตใจทำให้รู้สึกปลงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่รู้สึกโกรธและแค้นแม้แต่นิดเดียว

เก่งเล่าว่า ผ่านเหตุการณ์ช่วงเลวร้ายมาได้เพราะครอบครัวเพื่อนฝูงที่คอยให้กำลังใจมาตลอด รวมทั้งสังคมที่ให้อภัยและให้โอกาสได้กลับไปทำงานที่เขารัก
“ทุกวันนี้เวลามีคนมาคุย ขอถ่ายรูป ผมพูดเลยว่า คุณไปบอกเพื่อนพี่น้องคุณเลยว่า อย่าใจร้อน ไม่งั้นเดี๋ยวเป็นเหมือนดีเจเก่ง ให้ชีวิตผมเป็นอุทาหรณ์ ผมกลับตัวแล้ว เป็นคนใหม่ ทำแต่สิ่งดีๆ”ดีเจเก่งเผยกับโพสต์ทูเดย์

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นปี 2559 คนไทยทั้งประเทศยังคงจำกันได้กับชายที่ชื่อ ดีเจเก่ง-ภัทรศักดิ์ เทียมประเสริฐ อดีตดีเจคลื่นวิทยุชื่อดัง ผู้ก่อเหตุถอยรถกระบะชนคู่กรณีหลังกระทบกระทั่งกัน เนื่องจากขับรถเบียดกันไปเบียดกันมาบริเวณถนนมิตรไมตรี เขตดินแดง กทม.

ดีเจเก่ง ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุผลที่โพสต์ว่า ตนและครอบครัวได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก จากการ รายงานข่าวของ สรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรรายการข่าวชื่อดัง พร้อมระบุว่าถูก สรยุทธ ขยี้และเรียกว่า “มัน”ทุกคำ ขณะที่ทีมงานเรื่องเล่าเช้านี้ได้ชี้แจงว่าหลังจากการตรวจเช็คเทปรายการแล้วไม่พบว่า สรยุทธ เคยเรียกดีเจเก่งว่า “มัน” แต่อย่างใด

นำมาสู่กระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ที่พุ่งตรงไปยังเฟซบุ๊กของดีเจเก่ง และถูกกดรายงานจนเฟซบุ๊กใช้การไม่ได้ ทว่า ดีเจเก่ง ยังยืนยันว่าเขาได้ยินกับหูว่า สรยุทธ เคยเรียกเขาว่า “มัน”จริงๆ

หากย้อนกลับไปดูข้อกล่าวหาและ คำพิพากษาศาลชั้นต้นของคดีดีเจเก่ง ก็จะพบว่า ดีเจเก่ง ถูกอัยการฝ่ายคดีศาลแขวง (พระนครเหนือ) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง 3 ฐานความผิด อาทิ คือ ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น , ทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายทางร่างกายและจิตใจ และทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือตกใจ ซึ่งช่วงแรก2857 ชั้นสอบคำให้การ จำเลย ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่เวลาต่อมาได้ขอกลับให้การ รับสารภาพ ตามฟ้อง

ต่อมาศาลมีคำสั่งพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 7 เดือน แต่ด้วยให้การรับสารภาพ จึงลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือ 3 เดือน 15 วัน พร้อมกับสั่งให้เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ตลอดชีวิต ริบรถกระบะคันก่อเหตุ และสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหาย 170,000 บาท และค่าเสียเวลาวันละ 250 บาท รวม 45 วัน แก่คู่กรณี ก่อนที่ดีเจเก่งจะยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด 15,000 บาท ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์คดีต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here