แฮ็กหลุด 3,000 บัญชี! กสิกรประกาศพร้อมรับผิดชอบ ติดต่อ K-Biz Contact Center 02-8888822 ให้ความช่วยเหลือ 24 ชม.

0
1176

แฮ็กหลุด 3,000 บัญชี! แบงก์กสิกรประกาศพร้อมรับผิดชอบ ติดต่อ K-Biz Contact Center 02-8888822 ให้ความช่วยเหลือ 24 ชม.

โดยเมื่อวานนี้ (5 สิงหาคม) เวลา 12:53 น. KBank Live ได้แจ้งว่า ขณะนี้มีผู้ทำธุรกรรมผ่านช่องทาง K PLUS เป็นจำนวนมาก จึงทำให้บางรายการอาจใช้เวลานานกว่าปกติ ธนาคารจะเร่งดำเนินการแก้ไขให้กลับมาใช้งานเป็นปกติได้โดยเร็วค่ะ ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ

ด้านเพจ KBank Live ออกเตือน เพื่อความปลอดภัยต่อบัญชีของลูกค้าและเพื่อให้สามารถใช้งาน K PLUS ได้อย่างเต็มรูปแบบมากยิ่งขึ้น ธนาคารแนะนำให้ใช้อุปกรณ์หรือโทรศัพท์มือถือรุ่นที่รองรับ iOS 9.0 หรือ Android 5.0 ขึ้นไปและไม่ผ่านการ Jailbreak / Root

ซึ่งในเวลาต่อมา ด้านเพจ KBank Live ได้แจ้งอีกครั้ง “ขณะนี้ ท่านสามารถทำรายการได้ตามปกติธนาคารขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ค่ะ”

- Advertisement -

จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา ธนาคารกสิกรถูกแฮ็ก ฉกข้อมูล 3,000 ลูกค้า สั่งเพิ่มระบบป้องกันเข้มขึ้น

เมื่อวันที่ 31 พ.ค. นายพิพิธ เอนกนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา ธนาคารพบว่ามีข้อมูลรายชื่อลูกค้าองค์กรของธนาคารประมาณ 3,000 ราย ที่ใช้เว็บที่ให้บริการหนังสือค้ำประกัน อาจหลุดออกไปภายนอก ซึ่งเมื่อธนาคารทราบเรื่องได้ดำเนินการปิดช่องโหว่ทันที และได้เพิ่มระดับการเฝ้าระวังและป้องกันให้มากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดข้อมูลรั่วไหลอีก สำหรับข้อมูลที่อาจจะหลุดไปเป็นข้อมูลสาธารณะทั่วไปเฉพาะของลูกค้าที่ใช้บริการหนังสือค้ำประกันผ่านช่องทางเว็บเท่านั้น อาทิ ชื่อบริษัท หมายเลขโทรศัพท์ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับข้อมูลสำคัญด้านธุรกรรมหรือการเงินของลูกค้า จึงไม่น่าจะนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงโจรกรรมได้

นายพิพิธ กล่าวอีกว่า

จากการตรวจสอบยังไม่พบว่าเกิดความเสียหายกับลูกค้ารายใด จากนี้ธนาคารจะยังเฝ้าระวังความผิดปกติของบัญชีลูกค้าอย่างต่อเนื่อง สำหรับสาเหตุเบื้องต้นน่าจะเกิดจากกลุ่มแฮกเกอร์ที่มีความพยายามที่จะเจาะเข้าระบบของหน่วยงานต่างๆ มาตลอด สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ ธนาคารฯ ได้รายงานให้ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับทราบแล้ว ทั้งนี้ ธนาคารมีแผนที่จะแจ้งให้ลูกค้าธนาคารที่ได้รับผลกระทบทราบเป็นรายองค์กร หากลูกค้าตรวจพบความผิดปกติของธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง ธนาคารพร้อมรับผิดชอบและให้ความช่วยเหลือ โดยลูกค้าสามารถติดต่อมายัง K-Biz Contact Center 02-8888822 ตลอด 24 ชั่วโมง

ด้านนายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า
สมาคมธนาคารไทยให้ความสำคัญกับเรื่องการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้าและระบบสารสนเทศของธนาคารมาตลอด โดยตั้งแต่ปี 2560 ที่ผ่านมา สมาคมได้มีการจัดตั้ง ศูนย์ประสานงานความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศภาคการธนาคารหรือ TB CERT (Thailand Banking Sector Computer Emergency Response Team) ซึ่งเป็นความร่วมมือของธนาคารสมาชิกในการตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินทางเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยจะมีการแลกเปลี่ยนขอ้มูล ข่าวสาร ความรู้ แนวปฏิบัติที่ดีระหว่างธนาคารสมาชิก

ทั้งนี้ ตามที่มีข่าวว่ามีข้อมูลของลูกค้าของบางธนาคารรั่วไหลออกไปภายนอก สมาคมธนาคารไทยได้ติดตามกรณีนี้อย่างใกล้ชิด และมีการประสานงานกับธนาคารสมาชิก โดยในเบื้องต้น ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลของเหตการณ์นี้ในระหว่างธนาคารสมาชิก และให้ธนาคารต่างๆ ทำการตรวจสอบและปรับปรุงระบบเพื่อป้องกันปัญหา และในลำดับต่อไปจะร่วมมือกับธนาคารสมาชิกในการยกระดับการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและระบบสารสนเทศ หรือที่เรียกว่าการยกระดับความปลอดภัยทางไซเบอร์ ตามนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจว่าระบบของธนาคารต่างๆ มีความมั่นคงปลอดภัย รวมทั้งจะมีการให้ความรู้แก่ลูกค้าและประชาชน ในการดูแลรักษาข้อมูลและการใช้อุปกรณ์ดิจิทัล หรือ Digital Literacy ด้วย

ขณะที่นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบระบบ IT เป็นประจำ ทำให้ธนาคารพบว่า ในช่วงก่อนวันหยุดยาวต่อเนื่องปลายเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา ข้อมูลเบื้องต้นของลูกค้าที่ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลคำขอสินเชื่อพื้นฐานลูกค้ารายย่อยที่สมัครสินเชื่อผ่านช่องทางออนไลน์ ถูกแฮกด้วยเทคนิคชั้นสูงจากระบบของธนาคาร ซึ่งผลจากการตรวจพบควบคู่กับมาตรการการเฝ้าระวังป้องกันข้อมูลลูกค้าอย่างทันท่วงที ทำให้ธนาคารสามารถหยุดการรั่วไหลของข้อมูลได้ในวงจำกัด และไม่มีความเสียหายทางการเงินแต่อย่างใด

จากการตรวจสอบพบว่า ข้อมูลของลูกค้าที่ถูกแฮกส่วนใหญ่เป็นข้อมูลคำขอสินเชื่อลูกค้ารายย่อยที่สมัครสินเชื่อที่อยู่อาศัย สมัครสินเชื่อกรุงไทย Supper Easy ผ่านทางช่องออนไลน์ รวมทั้งสิ้น 1.2 แสนราย โดยในจำนวนนี้เป็นนิติบุคคลประมาณ 3 พันราย ซึ่งธนาคารขอยืนยันว่าไม่พบความเสียหายทางการเงินใดๆในบัญชีของลูกค้ากลุ่มดังกล่าว ทั้งนี้ธนาคารจะติดต่อกับลูกค้ากลุ่มดังกล่าวโดยตรง เพื่อแจ้งให้ทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการป้องกันความเสี่ยง

KBank อัพระบบเตรียมใช้ Monitoring AI อุดรูรั่วแฮกเกอร์

“แฮกเกอร์ เขามีความพยายามต่อเนื่องที่จะแฮกฯ ข้อมูลอยู่แล้ว แต่เราก็ต้องพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้น ให้ทันกับเทคโนโลยีที่พัฒนาไป อย่างตอนนี้เราเตรียมเครื่องมือต่างๆ เช่น Monitoring AI (ซอฟท์แวร์ที่ใช้เฝ้าระวังแฮกเกอร์โดยไม่ต้องใช้คนตรวจสอบข้อมูล) เพื่อป้องกันกรณีแบบนี้อีก ขณะเดียวกัน AI จะช่วยจับผิด อุดรูรั่วต่างๆ เร็วขึ้นด้วย นอกจากนี้เราก็ต้องพัฒนาบุคลากรให้เท่าทัน”

ขณะเดียวกัน เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ดังกล่าว ธนาคารได้ร่วมมือกับบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้าน Cyber Security & Digital Forensics ดำเนินการตรวจสอบและยกระดับการป้องกันการเข้าถึงข้อมูลลูกค้าทั้งหมดของธนาคารโดยทันที เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลของลูกค้าทุกกลุ่มมีความปลอดภัยมากที่สุด ซึ่งธนาคารได้รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อธปท.เรียบร้อยแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ธนาคารและผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ กำลังร่วมกันตรวจสอบเหตุการณ์เชิงลึกในครั้งนี้

นายผยง กล่าวต่อว่า

ขอให้ลูกค้าของธนาคารมั่นใจว่า ธนาคารมีกระบวนการติดตามและตรวจสอบในเชิงรุก เพื่อดูแลข้อมูลของลูกค้าในระบบของธนาคารเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ยอมรับว่าความสามารถของแฮกเกอร์ที่สูงขึ้น ถือเป็นความท้าทายที่ธนาคารจะต้องพัฒนาปรับปรุงระบบ Cyber Security อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในการทำงานในยุคดิจิตัล

ส่วนนายรณดล นุ่มนนท์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า

ในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาได้รับรายงานจากธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ว่า มีข้อมูลที่ไม่เกี่ยวกับธุรกรรมการเงินของลูกค้าบางส่วนหลุดไปยังภายนอก โดยกรณีของธนาคารกสิกรไทย เป็นข้อมูลลูกค้านิติบุคคลที่เป็นข้อมูลสาธารณะซึ่งหาได้ทั่วไป ส่วนของธนาคารกรุงไทย ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลคำขอสินเชื่อของลูกค้ารายย่อยและนิติบุคคลบางส่วน

ทั้งนี้ หลังจากธนาคารทั้งสองแห่งตรวจพบปัญหาก็ได้เร่งตรวจสอบทันที ซึ่งพบว่ายังไม่มีลูกค้าที่ได้รับความเสียหาย และข้อมูลที่หลุดออกไปไม่ใช่ข้อมูลธุรกรรมทางการเงิน โดยธนาคารทั้งสองแห่งได้ดำเนินการปิดช่องโหว่ของระบบดังกล่าว และได้ตรวจสอบระบบงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจัดให้มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาประเมินทุกระบบงาน เพื่อให้มั่นใจว่าการป้องกันครอบคลุมระบบงานและฐานข้อมูลทั้งหมด

อย่างไรก็ดี ธปท. ได้สั่งการและกำชับให้ธนาคารทั้งสองแห่งยกระดับมาตรการป้องกันภัยทางไซเบอร์อย่างเข้มงวดยิ่งขึ้น และดูแลไม่ให้ลูกค้าได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมทั้งสื่อสารให้ลูกค้าที่เป็นเจ้าของข้อมูลได้รับทราบ ทั้งนี้ ธปท. ได้กำชับให้ธนาคารทั้งสองแห่งเตรียมมาตรการเยียวยาลูกค้า หากเกิดความเสียหาย รวมทั้งได้แจ้งสถาบันการเงินทุกแห่งปิดช่องโหว่ดังกล่าวและเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษด้วย

เหตุการณ์กังกล่าวถือเป็นภัยทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้นกับองค์กรและสถาบันการเงินทั่วโลก ธปท. ตระหนักถึงความเสี่ยงนี้ จึงได้ทำงานร่วมกับผู้กำกับดูแลในภาคการเงินอย่างใกล้ชิด และสั่งการให้สถาบันการเงินยกระดับการรับมือภัยไซเบอร์ ทั้งด้านการเพิ่มมาตรการป้องกันภัยให้รัดกุมเท่าทันกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น และการเฝ้าระวังอย่างเข้มข้นด้วยการใช้เครื่องมือช่วยตรวจจับรายการผิดปกติ โดยหากเกิดเหตุการณ์ภัยไซเบอร์ขึ้น สถาบันการเงินจะต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว และดูแลรักษาผลประโยชน์ของลูกค้าไม่ให้เสียหาย เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจในการใช้บริการกับสถาบันการเงิน

อ้างอิงแหล่งข่าว

แบงก์กสิกรโดนแฮ็ก ฉกข้อมูล 3,000 ลูกค้า สั่งเพิ่มระบบป้องกันเข้มขึ้น

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here