ลั่นไม่เห็นด้วย! ‘พล.อ.ประยุทธ์’ เผย ‘ยังไม่อนุมัติ’ กฎหมายเพิ่มโทษใบขับขี่ ปรับ 50,000 บาท

0
136

ลั่นไม่เห็นด้วย! ‘พล.อ.ประยุทธ์’ เผย ‘ยังไม่อนุมัติ’ กฎหมายเพิ่มโทษใบขับขี่ ปรับ 50,000 (ชมคลิปท้ายข่าว)

บิ๊กตู่ไม่เห็นด้วย / เมื่อ‪เวลา 14.30 น.‬ ทำเนียบฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ถึงการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับข้อเสนอของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่จะเสนอเพิ่มโทษสำหรับผู้ที่ไม่พกใบขับขี่ว่า เรื่องนี้เป็นความคิดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรัฐบาลต้องมาศึกษารายละเอียดดูว่าเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร แต่ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ ต้องไปหาประเด็นอื่นๆ มาด้วย อย่ามองกันแค่ว่าเป็นการเพิ่มความรับผิดชอบให้กับคนที่จะต้องพกใบขับขี่หรือไม่ก็ต้องต่อทะเบียนรถ

บิ๊กตู่ไม่เห็นด้วย / เมื่อ‪เวลา 14.30 น.‬ ทำเนียบฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ถึงการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับข้อเสนอของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่จะเสนอเพิ่มโทษสำหรับผู้ที่ไม่พกใบขับขี่ว่า เรื่องนี้เป็นความคิดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรัฐบาลต้องมาศึกษารายละเอียดดูว่าเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร แต่ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ ต้องไปหาประเด็นอื่นๆ มาด้วย อย่ามองกันแค่ว่าเป็นการเพิ่มความรับผิดชอบให้กับคนที่จะต้องพกใบขับขี่หรือไม่ก็ต้องต่อทะเบียนรถ

“วัตถุประสงค์มีหลายอย่างด้วยกัน แต่ไม่ใช่หลายอย่างที่ในโซเชียลฯเอามาโพสต์กัน อย่าสร้างความเข้าใจผิดๆ แบบนี้ให้ประชาชน เพราะไม่เช่นนั้นในวันข้างหน้าการแก้ปัญหาจะไปไม่ได้ ทุกอย่างต้องอาศัยกฎหมาย ความเหมาะสม ควรจะเป็นอย่างไร สำหรับผมยังไม่เห็นด้วยในประเด็นนี้ ก็ต้องหารือกันต่อไป ต้องมองกันในหลายๆ มุม อย่าไปขัดแย้งอะไรกัน ดังนั้นขอให้เข้าใจว่าวันนี้ผมยังไม่อนุมัติอะไรทั้งสิ้น”

จากกรณีกรมการขนส่งทางบกเตรียมเสนอปรับแก้กฎหมาย พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 และพ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 โดยรวมเข้าเป็นกฎหมายฉบับเดียวกัน อีกทั้งเพิ่มโทษค่าปรับให้สูงขึ้น โดยเฉพาะ การเพิ่มโทษผู้ขับรถไม่พกใบอนุญาตขับขี่ เป็นจำคุก 3 เดือน ปรับสูงสุดถึง 5 หมื่นบาท

จนเป็นที่วิพากษ์ วิจารณ์กันทั่วไปนั้น เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 24 ส.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ผบก.ส.3 ในฐานะคณะทำงานแก้ไขปัญหาจราจร และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ร่วมกันชี้แจงสาเหตุการขอแก้ไขกฎหมาย กรณีโทษความผิดเกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถ

นายกมลกล่าวเริ่มว่า การขอแก้ไข พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 และ พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522 จำเป็นต้องปรับเนื้อหาให้มีความทันสมัยให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ให้มีส่วนในการสร้างความตระหนักและรับผิดชอบต่อสังคม เนื่องจากข้อมูลศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย พบว่ากลุ่มผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตขี่รถ จยย. มีโอกาสเสียชีวิตร้อยละ 34 สูงกว่ากลุ่มผู้ขี่ที่มีใบอนุญาตขี่รถ จยย.ถึง 2 เท่า

ข้อมูลสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุขที่ระบุว่า เด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 15-19 ปี เป็นกลุ่มที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางท้องถนนสูงสุด เฉลี่ยปีละ 1,688 คน และจากการศึกษาจากต่างประเทศที่เป็นที่ยอมรับด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน

เช่น ญี่ปุ่น พบว่าความผิดเกี่ยวกับการขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาตขับรถ มีโทษปรับไม่เกิน 300,000 เยน หรือประมาณ 88,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี และถูกตัดแต้ม 12 คะแนน ส่วนที่ประเทศสหรัฐอเมริกา มีโทษปรับไม่เกิน 25,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ประมาณ 800,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี และถูกบันทึก ประวัติตลอดชีวิตด้วย

รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวต่อว่า เพื่อให้ผู้ขับขี่ตระหนักและปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยลดอุบัติเหตุและความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน จึงปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย 2 ฉบับดังกล่าวรวมเป็นฉบับเดียว โดยปรับปรุงรายละเอียดของกฎหมาย

ให้เป็นเครื่องมือในการควบคุมกำกับพฤติกรรมของผู้ขับขี่ให้มากขึ้น รวมถึงปรับบทลงโทษกรณีผู้ขับขี่กระทำผิด โดยความผิดเกี่ยวกับการขับรถโดยไม่แสดงใบอนุญาตขับรถ เสนอให้ปรับโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท จากปัจจุบันตาม พ.ร.บ.รถยนต์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท และ พ.ร.บ.การขนส่ง จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท

นายกมลกล่าวต่อว่า ส่วนความผิดเกี่ยวกับการขับรถในระหว่างใบอนุญาตสิ้นอายุ ถูกพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาต หรือถูกยึดใบอนุญาต ปรับโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 50,000 บาท จากเดิมตาม พ.ร.บ.รถยนต์มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท พ.ร.บ.ขนส่ง มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี

ปรับไม่เกิน 40,000 บาท และ พ.ร.บ.จราจร มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท ซึ่งร่าง พ.ร.บ.การขนส่งทางบกฉบับใหม่ อยู่ระหว่างนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ ก่อนส่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณา จากการเสนอแก้ไขปรับเพิ่มโทษกรณีความผิดดังกล่าว

จะทำให้การพิจารณาโทษตามฐานความผิดอยู่ในดุลพินิจของชั้นศาล จะทำให้ผู้ขับขี่ตระหนักและปฏิบัติตามกฎจราจรมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น ส่วนสำคัญอยู่ที่ผู้ขับขี่ ต้องตระหนักถึงความปลอดภัยและนำไปปฏิบัติอย่างจริงจังอย่างทั่วถึง

พล.ต.ต.เอกรักษ์กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังได้สนับสนุนในเรื่องกระบวนการของใบขับขี่ควรจะส่งไปที่ศาล เพื่อให้ศาลเป็นผู้พิจารณา สิ่งที่ต้องการคือผู้ขับขี่ที่มีคุณภาพ มีความสามารถที่จะขับรถได้อย่างดีและปลอดภัย ดังนั้นต้องไปผ่านการตรวจสอบมาตรฐานเบื้องต้นของกรมการ ขนส่งฯ

โดยมีวัตถุประสงค์ที่ต้องการให้ทุกคนปลอดภัย วันเดียวกัน นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับประชาชนทุกฉบับที่ผ่านมาพิจารณาอย่างรอบคอบรอบด้านอยู่แล้ว ขอให้ใจเย็นๆ

ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของ ครม.พิจารณา ยังไม่ได้บรรจุเข้าสู่การพิจารณาของ สนช. หรือถ้ามีการเสนอร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเข้ามาที่ สนช.จริง ยังต้องผ่านขั้นตอนการรับฟังความเห็นประชาชน ตามมาตรา 77 สนช.พร้อมรับฟังทุกฝ่ายทั้งประชาชนผู้ขับขี่บนท้องถนน หรือเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กติกา

ขณะที่นายเรวัต อารีรอบ อดีต ส.ส.ภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ได้ทำหนังสือถึง รมว.คมนาคม ขอให้ทบทวนเรื่องดังกล่าว เพราะโทษจำและปรับ ไม่น่าเหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน อาจเป็นการแก้ไขปัญหาไม่ตรงจุด โดยเฉพาะการเพิ่มอำนาจให้เจ้าหน้าที่มากเกินพอดี

กลายเป็นการเปิดช่องทางแสวงหาผลประโยชน์จากผู้กระทำความผิดเพื่อไม่ต้องรับโทษปรับจะทำให้รัฐเสียรายได้ตามกฎหมาย ขอให้ รมว.คมนาคมสั่งการให้ทบทวน ทั้งนี้ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเน้นที่มาตรการในการออกใบอนุญาตขับขี่ จะมีส่วนสำคัญในการช่วยลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนมากกว่า

คลิป

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here