ศาลนัดสืบพยาน-ปีหน้า! ‘เปรมชัย’ บอกเหนื่อย 4 คดีต้องมาศาลบ่อย มั่นใจ! ธุรกิจก็ไม่มีปัญหากระทบอะไร

0
153

ศาลนัดสืบพยาน-ปีหน้า! ‘เปรมชัย’ บอกเหนื่อย ต้องมาศาลบ่อย มั่นใจ! ธุรกิจก็ไม่มีปัญหากระทบอะไร

ศาลนัดสืบพยานโจทก์ปากแรก คดี เปรมชัย ครอบครองอาวุธปืน 9 ก.ค. 62 เจ้าตัวเผยเหนื่อยขึ้น ต้องมาศาลบ่อย ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการตรวจหลักฐานแล้ว ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายเปรมชัย ถึงการถูกดำเนินคดีขณะนี้รวม 4 คดีแล้ว มีปัญหากระทบการดำเนินธุรกิจหรือไม่

ภาพ/PPTV

ซึ่ง นายเปรมชัย กล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า

ธุรกิจก็ไม่มีปัญหากระทบอะไร จะมีก็แค่ตนเหนื่อยขึ้นที่ต้องมาศาลบ่อยเท่านั้น

- Advertisement -

วันที่ 6 สิงหาคม 2561 ศาลอาญา รัชดาฯ ได้นัดตรวจพยานหลักฐาน ในคดีที่อัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายเปรมชัย กรรณสูต ในความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจพบปืน 5 กระบอก จากทั้งหมด 43 กระบอก ซึ่งตรวจพบจากการบุกค้นบ้านนายเปรมชัยที่ ซ.ศูนย์วิจัย 3 ว่าเป็นปืนที่ไม่มีใบอนุญาตครอบครอง

จากการพบศาลในวันนี้ ได้ข้อสรุปว่ายังจำเป็นต้องสืบพยานอีกทั้งหมด 25 ปาก เป็นพยานฝ่ายโจทก์ (อัยการ) 15 ปาก และพยานจากฝ่ายจำเลยอีก 10 ปาก โดยนัดสืบพยานฝ่ายโจทก์ ในวันที่ 9, 10, 11, 12 และ 18 กรกฎาคม 2562 ส่วนพยานฝ่ายจำเลยจะนัดสืบพยานในวันที่ 19 และ 23 กรกฎาคม 2562

ภาพ/PPTV

โดยอาวุธปืนของกลางในคดีนี้ทั้งหมด 5 กระบอก จาก 43 กระบอก ที่ตำรวจตรวจยึดได้ในบ้านพักซอยศูนย์วิจัย 3 เมื่อวันที่ 7ก.พ.61 ซึ่งพบว่าเป็นปืนที่ไม่มีใบอนุญาตครอบครอง และเป็นปืนที่ดัดแปลงความยาวปากกระบอก นายทะเบียนไม่สามารถออกให้ได้ ซึ่งนายเปรมชัย ได้ให้การปฏิเสธในชั้นศาล

โดยในวันนี้ศาลได้นัดคู่ความทั้งสองฝ่ายตรวจเอกสารหลักฐานใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง จึงได้ข้อสรุปว่าจะนัดสืบพยานทั้งหมด 25 ปาก แบ่งเป็นฝ่ายโจทก์คือ อัยการ 15 ปาก ประกอบด้วย 3 กลุ่มคือ ตำรวจและเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานผู้ตรวจอาวุธปืนของกลางทั้งหมด , นักวิชาการและที่ปรึกษาโบราณคดีกรมศิลปากร ผู้ให้ข้อมูลด้านวิชาการเกี่ยวกับอาวุธปืนคาบศิลา และเจ้าหน้าที่ตรวจสอบทะเบียนราษฎร

ขณะที่ฝ่ายจำเลยคือ นายเปรมชัย ขอนำพยานขึ้นเบิกความ 10 ปาก ในการต่อสู้คดี โดยศาลได้เริ่มนัดสืบพยานฝ่ายโจทก์ครั้งแรกในวันที่ 9 ก.ค.62โดยหลังกระบวนการนัดตรวจพยานหลักฐานของศาลเสร็จสิ้น นายเปรมชัย ก็ได้เดินทางกลับโดยทันที และไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ ตอบเพียงสั้นๆว่า มั่นใจในพยานหลักฐาน

(ฟังคลิป – นายเปรมชัย กล่าว)

181 วัน คดีเสือดำ ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร และเปรมชัย
ย้อนกลับไปยังคดีฆ่าเสือดำ ที่ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อเช้าวันอังคารที่ 6 ก.พ.61 เกิดเรื่องสลดใจ เมื่อภาพของ นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย จำกัด (มหาชน) และพวกรวม 4 คน ที่ได้เข้าไปล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ถูกเผยแพร่ออกมาสู่สาธารณะ พร้อมซากของสัตว์ป่าหายาก อาทิ เสือดำ ไก่ฟ้าหลังเทา และเก้ง จนเกิดเป็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่อง “คดีเสือดำ” นิวมีเดีย พีพีทีวีจะพาทุกท่านย้อนดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนถึงปัจจุบันอีกครั้ง

ภาพ/PPTV

7 ก.พ. 2561 พนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่วิทยาการเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ภ.จ.กาญจนบุรี เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร และสื่อมวลชน ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุและเก็บหลักฐานตามจุดที่นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกได้ร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับนายเปรมชัย กรรณสูต รวมทั้งเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานและเจ้าหน้าที่กรมอุทยานสัตว์ป่าฯ เข้าตรวจค้นบ้านพักของนายเปรมชัยที่ซอยศูนย์วิจัย 3 กรุงเทพฯ ตามหมายค้นศาลอาญา เลขที่ 49/2561 ตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมายภายในบ้าน ตรวจพบอาวุธปืน 43 กระบอก และงาช้าง 4 กิ่ง แต่ไม่พบตัวนายเปรมชัย

8 ก.พ. 2561 หน่วยงานนิติวิทยาศาสตร์ กรมอุทยานฯ รับชิ้นเนื้อสัตว์ป่าในที่เกิดเหตุมาตรวจสอบดีเอ็นเอ ว่าเป็นของสัตว์ชนิดใด
ภาพ/PPTV

9 – 28 ก.พ. 2561 ตรวจหาหลักฐานในที่เกิดเหตุ นำโดยพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ และชุดพญาเสือ ขณะเดียวกันกองนิติวิทยาศาสตร์ กรมอุทยานแห่งชาติ เริ่มตรวจหาดีเอ็นเอ จากชิ้นเนื้อ พบเนื้อทั้งหมดเป็นเสือดำตัวเดียวกันและเป็นเสือดำตัวเมีย อีกยังพบร่องรอยกระสุนบนหนังเสือดำและกะโหลกเสือดำซึ่งพบร่องรอยกระสุน 8 รู ในระหว่างนั้นมีการตั้งข้อหาทารุณกรรมสัตว์เพิ่มอีกหนึ่งข้อหา แต่ได้หลุดไปเนื่องจากพิจารณานิยามคำว่า “สัตว์” พบว่าไม่เข้าตามคำนิยามของตามพ.ร.บ.การทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 โดยสัตว์ป่าที่อยู่ในป่ามีพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ใช้บังคับอยู่แล้ว

2 มี.ค. 2561 นายเปรมชัย และพวกอีก 3 คน เดินทางมาให้ปากคำครั้งแรกที่ สภ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ก่อนถึงกำหนดหมายเรียกวันที่ 5 มี.ค. 2561 เนื่องจากตัวนายเปรมชัย และลูกน้องอีก 3 คน ได้เลื่อนนัดรายงานตัวมาแล้วถึง 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 ก.พ. และครั้งที่ 2 คือวันที่ 22 ก.พ. ถือเป็นการขัดหมายเรียกระหว่างได้รับประกันตัว ซึ่งหากนายเปรมชัยไม่มาตามหมายเรียกในวันที่ 5 มี.ค. นี้ พนักงานสอบสวนจะทำหนังสือถึงศาลจังหวัดทองผาภูมิ เพื่อขอถอนประกันต่อไป

ภาพ/PPTV

3 มี.ค. 2561 ตำรวจ สรุปสำนวนส่งให้อัยการภาค 7 มีความเห็นสั่งฟ้องนายเปรมชัย กรรณสูตร และพวกรวม 4 คน ใน 9 ข้อหา ตามคดีหมายเลขดำที่ ฝ.34/2561 ดังต่อไปนี้

1.ความผิดฐานร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2.ฐานร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง 3.ฐานร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครอง 4.ฐานร่วมกันพยายามล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า5.ฐานร่วมกันช่วยซ่อนเร้นหรือรับไว้ซึ่งซากสัตว์ป่า 6.ฐานร่วมกันนำเครื่องมือสำหรับการล่าสัตว์เข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 7.ฐานร่วมกันเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต 8.ฐานร่วมกันเก็บของป่าในเขตป่าสงวน 9.ฐานความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน

อัยการภาค 7 พิจารณาสำนวนคดีนายเปรมชัยและพวก มีการขอให้เพิ่มเติมรายละเอียดสำนวนให้พนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิทำการสอบสวนเพิ่มเติมใน 3 ประเด็น อาทิ พฤติการณ์ รายงานการตรวจบางฉบับที่พนักงานสอบสวนยังไม่ได้ส่งเข้ามา พร้อมเรียกนายเปรมชัยและพวก รวมถึงนายวิเชียรผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษมาสอบปากคำเพิ่มเติม

ภาพ/PPTV

30 เม.ย. 2561 อัยการภาค 7 ได้แถลงผลการพิจารณาคดี นายเปรมชัย กรรณสูต กับพวก รวม 4 คน ตามคำชี้ขาดอัยการสูงสุด ประกอบด้วยสั่งฟ้อง นายเปรมชัย กรรณสูต ผู้ต้องหาที่ 1 จำนวน 6 ข้อหานายยงค์ โดดเครือ ผู้ต้องหาที่ 2 จำนวน 7 ข้อหา นางนที เรียมแสน ผู้ต้องหาที่ 3 จำนวน 5 ข้อหา และนายธานี ทุมมาศ ผู้ต้องหาที่ 4 จำนวน 8 ข้อหา

ครั้งนี้ อัยการภาค 7 ได้เพิ่มค่าเสียหายทางอาญา จากเดิมที่ให้ผู้ต้องหาทั้ง 4 ชดใช้ จำนวน 462,000 บาท เพิ่มเป็น 3,012,000 บาท

2 พ.ค. 2561 นายเปรมชัย พร้อมพวก เดินทางไปรายงานตัวต่อศาลจังหวัดทองผาภูมิ ตามกำหนดฝากขังผลัดที่ 7 (ครั้งสุดท้าย) จำเลยทั้ง 4 คน ได้เข้ารับฟังการพิจารณาคดีภายในห้องพิจารณาคดี 1 ทางศาลได้สอบคำให้การ โดยอ่านและอธิบายฟ้องให้จำเลยทั้ง 4 คนฟังว่าจะรับสารภาพหรือปฏิเสธ หากรับสารภาพศาลก็จะสามารถดำเนินการตัดสินคดี จำเลยทั้ง 4 คน ได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และจำเลยทั้ง 4 คน ไม่ได้มีการแต่งตั้งทนายความ ศาลจึงได้นัดจำเลยทั้ง 4 คน เดินทางมาฟังการแถลงคดีอีกครั้งในวันที่ 21 พฤษภาคม 2561

21 พ.ค. 2561 นายเปรมชัย กรรณสูต และพวก จำเลย ที่ 1 – 4 พร้อมด้วยนายวิฑูรย์ พรายแย้ม ทนายความ เดินทางมาที่ศาลจังหวัดทองผาภูมิ ตามหมายนัดสืบพยาน สอบคำให้การ และตรวจพยานเอกสาร แต่ทนายความของจำเลยที่ 2 และ 4 ไม่ได้เดินทางมาด้วย เนื่องจากติดว่าความคดีอื่น จำเลยจึงขอเลื่อนเวลาออกไป ซึ่งศาลได้นัดตรวจพยานออกไปเป็นวันที่ 6 มิถุนายน 2561 เวลา 09.00 น.

ภาพ/PPTV

6 มิ.ย. 2561 นายเปรมชัย กรรณสูต พร้อมพวก 4 คน เดินทางถึงศาลจังหวัดทองผาภูมิ เพื่อตรวจพยานหลักฐาน แต่ทนายความของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ได้ยื่นคำร้องโดยอ้างว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ถูกฟ้องในคดีอาญา ทุจริตประพฤติมิชอบภาค 7 (ร่วมกันติดสินบนเจ้าพนักงาน) ซึ่งได้แถลงว่าคดีนี้น่าจะเกี่ยวพันกับคดีดังกล่าว จึงขอให้ศาลส่งคดีนี้ไปให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าคดีนี้อยู่ในอำนาจศาลดังกล่าวหรือไม่ ศาลจังหวัดทองผาภูมิได้ส่งคดีนี้ไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยก่อน จึงให้เลื่อนนัดพร้อมไปเป็นวันที่ 27 สิงหาคม 2561 ซึ่งจะนัดโจทก์และจำเลยมาพร้อมกัน เพื่อรอฟังผลวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์อีกครั้งหนึ่ง

ภาพ/PPTV

นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวลอปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมนายวิฑูรย์ พรายแย้ม ทนายความ เดินทางมาที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เพื่อนัดพร้อมคดีที่อัยการภาค 7 เป็นโจทก์ ฟ้องนายเปรมชัย ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน ตามพ.ร.บ.อาวุธปืน พ.ศ.2490 โดยอาวุธปืนของกลางในคดีนี้ มีทั้งหมด 5 กระบอก จาก 43 กระบอก ที่ตำรวจตรวจยึดได้ในบ้านพัก ซอยศูนย์วิจัย 3 เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ซึ่งพบว่า เป็นปืนที่ไม่มีใบอนุญาตครอบครอง และปืนที่ดัดแปลงความยาวปากกระบอก ทำให้นายทะเบียนไม่สามารถออกให้ได้

ถ้านับตั้งแต่วันที่มีการเผยแพร่ภาพนายเปรมชัยและพวกสู่สาธารณะชน คดีนี้เดินทางมาอย่างยาวนานถึง 181 วันหรือกว่า 6 เดือนแล้ว แต่คดียังไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุด ต้องติดตามกันต่อไปว่าบทสรุปของมหากาพย์ “เสือดำ” นี้จะจบลงที่ตรงไหน และหนึ่งในปัจจัยที่จะทำให้คดีไม่เงียบ ก็คือ “เสียง” ของประชาชนทุกคนที่ต้องเปล่งร้องออกไปแทนเหล่าสัตว์ป่าซึ่งไม่อาจพูดได้ เพื่อทวงถามความยุติธรรมให้กับ “เสือดำ”

ข่าวโดย: PPTV
ข้อมูลบางส่วนจาก: มูลนิธิสืบ นาคะเสถียร

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here