ศิษย์เก่า-จวกไม่เหมาะสมอย่างแรง!! ‘ม.ธรรมศาสตร์’ จับนักศึกษาชาย-หญิง ถ่ายรูป ‘เผยเนิน-อกโปรโมตคัดตัวลีด’ ลงเฟซบุ๊ก

0
128

ศิษย์เก่า-จวกไม่เหมาะสมอย่างแรง!! ม.ธรรมศาสตร์ จับนักศึกษาชาย-หญิง ถ่ายรูปเผยเนินอกโปรโมตลงเฟซบุ๊ก

ชาวโซเชียล-ศิษย์เก่า จวกไม่เหมาะสมอย่างแรง !! โปสเตอร์การคัดตัวเชียร์ลีดเดอร์ ม.ธรรมศาสตร์ จับนักศึกษาชาย-หญิง ถ่ายรูปเผยเนินอกโปรโมตลงเฟซบุ๊ก

กลายเป็นประเด็นดราม่าซะแล้ว กับภาพโปสเตอร์โปรโมตกิจกรรมคัดตัวเชียร์ลีดเดอร์ รุ่น 73 แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หลังมีการโพสต์ภาพของเหล่าตัวแทนนักศึกษาทั้งชายและหญิง ผ่านทางเฟซบุ๊ก TU Cheerleader FC ซึ่งเป็นรูปถ่ายที่แสดงออกมาลักษณะคล้ายกับว่าไม่ได้สวมเสื้อด้านบน

- Advertisement -

(ชมคลิป)

ทั้งนี้ เมื่อภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก ซึ่งส่วนใหญ่มองว่าเป็นการกระทำที่ไม่ค่อยจะเหมาะสมนัก กับสถานภาพที่ยังเป็นนักศึกษา

และก็มีบางส่วนที่ออกมาแสดงความเห็นทำนองว่าสิ่งที่นักศึกษาจะสื่อออกมา ให้มองเป็นศิลปะ และตอนถ่ายรูปนักศึกษาหญิงคงมีการเซฟ ด้วยการใส่เกาะอก

โดยชาวเน็ตมีการวิพากษ์วิจารณ์ไปเป็น 2 ทาง โดยส่วนหนึ่งมองว่าไม่เหมาะสม เพราะทุกคนยังเป็นนักศึกษา ไม่น่ามาถ่ายแบบในลักษณะนี้ แต่อีกทางหนึ่ง โลกโซเชียลก็มองว่าเป็นงานศิลปะ และเชื่อว่าต้องมีการเซฟนักศึกษาหญิงด้วยการใส่เกาะอกในการถ่ายภาพอยู่แล้ว

ย้อนฟังอดีตเชียร์ลีดเดอร์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เชียร์ลีดเดอร์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือ ผู้นำเชียร์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นตัวแทนนักศึกษาของมหาวิทยาลัยสำหรับทำหน้านำกองเชียร์ร้องเพลงส่งเสียงเชียร์ ประกอบรหัสสัญญาณ การเคลื่อนไหวร่างกาย หรืออุปกรณ์ เพื่อความพร้อมเพรียง มีพลัง ความสวยงาม และความสนุกสนานของการเชียร์และแปรอักษรโดยเฉพาะงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์

ยุคแรก
แต่เดิมนักศึกษาที่ทำหน้าที่นำร้องเพลงเชียร์ มักจะเป็นประธานชมรมเชียร์ หรือ ตัวแทนนักศึกษาชายในชมรมฯ ที่มีความสามารถในเชิงวาทศิลป์ สามารถโน้มนำให้กองเชียร์เกิดความสนุกสนานและมีความสามัคคีในการร้องตะโกน ร้องเพลง เชียร์ โดยแต่ละคนจะมีท่าทางและประจำเพลงและการแต่งกายประจำตัวที่คิดขึ้น และขึ้นนำเชียร์เพียงคนเดียวต่อมาหลังจากเริ่มมีการคิดประดิษฐ์การแปรอักษรขึ้นการจัดกลุ่มของกองเชียร์ก็เปลี่ยนไป

เนื่องจากต้องการความเป็นระเบียบเรียบร้อย สำหรับการแปรภาพ หรือ ตัวอักษรที่สวยงาม ประกอบกับกองเชียร์เริ่มมีจำนวนมาก ทำให้การนำร้องเพลงเชียร์กับกองเชียร์ขนาดใหญ่เป็นไปได้ยากมากขึ้น จนเริ่มมีการพัฒนาการนำเชียร์ให้เหมาะสมโดยเพิ่มจำนวนผู้นำเชียร์จากการนำเดี่ยวเป็นการนำเป็นกลุ่ม โดยมีการเพิ่มจำนวนผู้นำเชียร์ขึ้น แสดงท่าทางเหมือนกันในแต่ละเพลง และเพิ่มผู้นำเชียร์หญิงเข้ามาในกลุ่มด้วย

เริ่มเป็นกลุ่มชัดเจน
การนำเชียร์เป็นกลุ่มเริ่มพัฒนาอย่างจริงจังประมาณปี พ.ศ. 2525 โดยเริ่มจากกลุ่มตัวแทนและนิสิตนักศึกษาจากจุฬาฯ และธรรมศาสตร์ร่วมกันคิดค้นท่าทางสำหรับการนำเชียร์เพลงประจำสถาบันยูงทอง และ มหาจุฬาลงกรณ์ของทั้งสองมหาวิทยาลัยร่วมกัน โดยใช้ท่าทางที่มีความหมายตรงกับเนื้อหาของเพลงทั้งสอง เช่น ท่าตึกโดม ท่าพระเกี้ยว ท่าธรรมจักร รวมถึงท่าทางพื้นฐานอื่น ๆ

โดยทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีแนวคิดและต้นแบบแรงบันดาลใจจาก ผู้ควบคุมวงดนตรีหรือ วาทยากร ที่ทำหน้าที่นำการเล่นดนตรีวงใหญ่ หรือ การร้องประสานเสียง เนื่องจากผู้นำเชียร์นั้นนอกจากจะมีท่วงท่าสง่างาม ยังมีรหัสสัญญาณมือที่สื่อความหมายสามารถประยุกต์ใช้กับการร้องเพลงเป็นหมู่คณะของกองเชียร์ ส่วนทางทีมนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะใช้ต้นแบบของการเต้นบัลเลต์ โขน และลีลาศ ในการนำเชียร์ประกอบเพลงสถาบันซึ่งเหมาะสมกับท่วงทำนองที่ไพเราะของเพลงสถาบันของจุฬาฯ

ท่าทางที่สื่อความหมาย
ท่าทางการนำเชียร์ของธรรมศาสตร์จนปัจจุบันได้มีการพัฒนาขึ้นอย่างเป็นมาตรฐาน มีระเบียบวิธีปฏิบัติที่ชัดเจน เน้นความแข็งแรงชัดเจนจนเป็นเอกลัษณ์ของเชียร์ลีดเดอร์ธรรมศาสตร์ ซึ่งมีผลต่อการร้องเพลงเชียร์ของกองเชียร์ หรืออาจกล่าวได้ว่า เชียร์ลีดเดอร์นั้นร้องเพลงออกมาเป็นท่า คือต้องมีท่าทางที่สวยงามตรงความหมายอันไพเราะของเพลง มีพลังในการแสดงท่าทางเหมือนเสียงที่กองเชียร์ต้องเปล่งออกมาดังและกังวาน และมีความพร้อมเพรียงเหมือนกับกองเชียร์ที่ต้องร้องเพลงพร้อมเพรียงกัน

การแต่งกาย
สำหรับการแต่งกายของเชียร์ลีดเดอร์ทั้งสองสถาบันก็เริ่มพัฒนาจากเดิมที่มีการแต่งการสร้างสีสันการนำเชียร์หน้าอัฒจันทร์ของประธานเชียร์ หรือ ผู้นำร้องเพลง โดยกลุ่มผู้นำเชียร์จะแต่งกายเป็นกลุ่ม เหมือนกัน โดยเน้นความทะมัดทะแมงโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางกลุ่มผู้นำเชียร์ของธรรมศาสตร์ จะมีการแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์ คือนอกเหนือจากจะใช้สี หรือสัญลักษณ์ประจำสถาบันที่โดดเด่น ยังมักแฝงแนวคิดที่สอดคล้องกับแนวคิดหลักการการจัดงาน การเชียร์ หรือ ในปีนั้น ๆ ส่วนทางจุฬาฯ มักจะเน้นการแต่งกายที่อ่อนหวาน โก้หรู โดยใช้สีชมพู หรือขาวสอดคล้องกับประเพณีการเชียร์และเพลงสถาบันเช่นกัน

ปัจจุบันเชียร์ลีดเดอร์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยังคงรูปแบบหลักของท่าทางการนำเชียร์ไว้กว่ายี่สิบปี โดยพัฒนาเพิ่มเติมสีสัน เนื้อหา ความหมายของท่าทางการเชียร์ และมีการประยุกต์เทคนิคการเชียร์รูปแบบอื่น ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง เช่นปีพ.ศ. 2538 เคยประยุกต์การเชียร์แบบปอมปอม ใช้อุปกรณ์ประกอบ และ การแต่งตัวแบบกองทัพเชียร์ญี่ปุ่น หรือ โอเอ็นดัน เข้ามาเพื่อเพิ่มสีสันให้กับการเชียร์ หรือมีการใช้การแปรขบวนของกองดุริยางค์ ในการแปรรูปท่าทาง และตำแหน่งการยืนนำจังหวะตั้งแต่ช่วง พ.ศ. 2530 เป็นต้นมา หรืออย่างในยุคปัจจุบันจะมีการประยุกต์ท่าทางการนำเชียร์สำหรับนำกองเชียร์ร้องเพลงอื่น ๆ เช่นเพลงพระราชนิพนธ์ หรือเพลงสนุกสนานอื่น

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here