กรมอุตุนิยมวิทยา เตือน ปชช. เฝ้าระวัง “น้ำโขง” ระดับน้ำเพิ่มสูง ฝนตกหนัก วันที่ 5 – 7 ส.ค.นี้

0
83

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือน ปชช. เฝ้าระวัง “น้ำโขง” ระดับน้ำเพิ่มสูง ฝนตกหนัก วันที่ 5 – 7 ส.ค.นี้ (ชมคลิปท้ายข่าว)

แม้ว่าก่อนหน้านี้เจ้าพายุเซินติญจะแค่เข้ามาเฉียดๆประเทศไทย แต่ก็สร้างความเสียหายไว้ในหลายจุด โดยเฉพาะทางฝั่งที่อยู่ติดริมแม่น้ำโขง ตอนนี้ยังมีหลายจังหวัดได้รับผลกระทบ ผลกระทบหลักของพี่น้องทางฝั่งภาคอีสานวันนี้ ยังมีสาเหตุมาจาก 2 ปัจจัยหลัก นั่นคือปริมาณฝนที่ยังตกต่อเนื่องในหลายพื้นที่ และระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่เพิ่มสูงขึ้น จนน้ำที่ยังค้างในลำน้ำสายต่างๆไม่สามารถระบายออกได้ตามปกติ

หากดูจากแผนที่การระบายน้ำนี้ จะเห็นว่าทิศทางการไหลของน้ำทางภาคอีสานลุ่มน้ำชีและน้ำมูล จะไหลมาบรรจบกันตรงจุดที่เรียกว่า สบชี-มูล ก่อนจะไหลออกไปลงแม่น้ำโขง ที่บริเวณ “ปากมูล” แต่สถานการณ์น้ำล่าสุดขณะนี้ ระดับน้ำในแม่น้ำโขง กับแม่น้ำมูล ตรง อ.โขงเจียม มีระดับเท่าๆกัน ดังนั้นน้ำโขงจึงเอ่อท้นเข้าท่วมบริเวณพื้นที่ อ.โขงเจียม เช่นเดียวกับพื้นที่ริมน้ำ อ.เมืองจังหวัดมุกดาหาร ที่อยู่ติดแม่น้ำโขงเหมือนกัน ส่วนริมโขง ที่ จ.นครพนม ยังไม่ล้นตลิ่ง

นอกจากส่วนที่อยู่ติดแม่น้ำโขงแล้ว ยังมีอีกจุดที่ได้รับผลกระทบ นั่นคือ บริเวณที่ลุ่มติดลำน้ำยัง ตรง อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งได้รับน้ำจาก จ.สกลนคร  สำนักชลประทานที่ 6 ให้ข้อมูลว่า ระดับน้ำ อยู่สูงกว่าตลิ่งถึง 2.20 เมตร แต่ฝั่งขวาของแม่น้ำซึ่งเป็นชุมชน มีพนังกั้นน้ำเป็นทางยาวประมาณ 21 กิโลเมตร ก็เลยยังพอรับมือได้

แต่ส่วนฝั่งซ้าย หรือจุดที่ไม่มีพนังกั้น น้ำก็เอ่อท้นเข้าท่วมไปแล้ว สำหรับน้ำจากลำน้ำยัง จะไหลไปรวมกับแม่น้ำชี ก่อนจะระบายลงสู่แม่น้ำโขง ซึ่งโจทก์ใหญ่ของกรมชลประทานก็คือต้องเร่งระบายมวลน้ำก้อนนี้ออกโดยเร็ว ก่อนที่ฝนจะตกลงมาเพิ่ม เพราะด้วยปริมาณน้ำขณะนี้ พนังกั้นน้ำที่มีก็แทบจะเอาไว้อยู่แล้ว

กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ปริมาณฝน 7 วันข้างหน้านี้ว่า ช่วงวันที่ 1 – 4 สิงหาคมนี้ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยจะอ่อนกำลังลง ทำให้ฝนลดน้อยลงไปด้วย ก่อนที่วันที่ 5 – 7 สิงหาคมนี้ มรสุมจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้มีฝนตกหนักในบางแห่งร้อยละ 70 – 80 ของพื้นที่

สำหรับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ กรมอุตุฯยังคงคาดการณ์ว่าจะเป็นพื้นที่ติดริมชายขอบของประเทศ ภาคเหนือ ที่จังหวัดเชียงราย น่าน แม่ฮ่องสอน ภาคอีสาน ที่จังหวัดหนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร และทางฝั่งตะวันตกของประเทศ อย่างกาญจนบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์

ถ้าดูจากการคาดการณ์ของกรมอุตุแล้ว จะเห็นว่าฝนที่จะตกลงมารอบใหม่นี้ ก็จะคงกระจายอยู่ในพื้นที่เดิม ที่เคยตกหนักไปรอบที่แล้ว เพราะฉะนั้นประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ขอให้ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ที่อาจเกิดซ้ำได้ ที่สำคัญ ปริมาณฝนรอบนี้ก็เป็นโจทย์ใหญ่ของกรมชลประทานที่จะนำมาคำนวนว่าสามารถรองรับน้ำรอบใหม่นี้ได้แค่ไหน

การคาดหมาย  ในช่วงวันที่ 1-4 ส.ค. ประเทศไทยจะมีฝนลดลง เว้นแต่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังคงมีฝนต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง
ส่วนในช่วงวันที่ 5-6 ส.ค. ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง และคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ข้อควรระวัง  ในช่วงวันที่ 5-6 ส.ค. ขอให้ประชาชนระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำเอ่อล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่มไว้ด้วย สำหรับชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าว

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 1-4 ส.ค. หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบนและอ่าวตังเกี๋ย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลงเป็นกำลังปานกลาง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนลดลง เว้นแต่บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง

ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลางส่วนในช่วงวันที่ 5-6 ส.ค. ร่องมรสุมพาดผ่านตอนบนของประเทศไทย ประกอบมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง

ภาคเหนือ  มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ตลอดช่วง และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ตลอดช่วง และมีฝนตกหนักบางแห่งลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส

ภาคกลาง  ในช่วงวันที่ 1-4 ส.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 5-6 ส.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออก  ในช่วงวันที่ 1-4 ส.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 5-6 ส.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)  ในช่วงวันที่ 1-4 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 5-6 ส.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา

ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)  ในช่วงวันที่ 1-4 ส.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 5-6 ส.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง

ตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล  มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ตลอดช่วง และมีฝนตกหนักบางแห่งในช่วงวันที่ 5-6 ก.ค. ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส

คลิป

Leave your vote

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here