ปรับเงินไม่พกใบขับขี่! “ดีเจ.แมน/กวาง เอบีนอร์มอล/ นิว วงศกร” สนับหนุนกฎหมาย แต่ต้องมั่นใจว่าเงินไม่เข้ากระเป๋าใคร

0
89

ปรับเงินไม่พกใบขับขี่! “ดีเจ.แมน/กวาง เอบีนอร์มอล/ นิว วงศกร” สนับหนุนกฎหมาย แต่ต้องมั่นใจว่าเงินไม่เข้ากระเป๋าใคร (ชมคลิปท้ายข่าว)

คนดังบันเทิง ขานรับโทษกฎหมายจราจร เห็นด้วยไม่พก ใบขับขี่ มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 50,000 บาท ‘นิว วงศกร’ ชี้ เป็นหน้าที่คนใช้รถใช้ถนนต้องทำให้ถูกต้อง ด้าน ‘กวาง เอบีนอร์มอล’ เผยมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ส่วน ‘ดีเจ.แมน’ ระบุออกกฎหมายอะไรมาก็ดีหมด แต่ต้องทำให้จริงจัง

จากกรณีกรมขนส่งทางบก พร้อมด้วยคณะทำงานแก้ไขปัญหาจราจร ร่วมกันแถลงกรณีมีการปรับแก้กฎหมายด้านจราจร โดยมีการปรับพ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 และพ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522 ออกเป็นร่างกฎหมายฉบับเดียวกัน โดยมีการเพิ่มโทษในความผิดเกี่ยวกับการพกพาใบอนุญาตขับขี่ โดยโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 50,000 บาท จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคม ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

- Advertisement -

ใบขับขี่ / ล่าสุด ‘ข่าวสดออนไลน์’ ได้ติดต่อสัมภาษณ์ยังกลุ่มดารานักแสดงเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว โดยพระเอก 7 สี หนุ่ม ‘นิว’ วงศกร ปรมัตถากร กล่าวว่า จริงๆ ตนว่าถ้าเราทำถูกต้องก็ไม่มีอะไรน่ากลัว หมายถึงว่ามีใบขับขี่ให้ถูกต้องตั้งแต่แรกก็เป็นการแก้ปัญหาตั้งแต่ก่อนที่จะเกิด กฎหมายที่มาบังคับใช้มันเป็นการทำโทษหลังจากที่เหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว แต่เราป้องกันไม่ให้เหตุการณ์มันเกิดได้ด้วยการทำให้ถูกต้องตั้งแต่แรก

นิว วงศกร กล่าวต่อว่า เท่าที่ตนทราบที่ต่างประเทศกฎหมายก็ประมาณนี้ จะว่าไปกฎหมายบ้านเราเบาที่สุดแล้ว คนเลยไม่รู้สึกว่าฉันต้องมีหรือพกใบขับขี่ไว้ตลอด เพราะเดี๋ยวไปจ่ายค่าปรับเอาก็ได้ ซึ่งปรับก็ไม่ได้เยอะมาก โทษไม่ได้น่ากลัวมาก ฉะนั้นการที่เพิ่มโทษทำให้มันน่ากลัวมากขึ้น ก็ทำให้คนกลัวมากขึ้นและเลือกที่จะทำให้ถูกกฎหมายมากขึ้น ตนว่าก็เป็นเรื่องที่ดี

 

“ส่วนตัวผมเห็นด้วยถ้าจะมีกฎหมายใบขับขี่ใหม่ออกมา จริงๆ เป็นหน้าที่ของคนที่ใช้รถใช้ถนนต้องทำให้ถูกต้องอยู่แล้ว ถ้าคิดจะขับรถไม่ว่าจะรถอะไรก็ตาม คุณก็ต้องมีความรับผิดชอบทั้งต่อตนเองและเพื่อนร่วมทาง

ซึ่งถ้าไม่มีใบขับขี่ก็ไม่ควรขับขี่อยู่แล้ว ผมว่าประเด็นนี้สำคัญที่สุดอยู่ที่สามัญสำนึกของแต่ละคน ไม่ต้องไปโทษใครเลย ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าคนที่ไม่เห็นด้วยคือจะไม่เห็นด้วยทำไม ในเมื่อสุดท้ายผลดีมันก็ตกอยู่ที่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนนั่นแหละ” นิว กล่าว

นิว วงศกร กล่าวอีกว่า คนที่ขับรถบนถนนต้องเป็นคนที่มีใบขับขี่เท่านั้น แล้วความปลอดภัยบนท้องถนนมันก็จะมีเพิ่มมากขึ้น เพราะว่าคนที่สอบใบขับขี่ก็ต้องได้รับการรับรองมีทักษะ มีความสามารถ เข้าใจกฎจราจร และใช้รถใช้ถนนได้อย่างปลอดภัย เพราะฉะนั้นมันก็ช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่ไม่ควรเกิดขึ้นได้ในเบื้องต้น

ด้าน ‘กวาง เอบีนอร์มอล’ ศิริศิลป์ โชติวิจิตร นักร้องและนักแข่งรถ กล่าวว่า เรื่องปรับโทษให้มันรุนแรงขึ้น ตนไม่มีปัญหาอะไร เพราะปกติเราต้องพกใบขับขี่อยู่แล้ว ทุกคนควรจะมีใบขับขี่ ฉะนั้นถ้าคนที่ทำถูกกฎหมายก็ไม่เห็นจะต้องเดือดร้อนอะไร

แต่เขาคงทำมาเพื่อกันเด็กๆ หรือใครที่รีบร้อนอยากขับรถ เอารถพ่อแม่มาขับ ยังไม่ทันมีใบขับขี่ก็จะเกิดอันตรายได้ ตามข่าวที่เห็นกันบ่อยๆ ก็ดีที่เขาซีเรียสขึ้น แต่ก็ต้องรองรับเรื่องการตรวจจับด้วย ไม่อย่างนั้นก็จะเป็นช่องทางให้ประชาชนรู้สึกว่าเขาโดนรังแกหรือเปล่า

“จริงๆ มันเป็นระบบที่เมืองนอกเขาใช้กันมา อย่างอเมริกา ถ้าเราทำผิด แม้กระทั่งจอดรถผิดที่ก็ต้องไปศาล ไม่ใช่จ่ายเงินกับตำรวจ คืออันนี้มันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ถ้าระบบศาลอำนวยความสะดวกรวดเร็ว ยุติธรรม ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร

คือหลักๆ ถ้าเราไม่ทำผิด เราก็ไม่เดือดร้อนอะไรกับอะไรที่เปลี่ยนแปลง คือเขาเอามาป้องกันคนที่ทำผิดกฎหมายมากกว่า ถ้าคนปกติไปสอบใบขับขี่ถูกต้อง ไม่ได้ซื้อใบขับขี่ ผมว่ามันก็ไม่เดือดร้อนอะไร”

กวาง เอบีนอร์มอล กล่าวว่า บอกตรงๆ ตนไม่รู้สึกอะไร อย่าทำผิดกันดีกว่า ไหนๆ เขาตั้งโทษรุนแรงขนาดนี้แล้วก็ต้องซีเรียสว่าอย่าทำผิด ทำให้ถูกต้อง ถ้าเราทำถูกกฎหมายต่อให้เขาตั้งโทษเป็นแสนเป็นล้านก็ไม่เดือดร้อน  เพราะเราไม่ได้ทำผิด และอย่างที่บอกถ้าจะเปลี่ยนเป็นการไปปรับที่ศาลแทน แล้วมีระบบที่น่าเชื่อถือ คนมั่นใจได้ ว่าถ้าโดนปรับจริงๆ เงินจะไม่ไปเข้ากระเป๋าใคร ถ้าปรับให้ถูกต้องก็ไม่มีอะไรให้เดือดร้อน

ขณะที่ ‘ดีเจ.แมน’ พัฒนพล กุญชร ณ อยุธยา กล่าวว่า ตนว่าเป็นสิ่งที่ดีนะ ในความรู้สึกส่วนตัวของตนเวลาไปสอบใบขับขี่ และเท่าที่ไปเห็นที่ต่างประเทศ รู้สึกว่าการสอบของเรามันง่ายมาก ควรจะยากกว่านี้ และมีการจริงจังในการจับมากขึ้น แม้กระทั่งในเขตปริมณฑล

ตนขับรถจักรยานยนต์จากกรุงเทพฯไปเชียงใหม่ ขับไปทั่วประเทศมาแล้ว ตนคิดว่ากฎหมายน่าจะจริงจังในหลายๆ อย่างของผู้ขับขี่ ดีเจ.แมน กล่าวต่อว่า คิดว่าคนส่วนใหญ่ในต่างจังหวัด 60-70 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีใบขับขี่ และเกิดอุบัติเหตุขึ้นมากมายตามที่เราเห็นในข่าว

ไม่ใส่หมวกกันน็อก หรือคิดจะออกก็ออกมา มันเป็นเรื่องที่ควรจะปลูกจิตสำนึกอย่างเรื่องการใส่หมวกกันน็อก จะขับไปใกล้นิดเดียวแค่ปากซอยก็ต้องใส่ เพราะมันป้องกันคุณได้เยอะมาก

 

“ส่วนเรื่องการให้ใบอนุญาตใบขับขี่ ผมคิดว่ามันต้องซีเรียสมากกว่านี้ ผู้ใช้รถใช้ถนนประเทศเราจะได้ปลอดภัย คุณจะปรับเท่าไหร่ก็ดี แต่ต้องทำให้ปรับจริง กลัวว่าจะเป็นแค่กระแสแป๊บเดียว ต้องปลูกจิตสำนึกตั้งแต่เด็กๆ ว่าถ้าคุณทำผิด คุณต้องยอมรับในกฎนี้

ถ้าโดนจับก็ปรับเงินแล้วไปต่อ แต่ถ้าเป็นเมืองนอกได้รับโทษทัณฑ์แล้วห้ามขับอีก เวลาเราไปเมืองนอกเขาซีเรียสมาก เบรกทางม้าลาย ชนคนนี่คือเรื่องใหญ่แม้ว่าคุณจะเป็นใครก็แล้วแต่ต้องได้รับโทษ กฎหมายนี้มันดีแล้วและอยากให้อยู่ในความคิดคนไทยไปนานๆ” ดีเจ.แมน กล่าว

ดีเจ.แมน กล่าวว่า ทุกวันนี้กฎจราจรบ้านเรามันระเนระนาดหมดเลย คือต้องจับแบบจริงจัง ต้องยึดใบขับขี่ ทุกวันนี้เวลาเราได้ยินคนมักพูดว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวจ่ายค่าปรับเอา ตนมองว่ากฎหมายล่าสุดที่ออกมาดีแล้ว ใบขับขี่มันต้องมีอยู่แล้ว ถ้าคุณขับรถบนท้องถนนแล้วไม่มีใบขับขี่ก็เหมือนฆาตกรคนหนึ่ง ทุกคนต้องมีจิตสำนึกทำตามกฎหมาย เดี๋ยวนี้ไม่มีใครกลัวกฎหมายเลย

“ผมเข้าใจว่ามันยากนะ ถ้าจะจริงจังทั้งหมดเพราะเราเป็นแบบนี้กันมานานแล้ว ออกกฎหมายอะไรมาก็ดีหมดแหละครับ แต่อยากให้จริงจังมากกว่านี้บังคับใช้ 100 เปอร์เซ็นต์ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร อยากให้ออกแบบนี้มานานแล้ว

ผมว่าโทษก็ไม่ได้หนักเกินไป เป็นการดัดนิสัยจะได้ไม่ทำอีก ที่ผ่านมาโอนอ่อนกันมานานแล้ว ประเด็นนี้พวกผมก็คุยกันในกลุ่มมอเตอร์ไซค์ อยากให้เป็นหัวข้อที่คนให้ความสนใจและปฏิบัติตามตลอดไป มันเซฟชีวิตทุกคนด้วย”

อย่างไรก็ตามการเพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น ส่วนสำคัญอยู่ที่ผู้ขับขี่ ซึ่งต้องตระหนักถึงความปลอดภัยและนำไปปฏิบัติอย่างจริงจังอย่างทั่วถึง ส่วนกรณีที่มีข้อคิดเห็นคัดค้าน วิพากษ์วิจารณ์จากประชาชน จะมีการรวบรวมข้อมูลและส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาต่อไป ยืนยันการปรับแก้เพิ่มโทษผ่านศึกษารวมรวมข้อมูลทางวิชาการแล้วและปรับให้ทัดเทียมมาตรฐานสากลด้วย

พล.ต.ต.เอกรักษ์ กล่าวว่า ตำรวจมีความจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายการขับขี่สาธารณะเพื่อคุ้มครองชีวิตของผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน ที่ผ่านมาตำรวจก็เข้มงวดเรื่องการจับยึดใบอนุญาตชับขี้ แต่โทษปรับไม่เกิน 1 พันบาท ถือเป็นลหุโทษ ปรับในชั้นตำรวจได้ ประชาชนไม่เกรงกลัว ยึดก็เอาคืน ปรับก็ไม่สนใจ ไม่มีก็ขับรถต่อไป เรียกว่าไม่เกรงกลัว จึงต้องมีการเพิ่มโทษให้หนักขึ้น

ปรับในชั้นตำรวจไม่ได้แล้ว ต้องทำสำนวนส่งอัยการ ส่งศาล ปรับหรือจำคุกตามแต่ดุลพินิจ เพื่อประชาชนเคารพกฎหมายมากขึ้น เพื่อความปลอดภัยของประชาชนนั่นเอง ยอมรับว่าตลอดระยะเวลา 39 ปีที่มีการใช้กฎหมาย ประชาชนไม่มีความเกรงกลัว และฝ่าฝืนกฎหมายเรื่อยมา

ส่วนข้อครหาเป็นช่องว่างให้ตำรวจเรียกรับผลประโยชน์นั้น ยืนยันว่าสำนักงานำตำรวจแห่งชาติ มีมาตรการควบคุมและลงโทษ อย่างเด็ดขาด ล่าสุด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ก็ออกคำสั่งให้ตำรวจจราจรทั่วประเทศต้องเปิดเผยตัวตน ห้ามอำพรางใบหน้ากับประชาชน ห้ามซุ่มจับห้ามเป็นนินจา หากประชาชนยังพบเปิดโอกาสให้ประชาชนร้องเรียนได้ ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ต้องการให้เจ้าหน้าที่จราจรปฏิบัติหน้าที่อย่างโปร่งใส

ชมคลิป

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here