ซัดกระจายขึ้นถนน! ‘นาทีระทึก’ ชาวเมืองวิ่งหนี ‘กระแสดินโคลนไหลถล่ม’ เหมือนภูเขาไฟระเบิด

0
87

ซัดกระจายขึ้นถนน! ‘นาทีระทึก’ ชาวเมืองวิ่งหนี ‘กระแสดินโคลนไหลถล่ม’ เหมือนภูเขาไฟระเบิด (ชมคลิปท้ายข่าว)

กระแสเชี่ยวกรากของหินและดินโคลนไหลจากภูเขาลงถล่มเมืองชาโมซง (chamoson) ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ที่ผ่านมา อย่างรุนแรงจนซัดขึ้นมาบนท้องถนนเหมือนภูเขาไฟระเบิด สร้างความแตกตื่นให้กับประชาชนบนท้องถนน เหตุเกิดสืบเนื่องจากมีพายุพัดเข้าถล่มแม่น้ำและสร้างความเสียหายแก่ตลิ่ง กระแสโคลนดังกล่าวไหลทับบ้านเรือนและรถยนต์จนได้รับความเสียหาย แต่อย่างไรก็ดี ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว

สำหรับเหตุการณ์โคลนถล่ม เป็นภัยธรรมชาติ คือ คำเรียกรวมๆของการเคลื่อนที่ของมวลสาร (Mass movement หรือ mass-wasting) ซึ่งคือ กระบวนการเคลื่อนตัวของมวลหิน ดินและทรายลงมาตามความลาดชันภายใต้แรงดึงดูดของโลกเป็นหลัก โดยอาจอาศัยตัวกลางระหว่างการพัดพา ยกตัวอย่างเช่น น้ำ, ลมและธารน้ำแข็ง ซึ่งตัวกลางเหล่านี้เป็นตัวช่วยเสริมการย้ายมวล ดังนั้นหากตะกอนอิ่มตัวด้วยน้ำ แรงเสียดทานระหว่างเม็ดตะกอนจะลดลง การย้ายมวลจึงเกิดได้ดีขึ้น

- Advertisement -

หลายคนเข้าใจว่า การย้ายมวลเกิดเฉพาะบนแผ่นดิน (Continents) เท่านั้น แต่จากการศึกษาทางธรณีฟิสิกส์และการลำดับชั้นหินตะกอนพบว่า บริเวณไหล่ทวีป ของมหาสมุทรหลายแห่ง มีการเคลื่อนตัวของตะกอนเช่นเดียวกับบนแผ่นดิน และจัดเป็นการเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วลงมาตามความลาดชัน เรียกว่า กระแสน้ำขุ่นข้น (turbidity current)

กระบวนการเกิดดินหรือโคลนถล่ม ส่วนใหญ่การย้ายมวลที่กล่าวถึงกันบ่อยๆ คือ แผ่นดินเลื่อน (Landslide) หรือดินถล่ม โดยรวมเอาวิธีการย้ายมวลทุกรูปแบบไว้ด้วยกัน ซึ่งความจริงยังไม่ถูกต้องมากนัก รูปแบบการย้ายมวลมีหลายกระบวนการด้วยกัน โดยถือปัจจัยเหล่านี้เป็นตัวกำหนด ความเร็วของการย้ายมวล ปริมาณน้ำที่เข้ามาเกี่ยวข้อง
ชนิดของสารที่เกิดการย้ายมวล

ความลาดชันของพื้นที่ หากจำแนกตาม Sharpe (1938) จะพิจารณาความเร็วของการย้ายมวล ปริมาณน้ำและความลาดชันของพื้นที่เป็นสำคัญ โดยเรียงลำดับจาก ปริมาณน้ำน้อยและมีการเคลื่อนตัวของมวลสารมาก ในพื้นที่ความลาดชันสูง – ปริมาณน้ำมากและมีการเคลื่อนตัวของมวลสารน้อย ในพื้นที่ความลาดชันต่ำ ดังนี้

แผ่นดินถล่ม กองหินจากการถล่ม ซึ่งเป็นการถล่มอย่างรวดเร็วจากเทือกเขาสูงชัน โดยอัตราความเร็วอาจมากกว่า 800 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถทำลายสิ่งต่างๆที่ขวางกั้น ดินเลื่อน เป็นการเคลื่อนตัวของหินหรือหินผุตามไหล่เขาหรือลาดเขาจากแรงดึงดูดของโลก การเลื่อนตัวเป็นไปอย่างช้าๆ จนสามารถกำหนดขอบเขตของการเลื่อนตัวด้านข้าง ถ้าปริมาณน้ำมากขึ้นและการเคลื่อนตัวเร็วขึ้นดินเลื่อนอาจเปลี่ยนเป็นโคลนไหล

น้ำหลากแผ่ซ่าน เป็นลักษณะการหลั่งไหลของน้ำแผ่ซ่านจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ ขณะฝนตกหนัก เพราะปริมาณน้ำมีมากจนไหลลงร่องห้วยลำธารต่างๆ ซึ่งจะทำให้เกิดการไหลแผ่ซ่านของน้ำออกเป็นผืนบางๆ บนผิวดิน การกร่อนแบบพื้นผิว เป็นการกร่อนผุพังของพื้นผิวที่มักเกิดในฤดูฝน เพราะน้ำฝนไหลหลากลงสู่ร่องลำธารต่างๆไม่ทันจึงไหลแผ่ซ่านไปตามพื้นดินที่ต่ำกว่า ทำให้เกิดการกัดกร่อนเป็นบริเวณกว้างกว่าน้ำหลากแผ่ซ่าน ธารน้ำ

ข้อสังเกตหรือสิ่งบอกเหตุ การย้ายมวลบางครั้งเกิดขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผลหรือโอกาสการระมัดระวังน้อยมาก โดยส่วนใหญ่ การย้ายมวลมักเกิดจากเหตุการณ์ต่อไปนี้เป็นตัวกระตุ้น การสั่นไหวอย่างรุนแรง หรือการเกิดแผ่นดินไหว พลังงานที่เกิดจากแผ่นดินไหวสามารถถ่ายทอดมายังพื้นดิน ทำให้เกิดการเสียสมดุลของพื้นที่ลาดเอียง (Slope failure)

การเปลี่ยนความลาดชัน หรือ การถอดส่วนค้ำจุน การกัดลึก ของลำธารตามตลิ่งหรือการกัดเซาะของคลื่นตามชายฝั่งทะเล โดยเฉพาะคลื่นลมแรงที่มีความเร็วและความแรงสูงมาก กระแทกกับชายฝั่งจนทำให้เกิดการเสียสมดุลของพื้นที่และเกิดแผ่นดินเลื่อนในที่สุด กรณีพื้นที่หมู่เกาะฮาวายซึ่งร่นเข้าไปในแผ่นดิน เนื่องจากคลื่นกระแทกหินภูเขาไฟที่มีรอยแตกถี่ๆบริเวณด้านล่างของผา

จนเกิดการเลื่อนลง ทำให้หินที่วางตัวอยู่ด้านบนพังตัวลงมา ฝนตกหนัก ฝนที่ตกหนักและยาวนานอาจทำให้พื้นดินที่เอียงเทอิ่มตัวด้วยน้ำ และเกิดการเสียสมดุล ด้วยเหตุนี้การย้ายมวลจึงเกิดขึ้นบ่อยในบริเวณที่มีฝนตกชุก การระเบิดของภูเขาไฟ เป็นสภาวะหนักที่กระตุ้นให้เกิดแผ่นดินเลื่อนหรือถล่ม ภูเขาไฟชนิดเป็นชั้น มักประกอบด้วยธารหินละลายและเถ้าถ่านไหลที่ยังไม่แข็งตัวและไม่เสถียรจึงอาจก่อให้เกิดการถล่มลงมาได้

ลักษณะพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดภัยโคลนถล่มและสัญญาณเตือนภัย พื้นที่ที่มีโอกาสเกิดภัยโคลนถล่ม หมายถึง พื้นที่และบริเวณที่อาจจะเริ่มเกิดการเลื่อนไหลของตะกอนมวลดินและหินที่อยู่ บนภูเขาสู่ที่ต่ำในลำห้วยและทางน้ำขณะเมื่อมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ลักษณะของพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่ม มีข้อสังเกตดังนี้

พื้นที่ตามลาดเชิงเขาหรือบริเวณที่ลุ่มใกล้เชิงเขาที่มีการพังทลายของดินสูง พื้นที่เป็นภูเขาสูงชันหรือหน้าผาที่เป็นหินผุพังง่ายและมีชั้นดินหนาจากการผุกร่อนของหิน พื้นที่ที่เป็นทางลาดชัน เช่น บริเวณถนนที่ตัดผ่านหุบเขา บริเวณลำห้วย บริเวณเหมืองใต้ดินและเหมืองบนดิน

บริเวณที่ดินลาดชันมากและมีหินก้อนใหญ่ฝังอยู่ในดิน โดยเฉพาะบริเวณที่ใกล้ทางน้ำ เช่น ห้วย คลอง แม่น้ำ
ที่ลาดเชิงเขาที่มีการขุดหรือถม สภาพพื้นที่ต้นน้ำลำธารที่มีการทำลายป่าไม้สูง ชั้นดินขาดรากไม้ยึดเหนี่ยว
เป็นพื้นที่ที่เคยเกิดดินถล่มมาก่อน พื้นที่สูงชันไม่มีพืชปกคลุม บริเวณที่มีการเปลี่ยนแปลงความลาดชันของชั้นดินอย่างรวดเร็วซึ่งมีสาเหตุมาจากการก่อสร้าง บริเวณพื้นที่ลาดต่ำแต่ชั้นดินหนาและชั้นดินอิ่มตัวด้วยน้ำมาก

แนวทางการป้องกัน สำหรับในประเทศไทยการเกิดเหตุการณ์ดินถล่มนั้นส่วนใหญ่มีตัวกลางสำคัญในการเคลื่อนย้ายมวลของดิน คือ น้ำ โดยมากแล้วจะมีสาเหตุหลักมาจากการเกิดฝนตกหนัก และน้ำท่วม ทำให้ดินไม่สามารถอุ้มน้ำไว้ได้จึงเกิดกาวถล่มลงมาในส่วนของการเตรียมรับมือกับเหตุการณ์ดินถล่มนั้นเป็นสิ่งสำคัญเพื่อเตรียมรับมือก่อนเกิดเหตุการณ์ดินถล่มเพื่อเป็นแนวทางในการรักษาชีวิตรอดได้ (วรนุช 2555)

ต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับดินถล่มก่อน ว่าเป็นการถล่มแบบใด เป็นการเคลื่อนย้ายของหิน การเคลื่อนของแผ่นดิน หรือการสไลด์ลงมาตามแนวลาดชัน เป็นการถล่มขนาดเล็กหรือใหญ่ ค่อยเกิดการเคลื่อนตัว หรือเกิดขึ้นฉับพลัน มีสาเหตุมาจากอะไร พายุ แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด ไฟป่า

หรือเกิดมาจากกิจกรรมของมนุษย์ รู้จักสังเกต และให้ความตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมรอบตัวอยู่ตลอดไม่ว่าท่านจะอาศัยอยู่ในพื้นที่ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะเกิดดินถล่ม  หรือเดินทางผ่านเส้นทางบริเวณที่อาจเกิดดินถล่ม สิ่งสำคัญที่ต้องให้ความสนใจคือลักษณะของภูมิประเทศและธรณีวิทยาของดินบริเวณนั้น

คลิป

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here