ถูกลักพาตัวเรียกค่าไถ่! “นักข่าว” เล่าประสบการณ์ชีวิต บังคับเป็นทาส 15 เดือน

0
111

ถูกลักพาตัวเรียกค่าไถ่! “นักข่าว” เล่าประสบการณ์ชีวิต บังคับเป็นทาส 15 เดือน(ชมคลิปท้ายข่าว)

วันที่ 8 สิงหาคม 2561 เว็บไซต์เดลี่เมล เผยรายงานว่า อะแมนด้า ลินด์เฮาต์ นักข่าวสาวชาวแคนาดา ได้ออกมาเปิดเผยประสบการณ์ราวตกนรก หลังจากเมื่อปี 2551 เธอ พร้อมด้วย นิเกล เบรนแนน ช่างภาพหนุ่มชาวออสเตรเลีย ที่เป็นแฟนของเธอในขณะนั้น ได้เดินทางไปทำงานยังเมืองโมกาดิชู เมืองหลวงของโซมาเลีย ที่ขณะนั้นสถานการณ์ไม่สงบและพร้อมที่จะเกิดสงครามได้ทุกเมื่อ

จนกระทั่งในวันที่ 23 สิงหาคม ปีเดียวกันนั้น หลังจากเธอเดินทางไปที่ประเทศนั้นได้เพียง 3 วัน เธอและแฟนหนุ่ม ถูกแก๊งคนร้ายลักพาตัวไปเรียกค่าไถ่ เป็นเงินคนละ 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 50 ล้านบาท

อะแมนด้า เล่าว่า หลังจากถูกจับตัวไป เธอและมิเกล ถูกพาย้ายที่ไปหลาย ๆ บ้าน และถูกบังคับให้เปลี่ยนเป็นศาสนาอิสลาม ทั้งสองจึงยอมแต่โดยดีเพราะคิดว่ามันจะช่วยให้แก๊งที่จับตัวพวกเธอ ปฏิบัติกับเธอดีขึ้น แต่ก็ไม่ใช่เลย

กลางดึกคืนหนึ่ง หลังจากถูกจับตัวไป 4 เดือน อะแมนด้า ถูกกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธบังคับให้ขึ้นไปนั่งบนรถ แล้วขับพาไปยังกลางทะเลทราย จากนั้นก็พาตัวเธอไปใต้ต้นไม้ ดึงหัวของเธอและใช้มีดจ่อที่คอ จากนั้นมีคนหนึ่งในแก๊ง บอกกับเธอว่า จะให้เวลาเธอ 30 วินาที คุยโทรศัพท์กับแม่ให้นำเงินค่าไถ่มาให้ภายใน 7 วัน ไม่เช่นนั้นจะตัดคอเธอทิ้ง

หลังจากถูกจับตัวไปได้ 5 เดือน อะแมนด้าและมิเกล พยายามที่จะหนีออกมาจากขุมนรกแห่งนั้น ทั้งคู่พยายามเจาะอิฐกำแพงแล้วกระโดดหนีออกมาจากหน้าต่าง ก่อนจะไปหลบยังสุเหร่าที่มีคนแออัด แต่แก๊งคนร้ายก็ล่าตัวจนพบพวกเธอ

อะแมนด้า เล่าว่า ในตอนนั้นมีผู้หญิงคนหนึ่งสวมชุดคลุมและผ้าฮิญาบปิดทั้งตัว เข้ามาช่วยกอดเธอเอาไว้และเรียกเธอว่า น้องสาว พร้อมทั้งเจรจาให้แก๊งคนร้ายปล่อยพวกเธอไป แต่ไม่สำเร็จ แก๊งคนร้ายจับข้อเท้าเธอลากออกไปอย่างไร้ซึ่งความปรานี และจับมิเกลออกมาด้วย จากนั้นเธอก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัดจากในสุเหร่า และเธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับหญิงใจดีคนนั้นเลย

หลังจากถูกจับตัวกลับมาอีกครั้งเธอและมิเกลถูกลงโทษที่หลบหนีออกไป เธอถูกจับขังในห้องมืด โดยที่ไม่สามารถหลบหนีออกมาได้อีก เธอถูกทำร้ายร่างกายทารุณกรรมสารพัด ปล่อยให้อดอาหาร นอกจากนี้เธอยังถูกล่วงละเมิดทางเพศ เธอถูกข่มขืนเป็นประจำ ซ้ำแล้วซ้ำอีกจนไม่สามารถนับครั้งได้ มันบ้าคลั่งและรุนแรงหนักขึ้นกว่าที่เคยถูกกระทำมาก่อนหน้านี้

อะแมนด้า เล่าว่า เธอได้รับความเจ็บปวดทรมานทั้งกายและใจอย่างที่สุดจนไม่อยากจะมีลมหายใจอยู่ต่อไป เธอพยายามใช้ใบมีดโกนเล็ก ๆ ปลิดชีพตัวเอง ในเดือนที่ 13 ที่เธอถูกกักขัง

ทว่าเธอเปลี่ยนใจขึ้นมาในเสี้ยววินาที หลังจากตะวันสาดส่องในยามเช้า ได้เห็นนกบินมา เธอเชื่อว่ามันคือสัญญาณบางอย่างที่บอกให้เธอต้องมีชีวิตอยู่ต่อ ให้เธอมีความหวังว่าจะต้องได้รับอิสระอีกครั้ง และจะได้เห็นหน้าครอบครัวอีกอย่างแน่นอน

กระทั่งในปี 2552 เธอได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระ ภายหลังจากทางครอบครัวหาเงินค่าไถ่แลกตัวเธอและมิเกลออกมาได้สำเร็จ และได้กลับบ้านไปหาครอบครัวที่ประเทศแคนาดา

ผ่านไปหลายปีหลังจากนั้น ในเดือนมิถุนายน 2558 ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแคนาดาได้ล่อให้ อาลี โอมาร์ เอเดอร์ ชายผู้ต้องสงสัยที่อยู่เบื้องหลังแก๊งลักพาตัวเรียกค่าไถ่ดังกล่าว เดินทางจากโซมาเลียมายังประเทศแคนาดา ก่อนจะทำการเข้าจับกุม ภายหลังจากผ่านขั้นตอนการพิจารณาคดี ในที่สุดเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2561 ศาลได้ตัดสินโทษจำคุก 15 ปี

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here