ดราม่า-อวดรถหรู! ‘เอ ไชยา’ ถูกวิจารณ์ เหตุเปย์ลูกมากเกินไป

0
112

ดราม่า-อวดรถหรู! ‘เอ ไชยา’ ถูกวิจารณ์ เหตุเปย์ลูกมากเกินไป


วันที่ 10 ก.ย. ที่ ช่อง 7 เอ ไชยา มิตรชัย พระเอกลิเกชื่อดัง พร้อมลูกสาวคนสวย แป้ง พรภัสร์ชนก แต่งองค์ทรงเครื่องชุดลิเกสวยงาม มาร่วมพิธีบวงสรวงละคร “จันทร์กระจ่างที่กลางทุ่ง” จากนั้นได้ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องรับงานละครเรื่องเดียวกับ น้องแป้ง ลูกสาว เป็นครั้งแรก กับบทบาทลิเก และต้องเล่นเป็นพ่อลูกกันด้วย

โดย ‘เอ’ เผยว่า “มาแพ็กคู่ เป็นละครเรื่องแรกที่ได้เล่นคู่กันพ่อกับลูก จริงๆ แล้วผมไม่ได้รับละครนานมาก ด้วยเวลา เขาโทรติดต่อมาคิดว่าเป็นลูกสาวคนเดียว เพราะเขาติดต่อแป้งไว้นานแล้ว ว่าเดี๋ยวจะเอาแป้งมาเล่นละคร ไม่ได้บอกว่าเป็นลิเกด้วยครับ เนื้อเรื่องเป็นอย่างไรก็ยังไม่ได้บอก ไม่รู้เป็นกุศโลบายหรือเปล่านะ เอาลูกมาล่อก่อนพ่อก็เลยต้องตามมา

“แต่ต้องขอบพระคุณอย่างสูงเลยที่ให้ผมได้กลับคืนมาในคราบของลิเกอีกครั้ง เพราะอย่างที่เห็นพาร์ตของผม เป็นพาร์ตของลิเก อาจจะไม่ได้แสดงทั้งเรื่อง แต่ว่าก็เล่นเป็นพ่อโดยตรง ฉะนั้นน้องแป้งก็เล่นเป็นลูกสาว เรื่องนี้ก็เป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมลิเกเอาไว้ หลายๆ คนอาจจะไม่คุ้นหน้าผมแล้วกับการแต่งลิเก ออกรายการทีวีก็ไม่แต่งลิเก เพราะแต่งองค์ทรงเครื่องมันยากจริงๆ ก็เลยรับเล่น เพื่อจะได้ให้เด็กรุ่นหลังๆ เขาได้ซึมซับไปบ้าง ถึงมันไม่มากมีไม่กี่ฉาก อย่างน้อยๆ ก็มีกลิ่นอายของความเป็นลิเก”

แป้ง : “ได้ร่วมงานกับคุณพ่อก็ดีใจมาก ชีวิตนี้ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้มาเล่นละครกับคุณพ่อ แถมในเรื่องก็ได้เล่นเป็นพ่อลูกกันอีก รู้สึกดีใจจัง ถึงแม้ในเรื่องเราจะไม่ได้เจอกัน เพราะในเรื่องเราอาจจะยังเด็กอยู่ แต่ก็ดีใจที่ได้ร่วมงานกับพ่อนะ ถามว่าเกร็งมั้ย ถ้าเล่นกับคนอื่นจะไม่เกร็ง แต่ถ้าเล่นกับพ่อยิ่งเป็นลิเกด้วย เกร็งมาก กลัวค่ะ”

เอ : “เขากลัวขึ้นเวที กลัวหลายๆ สิ่ง หลายๆ อย่าง เพราะเขาเห็นการทำงานของพ่อ และของอาเขาก็คือ แอน มิตรชัย เขาจะกลัวมากกับการเล่นลิเก ก็บอกอย่ากลัวลูก เรามีดีอยู่ข้างในเพราะฉะนั้นค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป ไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิด เรื่องสอนลิเกเราก็สอนให้กัน จริงๆ เขาเรียนเป็นเรื่องเป็นราวนะ เรื่องลิเกคงจะไม่เหนือบ่ากว่าแรง แต่ลิเกในละครมันซ้อนกันอยู่ ต้องแยกให้ออกด้วย ถ้าเขาถ่ายฉากลิเกเราคือนางเอกลิเก แต่ฉากใช้ชีวิตประจำวันก็เหมือนกับที่หนูอยู่กับพ่อ แล้วคาแร็กเตอร์ใกล้เคียงมาก”

เรื่องนี้รับหน้าที่เป็นแอ็กติ้งโค้ชให้ลูกสาวเลยไหม?
เอ : “เป็นบ้างครับ จะบอกเขาเกี่ยวกับการทำความเข้าใจในบท ช่วยกัน เขาจะมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายละครอยู่แล้วครับ ขออนุญาตทีมงานแล้ว เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร ช่วยกันติวไปเดี๋ยวไปหน้างานเขาต้องการอะไรมากน้อย หรือขาดอะไรเขาจะได้ไปเติมได้ ก็เลยบอกเขาว่าสิ่งที่หนูต้องทำมากในตอนนี้ คือการดูบทไป ทำความเข้าใจอยู่กับบททุกคำพูด ตรงนั้นเป็นสิ่งสำคัญในการเล่นละครครับ”

เป็นป๋าดันลูกสาวให้เป็นนักแสดงเต็มตัว?
เอ : “ไม่ถึงขนาดนั้น จริงๆ แล้วผมเกรงใจผู้ใหญ่นะ ก่อนเรื่อง จันทร์กระจ่างที่กลางทุ่ง จะออนแอร์ เรื่อง ชะชะช่าท้ารัก จะออกก่อน อันนั้นอีกคาแร็กเตอร์นึงฝากไว้เลยก็แล้วกัน เขาเล่นเป็นนางร้ายในเรื่องนั้น”

แป้ง : “หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่าเราจะร้ายได้เหรอ มันก็นิดนึงนะ(หัวเราะ) เรื่องนี้ก็เป็นงานแสดง เรื่องที่สอง แต่มันอาจจะกดดันตรงที่มีลิเกเข้ามา หนูคิดว่ายากอยู่แล้ว เล่นควบคู่กับละครด้วยก็ยิ่งยากไปอีก จะให้พ่อช่วยสอนให้”

เอ : “เรื่องลิเกไม่ได้สอนแค่ลูกสาวนะ พระเอก บอส-ชนกันต์ ผมก็สอน ต้องทำความคุ้นเคยให้เขาไปเวทีลิเก ได้ไปอยู่ไปคลุกคลี ให้เขาได้ซึมซับจริงๆ ว่าครอบครัวลิเกเป็นยังไง ซึ่งจริงๆ เนื้อเรื่องนี้มันใกล้เคียงชีวิตของลิเกจริงๆ เลยนะ เหมือนตอนแรกที่พี่ไม่ได้เปิดตัวน้องแป้ง ต้องอยู่กันอีกอย่าง เวลาขึ้นเวทีก็ต้องเป็นอีกอย่างนึง มันคือนักแสดงจริงๆ ครับ ก็จะยากสำหรับคนที่ไม่มีพื้นฐานลิเก ส่วนลูกสาวโชคดีที่จับเขาขึ้นเวทีมาบ้างแล้ว”

เราอยากให้ลูกเก่งทุกด้าน?
เอ : “ทุกด้านครับ ผมไม่ได้สอนแต่น้องแป้งนะ เดี๋ยวจะคิดว่าเป็นพ่อลูกกัน ดันแต่ลูกหรือเปล่า ไม่ใช่เลย บอกบอสเราเป็นลิเกนะ เล่นบนเวทีเราสอนศาสตร์ของลิเกให้หมดเลย สอนในระยะสั้น บอกบอสต้องทำให้ได้นะลูก พยายามที่จะถ่ายทอดวิชาให้กับเขา มันเป็นช่วงสั้นๆ ก็จริง ถ้าเขาให้ละครเรื่องใหม่มา เขาให้หนูไปเป็นลิเกอีก หนูจะเล่นอย่างไร มันมีคุณค่านะครับ ทุกแขนงวิชาชีพมีคุณค่าหมด ไม่ใช่แต่ลิเก”

ในการเลือกรับงานของลูก เราช่วยดูอย่างไรบ้าง?
เอ : “ก็ในเรื่องของบทครับ ก็จะเอามาดู มีอีกช่องนึงติดต่อมา บทจะโตเป็นสาวหน่อย ต้องมีฉากเลิฟซีน เราบอกยังก่อน เพราะน้องยังเด็กมาก และยังใหม่มากจริงๆ อย่างไปถ่ายละครอีกกองนึงเขาจะคุ้นและสนิทง่าย เพราะกองนั้นจะเฮฮา พอมากองที่เป็นดราม่าจะอีกอย่างนึง เราก็สอนงานลูกไปในตัว ”

ล่าสุดซื้อรถ BMW ป้ายแดงให้ลูกสาว?
แป้ง : “รถพ่อค่ะ พ่อบอกเขาไปด้วยนะ ว่ารถของพ่อสกีนคนขึ้นนะคะ(หัวเราะ) อย่างหนูถ้าแต่งตัวใส่รองเท้ามีขี้ดินขี้โคลน พ่อจะบอก ลูกไม่ต้องไป ของกินก็ต้องสกีน อะไรมีกลิ่นห้ามทั้งสิ้น หนูโดนดุมาแล้วค่ะ ทาครีมก็ไม่ให้เอาแขนเท้า หนูก็เลยอยู่บ้านไม่ไปดีกว่า(หัวเราะ)”

เอ : “จริงๆจะซื้อให้เขา แล้วเขาไม่เอา ขอบใจมากจริงๆ นะ เขาเป็นเด็กที่รู้ว่า พอแค่นี้ เขายังไม่จำเป็นจะต้องใช้มากมาย อาจจะขับไปกองละครบ้าง เลยไปได้คันสีเหลืองมา ที่เห็นจากคลิปวีดีโอในไอจี ก็เป็นของน้องแป้งไป เราบอกว่าถ้าไม่เอาคันนี้ พ่อเอานะ เพราะพ่อก็จำเป็นต้องใช้ ก็เลยซื้อออกมา ซื้อรถกี่คันๆ ไม่เคยได้เลือกเองเลย แค่ระบุสีไปเท่านั้น ไม่มีเวลาไปดูของจริง ”

แป้ง : “หนูมีความรู้สึกว่ายังขับรถไม่แข็ง ไม่ควรจะได้รถราคาแพงมาก แล้วพ่ออยากได้รถมาก พ่อก็เอาไปเถอะ(ยิ้ม)”

กลัวจะมีดราม่าว่าซื้อรถให้ลูกเพื่ออวดหรือเปล่า?
เอ : “จริงๆ แล้วไม่ต้องอวดหรอก เพราะหลายๆคนคงจะทราบดี หน้าที่การงานของเราทำงานมา รถก็ไม่ได้แพงอะไรมากมายเลย ถ้าพูดจริงๆ อันนี้ที่เราซื้อ พี่ไม่ดูที่ราคา พี่ดูที่ความจำเป็นที่เราจะต้องใช้งาน ขอบอกหน่อยนะครับ ที่ต้องถ่ายรูปว่าซื้อรถ มันมีกระแสแบบนี้ พี่ก็กลัว เพราะพี่ไม่มีบันทึกความทรงจำไว้เลย ขอโทษนะ รถเบนซ์ที่เพิ่งขายไป พี่ไม่มีเคยมีรูปคู่กันไว้เลย

“ฉะนั้นพอเขาจากเราไปแล้ว เราเสียดายมาก ล่าสุดไปดูคลิปคุณเอกกี้เขาเพิ่งขายรถ เอกกี้โบกมือส่งรถตัวเอง พี่ร้องไห้เลยนะ เข้าใจในความรู้สึก จริงๆ พี่อยากถ่ายเก็บเอาไว้ เราโพสต์ลงอย่าไปคิดอะไรมากมาย ไม่ได้ตั้งใจที่จะอวด เราอิ่มกับชีวิตไปแล้วครับ เราทำงานมันก็คือของขวัญจริงๆ ที่อยากได้ ก็แล้วแต่มุมมองของคน ไปห้ามไม่ได้ นานาจิตตังครับ”
ชมคลิปสัมภาษณ์

- Advertisement -

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here