ชาวบ้านชื่นชม! สาวน้อยฮีโร่ ‘น้องกาแฟ’ ช่วยชีวิตชาวต่างชาติ หลังรถจมน้ำ เหตุจีพีเอสนำทางผิด

0
118

ชาวบ้านชื่นชม! สาวน้อยฮีโร่ ‘น้องกาแฟ’ ช่วยชีวิตชาวต่างชาติ หลังรถจมน้ำ เหตุจีพีเอสนำทางผิด (ชมคลิปท้ายข่าว)

จากกรณีนายคลาวด์ ชาวเดนมาร์ก อายุ 45 ปี ซึ่งเคยไปช่วยทีมหมูป่า 13 ชีวิต ติดถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน ที่ จ.เชียงราย และนายคิม ชาวสิงคโปร์ อายุ 37 ปี ครูสอนดำน้ำจาก จ.ภูเก็ต ขับรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน ชณ 7223 กทม. ใช้จีพีเอสนำทาง หลังกลับจากสอนดำน้ำให้นักท่องเที่ยวในพื้นที่บ้านทะเลสองห้อง ต.กรุงหยัน อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช มุ่งหน้าไป จ.ภูเก็ต

โดยทั้ง 2 ไม่รู้ว่าถนนด้านหน้าที่บ้านหนองหว้า หมู่ 5 ต.กุแหระ อ.ทุ่งใหญ่ มีน้ำป่าไหลหลากท่วมสูง ขณะที่กำลังขับรถมาด้วยความเร็วมาถึงที่เกิดเหตุ จึงเบรกไม่ทัน ก่อนจะพุ่งลงในน้ำที่ไหลเชี่ยวกราดบนถนน ก่อนถูกน้ำซัดลงไปติดอยู่ในสวนปาล์มน้ำมัน ข้างคลองสินปุนนานหลายชั่วโมง ก่อนมีชาวบ้านและกู้ภัยนับ 100 คนมาช่วยเหลือออกไปได้อย่างปลอดภัยเมื่อช่วงเย็นวันที่ 9 ส.ค.

เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านได้แจ้งให้ทราบว่า ด.ญ.จารุวรรณ ศรีสุกใส อายุ 13 ปี หรือน้องกาแฟ อยู่บ้านเลขที่ 69 หมู่ 5 ต.กุแหระ อ.ทุ่งใหญ่ นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนบ้านควนประชาสรรค์ ต.กุแหระ อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เป็นผู้ที่พบชาวต่างชาติทั้งคู่ที่ประสบอุบัติเหตุเป็นคนแรก และว่ายน้ำเข้าไปพูดคุยกับชาวต่างชาติ ก่อนจะว่ายกลับไปบอกพ่อแม่ให้แจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัย

จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า หลังเลิกเรียนขณะมีน้ำเอ่อล้นคลองและท่วมถนนสายดังกล่าวซึ่งอยู่ใกล้บ้าน ด.ญ.จารุวรรณ ได้ออกไปว่ายน้ำเล่น ปรากฏว่าไปเจอรถยนต์มีชาวต่างชาติทั้ง 2 ติดอยู่บนรถที่จมน้ำในสวนปาล์ม และขอความช่วยเหลือ จึงว่ายเข้าไปหาก่อนจะมีการพูดคุยกันและบอกให้รอ

จากนั้นก็ว่ายน้ำกลับไปที่บ้าน บอกให้พ่อกับแม่ทราบว่าเกิดเหตุการณ์นี้ ก่อนพ่อกับแม่จะแจ้งให้เจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือโดย ด.ญ.จารุวรรณ สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ ทำให้สื่อสารกับชาวต่างชาติรู้เรื่อง และเป็นนักเรียนที่เรียนดี ว่ายน้ำเก่ง ขณะที่เข้าให้การช่วยเหลือชาวต่างชาติยังอยู่ในชุดเนตรนารี

หลังสามารถช่วยเหลือชาวต่างชาติออกมาได้แล้ว ทำให้ชาวบ้าน เจ้าหน้าที่ และชาวต่างชาติทั้ง 2 ต่างให้ความชื่นชม ด.ญ.จารุวรรณ เป็นอย่างมาก ที่มีจิตอาสาในการช่วยเหลือผู้อื่น โดยไม่กลัวอันตราย น้องกาแฟ เปิดเผยว่า ตนมาเจอเหตุการณ์ก็ได้เข้าไปให้การช่วยเหลือ ซึ่งระดับน้ำในสวนปาล์มท่วมหัว

แต่ตนมั่นใจว่าว่ายน้ำได้ เพราะสงสารเขาที่มาติดอยู่ นอกจากนี้ยังช่วยเก็บอุปกรณ์ที่อยู่ในรถออกมาด้วย ขณะที่นางสมศรี ศรีสุกใส อายุ 47 ปี แม่ของน้องกาแฟ กล่าวว่า ภูมิใจที่ลูกกล้าที่จะเข้าไปช่วย แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ ลูกเรียนดีและว่ายน้ำเก่ง จึงทำให้สามารถว่ายน้ำไปช่วยเหลือชาวต่างชาติได้

โดยที่เกิดเหตุเป็นลำคลองมีสวนปาล์มน้ำมันอยู่รอบ อีกฝั่งคลองเป็นเขตของอ.เขาพนม จ.กระบี่ จากนั้นกำลังทหาร หน่วยกู้ภัยพร้อมชาวบ้านได้ช่วยกันนำรถขึ้นมา โดยใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง จนสามารถนำรถขึ้นมาได้พร้อมชาวต่างชาติ 2 คน ทราบชื่อต่อมาคือนายคลาวด์ ชาวเดนมาร์ค อายุ 45 ปี และนายคิม ชาวสิงคโปร์ อายุ 37 ปี เป็นครูสอนดำน้ำอยู่ที่ จ.ภูเก็ต ส่วนภายในรถนั้นพบอุปกรณ์ดำน้ำชั้นสูง

เบื้องต้นทราบว่า 1 ใน 2 ครูสอนดำนี้ที่ประสบเหตุเป็น 1 ในทีมนักดำน้ำ ที่เข้าช่วยเหลือทีมหมูป่า จากถ้ำหลวง จ.เชียงราย โดยก่อนที่จะเกิดเหตุ ทั้งคู่ได้กลับมาจากสอนดำน้ำในถ้ำใต้น้ำในพื้นที่ทะเลสองห้อง ต.กรุงหยัน อ.ทุ่งใหญ่ หลังจากนั้นขับรถยนต์กระบะพร้อมอุปกรณ์ดำน้ำเดินทางมุ่งหน้าต่อไปยังจ.ภูเก็ต โดยใช้ระบบจีพีเอสนำทาง และลัดเลาะมาตามเส้นทางสายรอง

และจีพีเอสได้พาลงมาในคลองในขณะที่น้ำกำลังหลากจนกระแสน้ำพัดเอารถไปค้างอยู่ในคลองสินปุน จนกระทั่งได้รับการช่วยเหลือจนปลอดภัย โดยชาวต่างชาติทั้ง 2 ได้ขอบคุณชาวบ้านและเจ้าหน้าที่กู้ภัย รวมทั้งกำลังทหารที่มาให้การช่วยเหลือนับ 100 คน โดยระบุว่า ประทับใจคนไทยที่ให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่

เพราะตนไม่รู้เส้นทางต้องใช้จีพีเอสในการเดินทาง และไม่รู้ว่าข้างหน้ามีน้ำป่าไหลหลาก จึงขับมาด้วยความเร็วก่อนจะประสบเหตุ ต้องช่วยเหลือตัวเองก่อนโดยขึ้นไปอยู่บนรถยนต์ และติดอยู่ในน้ำกลางสวนปาล์มดังกล่าวนานหลายชั่วโมงจนค่ำ โชคดีที่รอดมาได้อย่างปลอดภัย

การเกิดอุบัติเหตุรถชนกันคงเป็นเรื่องที่คนเห็นได้ทั่วไป แต่ถ้าเป็นอุบัติเหตุ รถจมน้ำ ล่ะ แน่นอนว่าน้อยคนคงจะเคยเจอประสบการณืแบบนี้ และแน่นอนว่าคงไม่มีพระเอกเหมือนกัปตันยู ในซีรีย์ยอดฮิต Descendants of the Sun มาช่วยเอาไว้ได้ทันแน่นอน ดังนั้น วันนี้ จึงขอนำเสนอวิธีการเอาตัวรอดเมื่อ รถจมน้ำ มาฝากกัน

ต้องตั้งสติให้มั่นเมื่อ รถจมน้ำ หากเกิดเหตุรถจมน้ำ อันดับแรกสำคัญมากที่สุด คือต้องตั้งสติให้มั่น ให้คิดง่าย ๆ ว่ามันไม่ยากเกินไปที่จะแก้ไขเมื่อมีสติ และขณะที่รถยนต์กำลังเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่จะตกน้ำ อย่าปลดเข็มขัดนิรภัยออกจนกว่ารถจะหมดแรงกระแทก หลายคนเมื่อเห็นว่ารถกำลังเคลื่อนที่จะลงน้ำก็จะปลดเข็มขัดนิรภัยออกในทันที ซึ่งกรณีนี้อาจทำให้ศีรษะไปกระแทกจากแรงประทะของผิวน้ำได้ค่ะ อย่าลืมว่าการกระแทกผิวน้ำจากที่สูง ไม่ต่างอะไรกับการปะทะกับกำแพงคอนกรีตเลยนะคะ

จะออกจากรถทางไหนดี? 1. ทางหน้าต่าง รอให้น้ำเข้ารถจนเกือบเต็ม และให้ออกทางหน้าต่างเท่านั้น โดยลดกระจกลง หากเป็นรถที่มีกระจกหน้าต่างแบบมือหมุน (Manual) แต่สำหรับกระจกไฟฟ้าจากสถานการณ์จำลองพบว่า แม้รถจะจมอยู่ในน้ำระบบไฟฟ้าต่าง ๆ ก็ยังสามารถใช้งานได้ดีอีกประมาณ 10 นาที และถึงแม้เครื่องยนต์จะดับ คุณก็ไม่ต้องกลัวไฟช็อตแต่อย่างใด เพราะในรถยนต์จะใช้ไฟกระแสตรง (D.C.) ไม่เหมือนไฟบ้านที่เป็นกระสลับ (A.C.) ซึ่งเมื่อโดนน้ำแล้วช็อตเลย ฉะนั้นในรถยนต์จะไม่มีการช็อต การทำงานของกระจกไฟฟ้าไม่กี่วินาทียังพอมีเวลาที่จะทำงานได้ค่ะ

2. ทางประตู ทันทีเมื่อรถยนต์นิ่งสงบอยู่ในน้ำ จะไม่สามารถเปิดประตูรถได้ทันที เพราะแรงดันน้ำจากภายนอก จะทำให้ไม่สามารถเปิดประตูได้ (จนท.ตำรวจสหรัฐ พิสูจน์ความจริงข้อนี้แล้วว่า จากการนำรถยกห้อยรถในน้ำไว้ครึ่งคัน แล้วให้ตำรวจทั้งที่อยู่ในและนอกรถลองพยายามเปิดประตูรถ แต่ก็ไม่สามารถกระทำได้)

ดังนั้น สิ่งที่คุณจะทำได้คือรอ เริ่มต้นด้วยการปลดล็อกประตูที่เป็นแบบหมุดดึง (Manual) ถ้าเป็นประตูไฟฟ้าก็ต้องกดปลดล็อก เมื่อน้ำเข้ามาในรถมากพอเกือบถึงหลังคา จะทำให้ความดันภายนอกและภายในรถใกล้เคียงกัน ซึ่งจะช่วยให้ประตูสามารถเปิดออกได้ ให้ผลักบานประตูออกให้กว้างสุดและออกจากตัวรถทางประตู

ถ้าเปิดทั้งประตูและหน้าต่างไม่ได้ล่ะ? เมื่อไม่สามารถเปิดประตูหรือลดกระจกลงได้เนื่องจากเกิดแรงกระแทกและชน (เกิดอุบัติเหตุ) ก่อนรถจะตกน้ำ ขั้นตอนต่อไปควรหาของแข็งมาทุบกระจก เครื่องมือประจำรถที่เหมาะสมที่สุด คือ เหล็กขันน็อตที่มีอยู่ในถุงอะไหล่ รถกระบะทุกชนิดไม่ว่าสี่ประตู หรือ CAB จะเก็บถุงเครื่องมือไว้ใต้เบาะหลัง หรือ ส่วนที่อยู่ในเก๋งด้านหลัง

ส่วนรถเก๋งต้องหาวัสดุที่เป็นเหล็กหรือของแข็งพอที่จะทุบให้กระจกแตกได้ เช่น แท่งเหล็กของหมอนรองคอบนเบาะคนขับ กระจกที่เลือกทุบมีหลักอยู่ว่ากระจกหน้าจะเป็นกระจกนิรภัยออกแบบให้แตกยาก ควรทุบกระจกด้านข้าง ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะไม่สามารถทุบกระจกข้างให้แตกได้ เพราะแรงดันน้ำจากภายนอก หากรถยังจมไม่มิดคัน วิธีต่อไปให้เลือกทุบกระจกหลังเพราะเป็นส่วนที่จมน้ำหลังสุด (เพราะโดยปกติ ส่วนหัวจะจมก่อน)

เมื่อหาทางออกได้แล้ว ทำอย่างไรต่อไป? สูดลมหายใจให้เต็มที่และค่อย ๆ และดันตัวออกจากรถ ไม่ต้องห่วงข้าวของมีค่า ถ้ามีผู้โดยสารมาด้วยก็บอกให้กระทำเช่นเดียวกัน หากมีเด็กให้หนีบเด็กเข้าเอว ออกมากับตัวคุณได้ทีละคน หากมากกว่านี้ อาจจะเป็นอันตรายต่อตัวคุณได้ และจะพาลไม่รอดกันหมด ดังนั้น แม้เวลาเสี้ยววินาทีก็ต้องรีบกระทำดีกว่าไม่ทำอะไรเลยนะคะ

เมื่อหลุดพ้นออกมาจากตัวรถแล้ว ให้ปล่อยตัวให้ลอยขึ้นเหนือน้ำตามธรรมชาติ หรือ จะว่ายขึ้นมาก็ได้ ในกรณีที่น้ำลึกมาก ๆ อาจจะมองไม่เห็นว่าทิศใดเหนือหรือใต้น้ำ เพราะว่ามืดไปหมด ไม่ควรใช้วิธีว่ายน้ำ เพราะอาจว่ายน้ำไปทางทิศที่ยิ่งจมลงไปอีก ในกรณีนี้ควรปล่อยให้ตัวลอยขึ้นตามธรรมชาติ หรือลองเป่าอากาศดูว่า ฟองอากาศลอยขึ้นทางทิศใด ก็ให้ว่ายไปทางทิศของฟองอากาศลอยไป เช่นนี้แล้วจะไม่มีอาการหลงทาง ในน้ำแน่นอนค่ะ

สิ่งที่ห้ามทำอย่างเด็ดขาดการเสียชีวิตส่วนใหญ่จากเหตุการณ์รถจมน้ำ เนื่องจากผู้เสียชีวิตพยายามตามอากาศที่ไหลไปรวมกันอยู่หลังรถ เพราะหน้ารถพุ่งลงน้ำ (เครื่องยนต์อยู่ด้านหน้า) หัวรถจะจมน้ำก่อนแล้วท้ายรถก็จะโด่งขึ้นอากาศจึงไหลไปรวมกันที่นั่งหลัง อากาศที่อยู่หลังรถดูเหมือนจะมีให้หายใจได้ แต่เมื่อจมลงไปเรื่อย ๆ ตัวรถจะเริ่มตั้งฉากอากาศจะถูกบีบออกทางกระโปรงหลังภายในไม่กี่นาที จนสุดท้าย ไม่มีอากาศเหลืออยุ่ภายในรถอีกต่อไป และทำให้ไม่มีเวลา และอากาศมากพอที่จะหนีออกมาจากตัวรถ

คลิป 1

คลิป 2

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here