พ่อสปาย-ยอมรับ! ‘ใช้เงินเสี่ยอ้วน- ทัวร์ญี่ปุ่นทั้งบ้าน’ ยัน! ได้แค่ ‘2 ล้าน’ ไม่ใช่ ‘7 ล้าน’!

0
199

พ่อสปาย-ยอมรับ! ‘ใช้เงินเสี่ยอ้วน- ทัวร์ญี่ปุ่นทั้งบ้าน’ ยัน! ได้แค่ ‘2 ล้าน’ ไม่ใช่ ‘7 ล้าน’ ?! (ชมคลิปท้ายข่าว)

“พ่อสปาย” ยอมรับแล้ว! ใช้เงินเสี่ยอ้วน-ทัวร์ญี่ปุ่นทั้งบ้าน ยันได้แค่ 2 ล้าน ไม่ใช่ 7 ล้าน จากกรณี คดีสะเทือนขวัญ นายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง ‘น้องสปาย-น้องฟอส’ บริเวณหน้าองค์พระพุทธรูปสลักเขาชีจรรย์ จ.ชลบุรี

โดยหลังก่อเหตุ เสี่ยอ้วนได้หลบหนีไปยังประเทศกัมพูชา ก่อนถูกจับได้และนำตัวกลับมายังประเทศไทย โดยเสี่ยอ้วน ยังได้เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตนได้โอนเงินให้ครอบครัวน้องสปาย ถึง 7 ล้านบาท ให้นำไปซื้อรถ รวมถึงไปเที่ยว ฯลฯนายสมพงษ์ ฉลูศรี พ่อของน้องสปาย ยอมรับว่า ได้รับเงินจากเสี่ยอ้วน 2,100,000 บาท โดยได้นำไปใช้จ่าย ดังนี้

ซื้อรถกระบะ 640,000 บาท
ซื้อรถเก๋ง 982,624 บาท
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวของน้องสปาย 200,000 บาท
ค่าเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่น ของพ่อแม่ และน้องสปาย เมื่อเดือน เม.ย. 260,000 บาท
ค่าใช้จ่ายทั่วไปในบ้าน 15,000-20,000 บาท

- Advertisement -

ทั้งนี้ พ่อของน้องสปาย ยังเปิดเผยว่า หลังจากมีข่าวว่าเสี่ยอ้วน จะฟ้องร้องครอบครัวตรว่าฉ้อโกงนั้น ทางตนได้เตรียมทนายไว้แล้ว โดยบอกอีกว่า ทางตนและแม่น้องสปาย ไม่เคยไปโกงใคร มีแต่เสี่ยอ้วนที่โอนเงินมาให้โดยเสน่หา ส่วนที่เสี่ยอ้วนบอกว่า 7,000,000 บาท นั้น ตนไม่ทราบ

ส่วนทางด้าน น.ส.วันเพ็ญ แม่ของสปาย เปิดเผยว่า ที่สปายพาครอบครัวไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นนั้น เพราะสปายทำงานมีรายได้หลักแสนบาทต่อเดือน ส่วนกรณีโพสต์ของอั้ม เพื่อนคนสนิทของสปายและฟอส ที่ระบุว่าขอให้ทั้ง 2 คน เป็นคู่รักกันทุกชาติไป ตนขอปฏิเสธว่าไม่ใช่คนรักกัน แต่ความหมายคือเป็นเพื่อนรักกันมากกว่า

ภาษาการตีความแบบคนอีสาน คือเป็นแค่เพื่อนกัน ไม่ได้แปลว่าเขารักกัน เพราะทั้ง 2 คน เวลาไปไหนมาไหน ทำกิจกรรมก็จะทำร่วมกันมาตลอด และกรณีคลิปงานวันเกิดนั้น จากพฤติกรรมของฟอสที่อวยพรแล้วลูบหัวสปาย ก็ถือว่าปกติ ไม่ใช่เรื่องแปลก เวลาดีใจหลังสปายประกวดอะไรชนะเลิศ ฟอสก็จะโอบกอด และลูบหัวเป็นปกติ

ส่วนกรณีที่พ่อน้องสปายเปิดเผยว่า เคยเห็นความสัมพันธ์เกินเพื่อน ระหว่างฟอสและสปาย จึงได้ให้ทั้งคู่แยกกันอยู่ ตนขอยืนยันว่าการให้สัมภาษณ์ของพ่ออาจจะไม่ชัดเจน เพราะมีปัญหาด้านกล่องเสียง จึงอาจพูดไม่เคลียร์ แต่ตนยอมรับว่า ช่วงนั้นมีการแยกเด็ก 2 คนจริง

เพราะเหตุที่ว่ามีการข่มขู่เกิดขึ้น ระหว่างสปายกับเสี่ยอ้วน เพราะเข้าใจผิดเรื่องความสัมพันธ์ของฟอสและสปาย ดังนั้นขณะที่ 2 คน มาอยู่บ้านที่ จ.กาฬสินธุ์ จึงให้แยกกันอยู่ เพื่อความปลอดภัยเท่านั้น ประกอบกับทราบข่าวมาว่าฟอสจะไปต่างประเทศด้วย แต่การแยกกัน ไม่ใช่เพราะกีดกัน

ขณะที่กระแสสังคม มองว่าฟอสมีส่วนช่วยสปายรับเงินมาจากเสี่ยอ้วน ตนไม่เชื่อแบบนั้น น.ส.วันเพ็ญ กล่าวว่า ส่วนที่สปายคุยกับเพื่อนสนิทว่า มีการโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตราคาเกือบแสนบาทนั้น ตนไม่เห็น และยังไม่เห็นแชทดังกล่าวด้วย แต่เดาได้ว่ามีช่วงหนึ่งที่สปายโทรมาบอกว่าจะชื้อโทรศัพท์มือถือใหม่ โดยบอกว่าหลังเก็บเงินได้แล้วจะน้ำไปชื้อ ซึ่งตนก็เชื่อว่าเงินดังกล่าวคือเงินที่น้องทำงานมา ไม่ใช่เงินของเสี่ยอ้วน นอกจากนี้ น.ส.วันเพ็ญ พูดติดตลกว่า “แต่จะใช่หรือไม่นั้น ถ้าอยากรู้ ให้ลองไปถามกับสปายเอาเอง”

และเมื่อวันที่  24 ส.ค. นายธรรมรัตน์  สุวรรณโพธิศรี”  หรือ โจ้ สปอตไลท์ ภูเก็ต คนสนิท นายปัญญา ยิ่งดัง หรือ “เสี่ยอ้วน” ออกมาเปิดใจในรายการโหนกระแสว่า ตนสนิทกับเสี่ยอ้วนในระดับหนึ่ง มีอะไรเค้าก็มาปรึกษาบ้าง กินดื่มทักทายกันตามปกติ

ใครอยู่แถวป่าตองก็ต้องรู้จักเค้า ฉายาเขาคืออ้วนห้องน้ำ มีธุรกิจห้องน้ำอยู่ เข้าห้องน้ำจะรู้ว่านี่เด็กอ้วน เค้ามีบาร์ ส่วนเรื่องหลักฐานสลิปการโอนเงิน ส่วนหนึ่งหลุดมาจากตน ได้มาจากเพื่อนที่เป็นทนายความ ห้วงเวลาน่าจะ 3-4 เดือน ทนายคนนี้เคยบอกอ้วนจะให้ฟ้อง จนวันนึงแม่น้องสปายบอกว่าได้เงิน 1 ล้าน แต่ทนายบอกว่าเค้าพูดแบบนั้นไม่จริง ตนจึงถามว่าเอาหลักฐานอะไรมายืนยัน เค้าเลยเอารูปทุกอย่างให้ดู เป็นสลิปอันนี้

“มีเยอะกว่านี้ครับ เพื่อนที่คุยกับอ้วน เค้าจะให้ว่าความคดีฉ้อโกง โดยเฉพาะครอบครัวคุณสปาย ตอนที่คุยกันก็ส่งไลน์ให้กัน ขณะนั้นห้วงไหนที่โหลดเก็บได้ก็โหลด แต่อันไหนโหลดเก็บไม่ทันก็นั่งๆ ดูไป แต่ไฟล์มันหมดอายุไปก่อน เท่าที่ทนายแจ้ง 4 ล้านบวกแน่นอน อ้วนไม่ได้เคี่ยว ด้วยความเค้าหาเงินมาได้ยาก สมัยก่อนมันคือการฝึกของเขา ผมว่าเค้ามีหลักฐาน”

โจ้ สปอตไลท์ ภูเก็ต กล่าวอีกว่า ตนว่าทุกคนมีสิทธิ์ปกป้องตัวในเบื้องต้นเวลาเกิดกระแสสังคม  ถ้าเป็นแม่น้องสปาย ก็ทำอย่างนั้น สิ่งที่จะยืนยันและย้อนแย้งที่สุดคือหลักฐาน สมมติมีการโอนเงินตามบัญชีที่เห็น เป็นบัญชีพ่อน้อง หรือบัญชีน้องเค้า สมมติแม่บอก 1 ล้าน แต่มี 7 แสน เอาบัญชีมาดู มีภาพที่ทนายส่งมาให้ดู น้องเค้าส่งรูปบ้านที่กำลังทำให้อ้วนดูเป็นระยะๆ น้องเค้าก่อสร้าง ไลน์นี้ส่งให้อ้วนอ่าน ถามว่าส่งให้ดูทำไม ปวีณาคือชื่อน้องสปาย

“จะยอมรับหรือไม่ยอมรับมันพิสูจน์ไม่ได้จริงๆ ถ้าคนอื่นมองก็ใช่แล้วแหละ ถ้าคุณเอาเงินเขาไป ไปตกลงอะไรกับเค้าไว้ แม่พูดอีกอย่างว่าเอาเงินจากทางอื่นมาทำบ้าน แต่นี่ข้อสงสัยอย่างเดียวเอามาให้อ้วนดูทำไม เค้ามีสิทธิ์จะพูด หลักฐานโกหกไม่ได้ คนพูดยังไงเค้ามีสิทธิ์ปฏิเสธ แต่หลักฐานสลิปการโอนตังค์โกหกไม่ได้

ทนายผมฝากถามแม่สปายหน่อย 7 แสนถ้าสลิปชี้ไปเป็นบัญชีนี้ ส่งมาให้ดูหน่อย ถ้าบอกตำรวจยึดไปแล้ว แต่ทีมจเรส่งคืนมาแล้ว ก็เอามาให้ดูหน่อย อย่างน้อยให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวพ่อแม่สปายเค้า แต่ช่วยตอบคำถามว่า 7 แสนมีจริงมั้ย ถ้ามีจริงอยู่ไหน หมดหรือยัง ทำไมไม่คืน”

โจ้ สปอตไลท์ ภูเก็ต เผยอีกว่า มั่นใจว่าไม่ใช่เงินครอบครัวเค้า ตอนนั้นเลิกกันแล้ว อ้วนอกหักพักนึง เอารูปพวกนี้มาให้ดูว่าเค้าไปเที่ยวญี่ปุ่นมีความสุข ก็ต้องถามว่าเงินใคร จะบอกว่าเป็นเงินเก็บน้องสปายก็ได้ (หัวเราะ) แต่อย่าลืมว่ามีการโอนเงินในช่วงเวลา 2 เดือนเศษ บอกว่า 4 ล้าน สุดท้ายการโอนเงินคือเดือน เม.ย. ซึ่งเค้าเลิกกันแล้ว พอเลิกครอบครัวก็ไปเที่ยวญี่ปุ่น คนที่ยืนยันว่า 7 ล้านก็ยืนยันว่าเงิน 7 ล้านเงินใคร แค่นั้นเอง

“ผมตั้งข้อสังเกตทุกครั้ง เช็คกับเจ้าของบาร์น้องฟอสไปทำงาน ฟอสไม่เคยมีแฟนผู้ชายที่ภูเก็ตเลย ปกติถ้าชายรักชาย ป่าตองบรรยากาศมันเอื้อ กินอยู่ทุกวัน คนมากหน้าหลายตา กิ๊กก็ไม่มี แฟนก็ไม่มี อันนี้ยิ่งทำให้อ้วนเชื่อว่าฟอสไม่ใช่กะเทย ผมเชื่อว่าถ้าเค้าเป็นชายรักชาย อยู่กับเพื่อนผู้หญิงก็ประมาณนี้แหละ แต่ถ้าเค้าเริ่มไม่เชื่อล่ะ ถ้าเกย์อาจเป็นมุมนั้นก็ได้ ผมไม่ได้เข้าข้างน้องสปายนะ เวลาเราถ่ายรูปมีบางช็อตบางมุม

แต่มุมนี้เป็นเรื่องภาพลักษณะนี้ที่ตั้งข้อสังเกต สายัณห์ที่เป็นนกต่อส่งรูปอะไรให้อ้วนดู ทีมพนักงานสอบสวนบอกเบื้องต้นคนที่อยู่แวดล้อมบอก อ้วนจะพาไปทวงหนี้ ไปอุ้ม ไม่มีเจตนาจะฆาตกรรม อะไรที่สายัณห์ส่งให้ มันส่อมากกว่านี้มั้ย” จากนั้น โจ้ สปอตไลท์ ภูเก็ต กล่าวทิ้งท้ายว่า เหมือนก้าวข้ามความเป็นมนุษย์ ถ้าคุณเคยฆ่าใครสักคน ครั้งที่สองก็ไม่ยากแล้ว ครั้งแรกขึ้นศาลก็จะแปลกๆ แต่ครั้งที่สองก็เริ่มไม่ยาก เค้าฆ่าอีกครั้งจะเข้าใจว่าทำยังไงไม่โดนคดี

คลิป 1

คลิป 2

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here