เปิดบ้าน-รถหรู ‘จุ๊บแจง วิมลพันธ์’ กับไลฟ์สไตล์ที่ไม่ธรรมดา ก่อนมีประเด็นดราม่าปิดฉากรัก 21 ปี แพ้สาวประเภทสอง

0
260

เปิดบ้าน-รถหรู ‘จุ๊บแจง วิมลพันธ์’ กับไลฟ์สไตล์ที่ไม่ธรรมดา ก่อนมีประเด็นดราม่าปิดฉากรัก 21 ปี แพ้สาวประเภทสอง (ชมคลิปท้ายข่าว)

หลังกลายออกมาเปิดใจถึงเรื่อง “ดาราสาวเตียงหักหลังจากแต่งงานกับสามีโปรดิวเซอร์มา 21 ปี เพราะฝ่ายชายมีกิ๊กเป็นสาวประเภทสอง และยังพาไปกินกันถึงที่ฮ่องกง” สำหรับ นักแสดงสาว “จุ๊บแจง วิมลพันธ์” เจ้าของบท “จวง” จากละครสุดฮิต “บุพเพสันนิวาส” วันนี้เราจึงจะพาทุกคนไปดูไลฟ์สไตล์ของคุณจุ๊บแจงกับค่ะ ขอบอกว่าหรูหราสุดๆไปเลยล่ะ

ถึงชีวิตเธอจะหรูหรามีทุกอย่างเพรียบพร้อมขนาดไหน แต่ทางด้านความรัก ไม่คิดเลยว่าชีวิตความรักนั้น ต้องบอกเลยว่า ชีวิตจริงเน่ากว่าละคร ซึ่งล่าสุด ดาราดังรุ่นใหญ่ อย่าง จุ๊บแจง ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า รักแท้แพ้กะเทย เผยเป็นฉากๆ นาทีจับอดีตผัวซ่อนชู้เด็กฝึกงานสาวประเภทสอง ควงเย้ยกินตับที่ฮ่องกง โรงแรมเดียวกับที่เคยไปกับตน พาไปสวีตสถานที่เดียวกับตนหวังเปิดตัว

เขียนพรรณนาถึงกันชวนอ้วก รับใจสลาย ท้อแท้ อยากฆ่าตัวตาย แต่เชื่ออีกฝ่ายอาจเป็นได้แค่ผัวน้อย เพราะเคยเมาท์สาวประเภทสองมีเสี่ยเลี้ยง รับจ๊อบเด็กนั่งดริ๊งค์ บอกอดีตสามีมีกลิ่นเบี่ยงเบน เคยสารภาพถูกผู้ชายจึ๊กๆ กะเทยเลี้ยง แต่ยอมโง่เพราะรัก

รับจ้าง 2 แสนแลกหย่า ตรวจเลือดป้องกันตัวเอง ไม่ปล่อยให้ค้างคาใจกันนาน หลังจากที่มีอักษรย่อหลุดว่า ดาราดังหย่าสามีโปรดิวเซอร์ ปิดฉากรัก 21 ปีเหตุฝ่ายชายนอกใจ ไปกินตับสาวประเภทสอง ซึ่งเป็นเด็กฝึกงานถึงฮ่องกง แถมยังเอาข้าวของเมียหลวงเปย์เมียน้อย โดย “จุ๊บแจง วิมลพันธ์ ชาลีจังหาญ” ซึ่งโด่งดังจากบท “จวง” ในละคร “บุพเพสันนิวาส” ก็ได้เปิดใจแบบหมดเปลือกถึงเรื่องราวดังกล่าว ชนิดน้ำเน่ายิ่งกว่าละคร

“ถามว่าทำไมถึงออกมาพูดเรื่องที่เกิดขึ้น จริงๆ แล้วอยากเป็นอีกหนึ่งกำลังใจ บางทียังมีสังคมที่ผู้หญิงถูกกระทำแบบนี้ แล้วอยู่ในมุมมืด อยู่ในหลืบที่คิดว่าถ้าเกิดบอกแล้วสังคมจะรับได้มั้ย คนข้างนอกจะรับได้หรือเปล่า เพราะผู้หญิงบางคนอาจจะโดนกระทำแบบนี้ แต่เดี๋ยวนี้ยุคสมัยต่างๆ อาจจะรับได้ ไม่ว่าจะเป็นสาววาย หนุ่มวาย หรือสาวประเภทสอง แต่เราก็อยากเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้กับผู้หญิงที่โดนแบบนี้ ชีวิตของเราต้องอยู่ได้ ต้องก้าวต่อไป

เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือกำลังใจและครอบครัว เพื่อน คนรอบข้าง เพื่อนร่วมงาน” “เหมือนเราช่วงหนึ่งก่อนที่จะจับได้ พอจับได้เดือนพฤษภาคมมันเหมือนโลกนี้ทั้งใบเราอยู่คนเดียว มันรู้สึกท้อแท้ สิ้นหวัง อยากจะหลับไปโดยไม่ตื่น เราเคยคิดว่าเราจะฆ่าตัวตาย แต่พอเราหันไปมองมีครอบครัว มีคนรอบข้าง มีเพื่อน มีทุกสิ่งทุกอย่างเข้ามาเป็นกำลังใจ มันเลยทำให้เราฮึดสู้ค่ะ”

สุดช้ำ ขึ้นรับรางวัลจากละครบุพเพสันนิวาส เป็นวันที่หัวใจสลาย จับได้ผัวนอกใจคบสาวประเภทสอง หนีกันไปกินตับที่ฮ่องกง“อดีตแฟนบอกว่าจะไปดูโลเกชั่นถ่ายที่เขาใหญ่ ถ้าดูเสร็จเขาจะกลับมา เขาก็ส่งข้อความมาบอกเราว่ากำลังจะขึ้นรถแล้ว เดี๋ยวพอถึงที่หมายจะส่งข้อความบอก ซึ่งวันนั้นเป็นวันที่เราขึ้นรับรางวัลบุพเพสันนิวาส นักแสดงหญิงสมทบ และคนรอบล้อมเราเต็มเลย พอเวลาผ่านมาถึงบ่าย 3 แล้ว

ทำไมอดีตแฟนถึงยังไม่โทร.หา เราก็เลยโทรไป ปรากฏว่าติดต่อไม่ได้ จนถึงเกือบเที่ยงคืน เราเลยพูดกับแม่ว่าคนหายไปเกือบจะ 24 ชม. ไปแจ้งความเถอะ” “หลังจากที่เตรียมตัวจะออกออกจากบ้าน มีข้อความส่งมาจากเขาว่า พี่ขอไม่กลับบ้าน 2-3 วันนะ พี่มีเรื่องเครียดเกี่ยวกับเรื่องงาน พี่ขอไปทบทวนอะไรบางอย่าง ไม่ต้องห่วง ไม่ต้องตามหา ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องร้องไห้ กลับมาพี่จะบอกทุกสิ่งทุกอย่าง

และจำไว้ว่าพี่เป็นห่วงเรามาก นี่คือข้อความเดียวที่ได้” “และคนที่รอ 4-5-6 มันก็เริ่มสับสนว่าเกิดอะไรกับชีวิต เราทำอะไรผิดเหรอ หรือมีปัญหาเรื่องงาน เราก็ร้องไห้ ส่งข้อความไปหาเขาก็ไม่ตอบ ติดต่อไม่ได้เลย จนวันอาทิตย์ประมาณช่วงบ่ายๆ น้องชายถามว่านี่ใช่โน้ตบุ๊คของพี่เขาหรือเปล่า เราก็บอกใช่

น้องก็เลยเปิดและไปคุ้ยในถังขยะที่เขาลบไปแล้ว” “ปรากฏว่าเขาจองตั๋วไปฮ่องกง เราก็เอะใจเพราะชื่อไปกับผู้ชาย Mister แต่ชื่อเป็นผู้หญิง และไปพักโรงแรมที่เราเคยพัก เป็นเตียงเดี่ยวด้วย เราเปิดหาดูรูปก็ไม่มีในนั้น แต่อยู่ในโครงงานจึงทำให้เรารู้ว่าน้องคนนี้เป็นสาวประเภทสองที่เป็นน้องฝึกงานที่ช่อง ซึ่งตอนแรกๆ น้องคนนี้ยังมาทักทายเรา ช่วงละครบุพเพดัง มาขอถ่ายรูป

แล้วเขาจะบอกได้ยังไงว่าเราไม่รู้ว่าเราเป็นแฟนกับอดีตแฟนของเรา มันเป็นไปไม่ได้ มันไม่ใช่สิ่งที่เขาพูด” เห็นข้อความที่พรรณนาถึงชู้ถึงกับมือไม้สั่น ถามกลับตัวเอง นี่ใช่สามีเราเหรอ “วันนั้นที่รู้ โอ้โห สิ่งแรกที่คิดเลยคือเราโทษตัวเองว่า เราบกพร่องในหน้าที่หรือเปล่า เราทำหน้าที่ของภรรยาหรือแฟนไม่ดีหรือเปล่า เราบ้าทำงานมากเกินไปหรือเปล่า เราก็ร้องไห้ เราไปเปิดดูในโน้ตบุ๊คเห็นรูปเขาที่ไปแปะในไฟว์โครงงานต่างๆ ไปกินข้าว ไปเดินเล่น ไปนู่นไปนี่

แอบถ่ายในห้องเอ็มซีอาร์ตอนเขาฝึกงานทุกช็อตไว้ และที่สำคัญเขียนไดอารี่ที่มีการพรรณนาถึงกันไว้ว่า เจอกันตั้งวันที่ 9 ม.ค. เห็นครั้งแรกชวนมาทำรายการก็ไม่มา พอวันที่ 11 ทนไม่ไหว ส่งสติ๊กเกอร์วันพระไปให้ วันนี้เด็กโทร.มาลาป่วยเลยเอาช็อตโกแลตไปให้ กินข้าวด้วยกันวันแรกรู้สึกเขินสุดๆ ซึ่งมันไม่ใช่แฟนเราเลย ผู้ชายอายุ 50 กับเราไม่เคยเป็นเลย เราเลยรู้สึกว่ามันใช่เหรอ ดูแล้วมันมือสั่น ร้องไห้ ทรุดลงไปเลย”

“วันนั้นเรารู้ไฟลต์กลับของเขา เราตามไปที่แอร์พอร์ตได้นะ แต่เราให้เกียรติเขา ซึ่งวันนั้นเขาก็ไม่กลับบ้าน เช้ามาเราก็สามารถตามไปที่ออฟฟิศที่ทำงานได้ เพราะเราเป็นพิธีกรช่องนั้น แต่เราก็ให้เกียรติที่ทำงาน เจ้านาย และตัวเขา” “พอเขากลับมาก็เหมือนไม่พูดอะไร แม่ก็ถามเขาว่าไปไหนมา จุ๊บไม่สบายเข้าโรงพยาบาลเป็นห่วงมาก เขาก็ไม่พูดอะไร กินข้าวเสร็จก็ขึ้นห้องไป เราก็ถามเขาว่ามีปัญหาอะไรที่ทำงานหรือเปล่า ถ้ามันไม่ดีก็ออก หรือมีปัญหาอะไรกับเราหรือเปล่า

ยื้อกันเกือบครึ่งชั่วโมง เราเลยตัดสินใจบอกไปว่า ฉันรู้แล้วว่าเธอหนีไปฮ่องกงกับน้องคนนั้น เธอทำอย่างนี้ได้ยังไง เธอแอบไปคบกับสาวประเภทสอง หลอกฉันทำไม เธอเป็นแบบนี้ได้ยังไง เธอทำผิดไปแล้วนะ 20 ปี เธอปล่อยเวลาให้มันยาวไป อีกอย่าง 20 ปี ฉันมีคนในชีวิตเข้ามาเยอะแยะมากมาย ไม่เคยนอกใจเธอ แต่ตลอดเวลา เธอนอกใจฉัน”

ลั่นยอมก้มหัวกราบ 2 ครั้ง ขอร้องให้กลับมาเป็นครอบครัว แต่รับไม่ได้ นอกใจครั้งที่ 3 กับกะเทย “ครั้งแรกและครั้งที่สองเป็นผู้หญิง เราไปกราบเขา กอดเขา ขอกลับมาเป็นครอบครัว และมีครั้งสองต่อมา แต่ครั้งสามมันหนักสุดไง เป็นสาวประเภทสอง เราเลยรับไม่ได้ และถามไปว่าแล้วเธอจะเอายังไงกับชีวิตคู่ของเรา เขาก็บอกว่า เขาขอออกไปอยู่ข้างนอกแล้วกัน ขอไปใช้ชีวิตที่เขาเหลืออยู่”

“แรกๆ เราก็เสียใจนะ ร้องไห้ คิดว่าคนที่เพิ่งเคยเจอกันแค่ 2-3 เดือน กับคนที่อยู่กันมา 20 ปี มันไม่มีความหมาย ความผูกพันอะไรเลยเหรอ ความทุกข์ยากลำบากที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมามันไม่มีความหมายเลยเหรอ เขาบอกว่าเขาคลิกกัน คนนี้ถูกใจ เขาชอบ เขารู้แต่ว่าเขาขอโทษ เขาชอบเด็กคนนี้มาก เขาบอกเราว่าเขายังถามเด็กคนนี้เลยว่าทำของใส่เขาหรือเปล่า ตลกป่ะ”

“เราก็บอกเขาไปว่าอยากไปฮ่องกงทำไมไม่บอกฉัน เพราะเดี๋ยวฉันจะต้องไปถ่ายรายการและเธอก็ต้องไปด้วยอยู่แล้ว เขาตอบมาว่า น้องเขาอยากไหว้พระ พูดทำร้ายจิตใจเรามาก” “เราถามว่าเขามีอะไรเกินเลยกันหรือยัง เขาบอกไม่ได้มีอะไรกัน ณ ปัจจุบันนี้ วินาที เขาก็บอกว่ายังไม่ได้มีอะไรกัน ถามว่าเชื่อมั้ย ไม่ มันคงเสร็จตั้งแต่แรก อุ้ย! ไม่ใช่ (หัวเราะ)”

เผยอดีตผัวเคยสารภาพ ถูกผู้ชายจึ๊กๆ แต่คิดว่าเป็นเรื่องอดีต เคยถูกเตือนว่ามีกลิ่น เป็นผัวสาวประเภทสอง แต่ตนก็ไม่ฟัง “ใช่ ก็คือว่าตอนแรกเราก็ไม่คิด ตอนแรกเราก็สับสนว่าหรือว่าเขาลองแล้วติดใจ แต่ปรากฎว่าเรามองย้อนกลับไปต่อจิ๊กซอว์ต่างๆ ก่อนที่เราจะคบกัน เขาก็เคยมาสารภาพกับเรา ว่าสมัยก่อนเขาอยู่กับเพื่อนที่เป็นเก้ง อยู่ห้องเดียวกันแล้วคนนี้ก็กวนเขาทั้งคืน เขาก็เลยบอกอยากจะทำอะไรก็ทำ จะได้นอนสักที เราก็คิดว่านั้นคือเรื่องอดีต เพราะว่าปัจจุบันนี้เราโอเค”

“แล้วก่อนที่เราจะคบกันอีก ตอนที่ศึกษากัน ก็มีพี่ๆ ในวงการบันเทิงที่เป็นสาวประเภทสอง เขาก็เตือนว่าเขามีกลิ่นนะ แล้วก็บอกว่าคนนี้มีคนเลี้ยงเขานะ เขาเป็นผัวของสาวประเภทสองนะ เราก็มาถามเขา ว่าเธอเคยเป็นผัวของสาวประเภทสองมั้ย มีสาวประเภทสองเลี้ยงใช่มั้ย มีคนบอกฉัน อดีตแฟนเราเขาก็บอกว่าฉันเดินกับพี่ๆ สองประเภทสองเยอะ

คนก็เลยมองเขาไปแบบนี้ เราก็โอเคอาจจะเป็นการเมาท์กัน เวลาพิสูจน์คน เราก็คิดแบบนั้น แล้วมันก็พิสูจน์มาเรื่อยว่าครั้งแรกก็คือนอกใจไปหาผู้หญิง ครั้งที่สองก็ผู้หญิง แต่ครั้งที่สามเป็นสาวประเภทสอง แรกๆ เราก็สับสน คิดว่าถ้าเป็นผู้หญิงเราก็คงจะกลับไปคืนดี เพราะว่าครั้งที่หนึ่งครั้งที่สองเราก็ไปกราบขอให้กลับมาเป็นครอบครัว”

ยอมโง่เพราะความรัก
“ความรักไง ความรักเป็นสิ่งที่สวยงามนะ ทุกวันนี้ก็ยังพูดแบบนี้ ถึงเราจะเจ็บมาเยอะ คือทุกคนมีความรัก เพราะเราเป็นผู้หญิงทำงาน เราโหยหาความรักมาเติมเต็ม พ่อเราเสียไปตั้งแต่ม.4 เขาเป็นฮีโร่ของเรา มาดูแลเหมือนเป็นพี่ชายคนโตของที่บ้าน เพราะยิ่งเราเป็นพี่สาวคนโต เราจะรู้สึกว่าเราต้องการคนมาช่วยเรา มาเป็นกำลังใจให้เรา เราก็เลยรู้สึกว่าพอจะเสียเขาไป เราเหมือนคนที่ล้มทั้งยืน”

ท้อแท้จะฆ่าตัวตาย แฉฝ่ายชายพยายามเปิดตัว ควงกันไปทุกที่ที่เคยไปกับตน
“ช่วงนั้นเป็นช่วงที่มันท้อแท้ ไปทำงานก็เหมือนไม่มีจิตวิญญาณ แต่ว่าพอ 5 4 3 2 ความเป็นนักแสดงมันห้ามป่วย ห้ามเจ็บ ห้ามตาย เราต้องทำได้ เพราะกองนัดแล้ว คิวอีเวนต์รับแล้ว แต่เหมือนกับเราไม่มีกำลังใจ วันนี้อยู่ดีๆ บ้าร้องไห้ๆ อีกวันรู้สึกเข้มแข็งแล้ว อีกวันรู้สึกเหงาเหลือเกิน ช่วงแรกๆ สถานที่ต่างๆที่เคยไปด้วยกันไม่กล้าไปเลยนะ กลัวว่าเจอมั้ย กลัวเขามาด้วยกันแล้วเราจะทำใจได้หรือเปล่า แต่เขาพยายามเปิดตัวกับสาวประเภทสอง ร้านไหนที่เราไปกินข้าว ไปเดินเล่น เขาก็พาไป ซึ่งทุกคนก็กลับมาบอกเราหมด”

ฝากบอกสาวประเภทสอง ได้ไปแล้วไม่ต้องเอามาคืนพี่ คุกเข่าต่อหน้าก็ไม่เอาแล้ว
“อย่างที่บอก เขาอยากจะออกไปใช้ชีวิตของเขาที่เหลืออยู่ ตอนนี้เราไม่เป็นไรแล้วและคงไม่มีทางได้กลับมาหรอก เพราะเราก็มีชีวิตที่ดีแล้ว อยากฝากถึงน้องสาวประเภทสองเนอะ ว่าได้ไปแล้วก็อย่าเอามาคืนพี่เลย เอากลับไปเถอะ และขอให้ชีวิตคู่ของเขารักกันยาวนาน อวยพรให้เขา เพราะตอนนี้เราก็แฮปปี้กับชีวิตของเราแล้ว ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างทำงาน ไม่ต้องให้เขากลับมาหาเรานะ เพราะมาคุกเข่ายังไงเราก็ไม่เอาแล้ว”

คลิป

คลิป

Leave your vote

1 point
Upvote Downvote

Total votes: 1

Upvotes: 1

Upvotes percentage: 100.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here