ชาวสกลฯ สุดปลื้ม ‘ทีมงานท่อซิ่งพญานาค’ มาด้วยใจ ช่วยเหลือเร่งเดินเครื่องสูบน้ำเต็มกำลัง!

0
219

ชาวสกลฯ สุดปลื้ม! ‘ทีมงานท่อซิ่งพญานาค’ มาด้วยใจ ช่วยเหลือเร่งเดินเครื่องสูบน้ำเต็มกำลัง! (ชมคลิปท้ายข่าว)

ทีมงานเสี่ยดำบ้านแพ้ว นำท่อซิ่งเครื่องยนต์สูบน้ำที่เคยปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือ 13 ชีวิตที่ถ้ำหลวง เดินทางถึงสกลนครแล้ว เพื่อช่วยผลักดันน้ำ รับมือน้ำฝนที่อาจตกเพิ่มมาอีก จากสถานการณ์น้ำใน จ.สกลนคร ที่มีฝนตกต่อเนื่องสมทบกับน้ำที่ไหลลงมาจากเทือกเขาภูพาน ทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ริมแม่น้ำสายหลัก 4 สาย

คือ ลำน้ำอูน, ลำน้ำสงคราม, ลำน้ำก่ำ และลำน้ำยาม ทำให้พื้นที่ทางการเกษตรและนาข้าวเสียหาย โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เฝ้าจับตาและเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่นั้น เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (2 ส.ค.) เฟซบุ๊ก ประชาสัมพันธ์ จ.สกลนคร มีรายงานว่า เครื่องสูบน้ำท่อซิ่งพญานาค ติดตั้งที่โรงบำบัดน้ำเสียเทศบาลนครสกลนคร เริ่มเดินเครื่องสูบน้ำ จากบ่อบำบัดลงสู่หนองหาร

- Advertisement -

เป็นทีมท่อซิ่งบ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ของนายบุญชาติ บุญบางยาง (เสี่ยดำหลักสี่ บ้านแพ้ว) และทีมงานอีก 6 ชีวิต ซึ่งได้เดินทางมาถึง จ.สกลนคร เมื่อวานนี้ สำหรับเครื่องยนต์สูบน้ำดังกล่าว มีกำลังเครื่องยนต์ดีเซล กำลัง 370 แรงม้า ขนาดท่อ 20 นิ้ว จำนวน 1 เครื่อง อัตราสูบน้ำ 6,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเคยไปปฎิบัติงานช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมี่ ที่ถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย

ถือเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในการสูบน้ำสนับสนุนภารกิจทีมกู้ภัยนักประดาน้ำที่ ปฏิบัติงานจนสำเร็จปลอดภัยทั้ง 13 ชีวิต ด้านนาย วิทยา จันทร์ฉลอง ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร กล่าวว่า พื้นที่ของเทศบาลนครสกลนคร มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ การระบายน้ำตามปกติคงไม่ไหวแล้ว เพราะน้ำที่หนองหารเพิ่มสูงขึ้น ต้องระดมเครื่องสูบน้ำจากหน่วยงานในพื้นที่มาช่วยในการระบายน้ำออก

และได้ประสานให้ทีมสูบน้ำท่อซิ่ง เข้าช่วยสูบระบายน้ำ เพื่อความมั่นใจในการป้องกันน้ำท่วมในเขตเทศบาลนครสกลนคร ด้านนายบุญชาติ บุญบางยาง อายุ 34 ปี หรือเสี่ยดำ กล่าวว่า ได้รับการประสานจากทางจังหวัดสกลนคร ให้ไปช่วยสูบระบายน้ำป้องกันน้ำท่วม จึงรีบนำเครื่องสูบน้ำเดินทางออกมาทันที โดยการเดินทางมาครั้งนี้เต็มใจมาช่วยอย่างเต็มที่ แม้ว่าสถานการณ์น้ำจังหวัดสกลนครจะดีขึ้น

แต่ยังไม่น่าไว้ใจ ต้องเร่งติดตั้งเครื่องเพื่อผลักดันน้ำออกจากเทศบาลนครสกลนคร เพื่อรองรับน้ำฝนที่อาจจะเติมเข้ามาอีก จากเหตุการณ์ สกลนครวิกฤติหนักในรอบ 30 ปี ท่วมเกือบทั้งจังหวัด ถนนหลายสายกลายเป็นอัมพาต อ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้นพัง-ประกาศปิดสนามบินแล้ว อิทธิพลพายุ ‘เซินกา’ ที่แผ่เข้าปกคลุมประเทศไทย ทำให้มีฝนตกหนักต่อเนื่อง

ส่งผลกระทบให้หลายพื้นที่ต้องเผชิญกับสภาวะน้ำท่วม เช่นเดียวกับที่จังหวัดสกลนคร ได้มีฝนตกลงมาต่อเนื่องติดต่อกันหลายวัน  ที่ผ่านมา และยังคงตกต่อเนื่องตลอดเวลา โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา(27 ก.ค.) มีฝนตกลงมาอย่างหนักในเขตจังหวัดสกลนคร ส่งผลให้เกิดภาวะน้ำท่วมขังเพื่อรอการระบาย ในถนนหลายสายในเขตเทศบาลนคร สกลนคร

เช่น ถ.รัฐพัฒนา ถ.สกลทวาปี ถ.ต.พัฒนา เป็นต้น ระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 50 เซนติเมตร ทำให้ถนนบางสายรถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ นอกจากนี้ น้ำได้เริ่มเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรในเกือบทุกชุมชน ในเขตเทศบาลนครสกลนคร ส่งผลให้การจราจรเริ่มติดขัดในถนนหลายสาย ขณะที่บริเวณหนองสนม

แหล่งน้ำที่เป็นแก้มลิงที่รองรับน้ำเพียงแห่งเดียวในเขตเทศบาลนครสกลนคร ก็เข้าสู่ภาวะวิกฤติ เมื่อน้ำจากภายในเขตเทศบาลนครสกลนครไหลรวมตัวลงสู่หนองสนม จนเกินความจุ ทำให้เอ่อล้นเข้าท่วมถนนโดยรอบ รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านไปได้ ต้องปิดการจราจรโดยเด็ดขาด

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า ภาวะน้ำท่วมจากพิษของพายุเซินกา ได้ส่งผลกระทบเกือบทั้งจังหวัดสกลนคร โดยนับตั้งแต่เช้ามืดมีรายงานทยอยสถานการณ์น้ำท่วมเข้ามาเป็นระยะๆ โดยมีรายงานว่า ที่บ้านหนองสะไน ต.นาม่อง อ.กุดบาก เส้นทางเข้าสู่หมู่บ้านถูกกระแสน้ำพัดขาด ส่วนที่ บ.หนองไผ่ ต.นาหัวบ่อ อ.พรรณานิคม มีชาวบ้านผู้หญิงโทรศัพท์ร้องขอความช่วยเหลือ

เนื่องจากติดอยู่ในบ้านเพียงลำพัง ในขณะที่ระดับน้ำท่วมสูงกว่า 1.50 เมตร แล้ว โดยตลอดทั้งวันนี้ ยังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง และมีรายงานว่า อ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้น ต.พังขว้าง อ.เมืองสกลนคร รับน้ำไม่ไหวจนอ่างแตก ทำให้น้ำทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ ต.พังขว้าง ต.ขมิ้น ต.ธาตุนาเวง ต.ธาตุเชิงชุม รวมถึงชุมชนเมืองทั้งหมด

ขณะที่ระดับน้ำในลำห้วยต่างๆ ก็เอ่อล้นตลิ่ง เข้าท่วมในเขตเทศบาลนครสกลนคร และบริเวณตำบลรอบนอกของอำเภอเมือง บางแห่งระดับน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร ส่งผลการจราจรเป็นอัมพาตทั้งเมือง เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายต้องเร่งนำเรือท้องแบนเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ติดอยู่ในบ้านใกล้กับลำห้วย ต่างๆ ที่โทรศัพท์ร้องขอเข้ามาเป็นจำนวนมาก แต่กำลัง จนท.

และเรือท้องแบนมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ จนกระทั่งเวลา 14.00 น. วันนี้ ยังไม่สามารถช่วยเหลือประชาชน ที่ร้องขอความช่วยเหลือออกมาได้ทั้งหมด ที่โรงแรม Hop Inn ที่มีที่ตั้งอยู่ริมหนองสนม ได้รับการร้องขอจากผู้ที่เข้าพักว่ามีผู้ติดอยู่ในโรงแรมดังกล่าวจำนวน 69 คน ต้องการความช่วยเหลือเพื่อจะออกมาจากโรงแรมดังกล่าวเนื่องจากระดับน้ำยังคงเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างน่ากลัว

โดยมทบ.29 พร้อมทหารจากอุดรธานี และนครพนม นำเรือท้องแบน เดินทางเข้ามาเสริมกำลังเพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนชาวสกลนครอย่างเร่งด่วนแล้ว ขณะที่ นายดรุณ แสงฉาย อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงเวลา 10.00 น. ท่าอากาศยานสกลนคร จ.สกลนคร ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ ในพื้นที่ของ จ.สกลนคร

โดยน้ำได้เข้าท่วมบริเวณทางเข้าสนามบิน และทางขับ(แท็กซี่เวย์) มีความสูงประมาณ 35-40 ซม. จึงทำให้ทางสนามบินสกลนครต้องประกาศยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมดของสายการบินที่มีเที่ยวบินตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันที่ 28 ก.ค. โดยปัจจุบันท่า3อากาศยานสกลนคร มี 4 เที่ยวบินต่อวัน เป็นของสายการบินไทยแอร์เอเชีย 1 เที่ยวบิน และนกแอร์ 3 เที่ยวบิน

ทั้งนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ติดตามเฝ้าดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชม.ว่าน้ำจะท่วมเพิ่มสูงขึ้นหรือไม่ หากเพิ่มสูงขึ้นอาจต้องปิดสนามบินงดทำการบินไปก่อน เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและอากาศยาน นายดรุณ กล่าวต่อว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เที่ยวบินของสายการบินไทยแอร์เอเชีย ยังสามารถลงจอดได้ตามปกติ เพราะน้ำยังท่วมแท็กซี่เวย์ และทางเข้าสนามบินไม่มากนัก แต่ก็มีผู้โดยสาร ตกค้างที่สนามบินประมาณ 15 คน

ซึ่งทางสนามบินได้ประสานไปยังหน่วยงานทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาช่วยเหลือจัดรถเข้ามารับผู้โดยสารเพื่อไปส่งภายในตัวเมืองเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม เวลานี้ได้ประสานกับทางสายการบินอยู่ตลอด เพื่อให้แจ้งผู้โดยสารทราบเรื่องการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินและการคืนตั๋วโดยสาร โดยกรณีที่สายการบินยกเลิกเที่ยวบินจะต้องคืนเงินให้ผู้โดยสารครบ 100%

หากต้องการเลื่อนวันเดินทางสามารถทำได้โดยสารการบินจะเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด และกรณีผู้โดยสารมีความจำเป็นต้องเดินทาง ต้องประสานการเดินทางไปยังสนามบินใกล้เคียงด้วย ด้านนายนิพนธ์ มังกรแก้ว ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสกลนคร สำนักชลประทานที่ 5 ยอมรับว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้ ขณะนี้ อ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้น ตำบลพังขว้าง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร

ซึ่งเป็นอ่างเก็บนำขนาดกลาง ความจุอ่างที่ 2 ล้าน 4 แสนลูกบาศก์เมตร แบกรับน้ำเกินขนาด จนส่งผลให้มีน้ำล้นทำนบดิน และพังทลายกินลึกประมาณ 4 เมตร ยาว 20 เมตร ทำให้มีน้ำไหลออกทันที กว่า 1 ล้านลูกบาศก์เมตร เข้าสู่พื้นที่ใกล้เคียง คือ ตำบลขมิ้น กับตำบลพังขว้าง โดยพื้นที่ดังกล่าว เป็นบ้านเรือนประชาชน และพื้นที่ทางการเกษตร

นอกจากนี้ กระแสน้ำได้กัดคอสะพานบนถนนหมายเลข 22 เส้นสกลนคร-อุดรธานี ขาดไป 1 สะพาน เบื้องต้น เจ้าหน้าที่กรมชลประทานกำลังเร่งเข้าไปในพื้นที่ เพื่อแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ต้องปรเมินจากหน้างสานอีกครั้งว่าจะใช้วิธีนำถุงทรายมาวาแทนทำนบดินชั่วคราว หรือนำรถแม็คโครเข้ามาเพื่อแก้ปัญหาต่อไป.

คลิป

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here