เปิดใจคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว! แต่งหญิงร่วมกิจกรรมวันแม่รับมาลัยจากลูก ขอทำหน้าที่แทนแม่ให้ดีที่สุด

0
227

เปิดใจคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว! แต่งหญิงร่วมกิจกรรมวันแม่รับมาลัยจากลูก ขอทำหน้าที่แทนแม่ให้ดีที่สุด (ชมคลิปท้ายข่าว)

เปิดใจคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว! แต่งหญิงรับมาลัยจากลูก ขอทำหน้าที่แทนแม่ให้ดีที่สุด วันที่ 10 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก ผู้ใช้เฟซบุ๊ก กรภัทร สุขหอม ได้โพสต์คลิปวิดีโอภายในงานวันแม่แห่งชาติ ปี 2561 ของโรงเรียนการกุศลวัดไตรรัตนาราม อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมข้อความ แม่ดีเด่น 2018

โดยในคลิปเป็นผู้ชายไว้หนวดแต่งกายด้วยเสื้อผ้าของผู้หญิงมาร่วมงานวันแม่ในโรงเรียนของลูกชาย โดยหลังมีการโพสต์คลิปดังกล่าวออกไปมีผู้เข้าชมพร้อมแสดงความคิดเห็นและแชร์โพสต์นี้กันเป็นจำนวนมาก ล่าสุด เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบ นายฉัตรชัย ปานอุทัย อายุ 32 ปี ซึ่งเป็นชายที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าของผู้หญิงในคลิปดังกล่าว

โดยนายฉัตรชัย เป็นเจ้าของร้านยางนทีการยาง ตั้งอยู่ริมถนนสาย323 กาญจนบุรี -ไทรโยค บ้านเลขที่ 120 หมู่ 9 ตำบลลุ่มสุ่ม อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี บิดาของ เด็กชายอภิวิชณ์ ปานอุทัย หรือ น้องโอโซน อายุ 5 ปี นักเรียนชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนการกุศลวัดไตรรัตนาราม และ เด็กชายอภิวรรธน์ ปานอุทัย หนือ น้องอิ่มซำ อายุ 3 ปี นักเรียนชั้นอนุบาล 1 โรงเรียนเดียวกัน

- Advertisement -

เพื่อสอบถามเกี่ยวกับเรื่องราวในคลิปดังกล่าว ดยนายฉัตรชัย เปิดเผยว่า ตนเคยแต่งงานและแยกทางกับภรรยามา 3 ปีแล้ว มีบุตรชายด้วยกัน 2 คน คนแรกน้องโอโซน 5 ขวบ คนเล็กน้องอิ่มซำ 3 ขวบเรียนอยู่ที่ โรงเรียนการกุศลวัดไตรรัตนาราม ซึ่งอยู่ใกล้บ้าน เมื่อทางโรงเรียนจัดกิจกรรมวันแม่ ตนไม่อยากให้ลูกมีปมด้อยและต้องการให้ลูกมีความสุข

จึงตัดสินใจเดินทางไปร่วมงานในฐานะแม่ของลูก โดยขอยืมเอาเสื้อของแม่ใส่ไปร่วมงาน ปรากฏว่าคนทั้งโรงเรียนต่างหันมามองที่ตน แต่ลูกทั้งสองคนมีความสุขมากและไม่มีอาการเขินอายเพื่อน ที่ตนตัดสินใจแต่งกายด้วยเสื้อผ้าของผู้หญิงไปร่วมงานวันแม่ของลูกในครั้งนี้ ตนไม่รู้สึกอายเพราะตนรักลูกมากไม่อยากให้เกิดปมด้อยเรื่องแม่ในจิตใจของลูก

ซึ่งในระหว่างร่วมกิจกรรมให้ลูกนำดอกไม้มาให้นั้น มีเพื่อนได้ถ่ายรูปและถ่ายคลิปไว้ แต่ตนไม่นึกว่าจะเอาไปโพสต์ลงโซเชี่ยล แต่เมื่อคลิปเผยแพร่ไปก็มีคนสนใจมาก และให้กำลังใจมามากเช่นกัน ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจ ตนจะทำหน้าที่ของพ่อและแม่ให้ดีที่สุด จะเลี้ยงลูกให้เป็นคนดีของสังคมต่อไป

ซึ่งเมื่อวานนี้ทุกอย่างนี้ก็เพื่อลูก! ชาวเน็ตประทับใจ คุณพ่อแปลงกายเป็นคุณแม่ ให้ลูกได้กราบในวันแม่ เฟซบุ๊ก โอโซน อิ่มซัม โพสต์ภาพและข้อความระบุว่า “แม่หม้ายลูกสอง..ต้องทำได้ทุกอย่างค่ะ” โดยภาพดังกล่าว เป็นคุณพ่อท่านหนึ่งสวมกระโปรงเป็นผู้หญิง แปลงกายเป็นคุณแม่ให้ลูกชายทั้ง 2 คนไหว้ เนื่องจากโรงเรียนจัดกิจกรรมไหว้แม่ ขณะที่เฟซบุ๊ก กรภัทร สุขหอม ได้โพสต์คลิปวิดีโอ ในงานดังกล่าว พร้อมเขียนข้อความระบุว่า “แม่ดีเด่น2018…”

เดี๋ยวเราจะมาดูความเป็นมาของวันแม่กันนะค่ะงานวันแม่จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2486 ณ.สวนอัมพร โดยกระทรวงสาธารณสุข แต่ช่วงนั้นเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 งานวันแม่ในปีต่อมาจึงต้องงดไป เมื่อวิกฤติสงครามสงบลง หลายหน่วยงานได้พยายามให้มีวันแม่ขึ้นมาอีก แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร

และมีการเปลี่ยนกำหนดวันแม่ไปหลายครั้ง ต่อมาวันแม่ที่รัฐบาลรับรอง คือวันที่ 15 เมษายน โดยเริ่มจัดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 แต่ก็ต้องหยุดลงอีกในหลายปีต่อมา เนื่องจากกระทรวงวัฒนธรรมถูกยุบไป ส่งผลให้สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ ซึ่งรับหน้าที่จัดงานวันแม่ขาดผู้สนับสนุน ต่อมาสมาคมครูคาทอลิกแห่งประเทศไทย ได้จัดงานวันแม่ขึ้นอีกครั้ง ในวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2515

แต่จัดได้เพียงปีเดียวเท่านั้น จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2519 คณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงได้กำหนดวันแม่ขึ้นใหม่ให้เป็นวันที่แน่นอน โดยถือเอาวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ วันที่ 12 สิงหาคมเป็นวันแม่แห่งชาติ และกำหนดให้ดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ คือ ดอกมะลิ

ดอกมะลิ สัญลักษณ์ของวันแม่

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเป็นสมเด็จพระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 พระนามเดิม หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร เป็นพระธิดาองค์ใหญ่ของหม่อมเจ้านักขัตรมงคล (ภายหลังได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นเป็น พลเอกพระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ)กับ หม่อมหลวงบัว กิติยากร เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2475

ณ บ้านของพลเอกเจ้าพระยาวงศานุประพัทธ์ (ม.ร.ว.สท้าน สนิทวงศ์) และท้าววนิดาพิจาริณี บิดาและมารดาของหม่อมหลวงบัว กิติยากร ตั้งอยู่ที่ 1808 ถนนพระรามที่ 6 อำเภอปทุมวัน จ.พระนคร ได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวว่า “สิริกิติ์” มีความหมายว่า “ผู้เป็นศรีแห่งกิติยากร”

ตราประจำพระองค์

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระภาดา (พี่ชาย) 2 องค์ และและพระขนิษฐภคินี (น้องสาว) 1 องค์ ดังนี้ หม่อมราชวงศ์กัลยาณกิติ์ กิติยากร (ชาตะ พ.ศ. 2472) หม่อมราชวงศ์อดุลกิติ์ กิติยากร (ชาตะ พ.ศ. 2473) และ หม่อมราชวงศ์หญิง บุษบา กิติยากร (ชาตะ พ.ศ. 2477)

ในระหว่างยังทรงพระเยาว์ สถานการณ์บ้านเมืองไม่สู้สงบนัก เนื่องจากเพิ่งพ้นจากช่วงของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ไม่นาน หม่อมเจ้านักขัตรมงคลต้องทรงออกจากราชการ รัฐบาลแต่งตั้งให้ไปรับตำแหน่งเลขานุการเอกประจำสถานทูตสยาม ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ส่วนหม่อมหลวงบัวซึ่งมีครรภ์แก่

ได้เดินทางไปสมทบหลังจากให้กำเนิดหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์แล้ว โดยมอบหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ให้อยู่ในความดูแลของบิดาและมารดาของหม่อมหลวงบัว ดังนั้นจึงต้องอยู่ไกลจากบิดามารดาตั้งแต่อายุน้อย บางคราวต้องเดินทางไปต่างจังหวัด เช่น พ.ศ. 2476 หม่อมเจ้าอัปสรสมาน กิติยากร พระมารดาของหม่อมเจ้านักขัตรมงคล

ได้ทรงรับนัดดาตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ไปอยู่ที่จังหวัดสงขลา ปลายปี พ.ศ. 2477 หม่อมเจ้านักขัตรมงคลทรงลาออกจากราชการแล้วกลับมาประเทศไทย จึงทำให้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ซึ่งขณะนั้นอายุได้ 2 ปี 6 เดือน ได้กลับมาอยู่รวมพร้อมหน้ากันทั้งครอบครัว ณ ตำหนักบริเวณถนนกรุงเกษม ปากคลองผดุงกรุงเกษม ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ทรงหมั้น
วันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2491 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทรงเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งโดยมีหม่อมหลวงบัวและหม่อมราชวงศ์หญิงสิริกิติ์ เข้าเฝ้าฯ เยี่ยมพระอาการเป็นประจำ และในช่วงระยะเวลาที่หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์อยู่เฝ้าฯ

ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่สวิตเซอร์แลนด์นั้น สมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์ (พระนามในเวลานั้น) ได้ทรงรับเป็นธุระจัดการให้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เข้าศึกษาในโรงเรียน Pensionnat Riante Rive ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำแห่งหนึ่งของโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ครั้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหายจากอาการประชวรแล้ว ก็ได้ทรงหมั้นหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เป็นการภายในเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2492

หลังจากทรงหมั้นแล้ว หม่อมราชวงศ์หญิงสิริกิติ์ยังคงศึกษาต่อ กระทั่ง พ.ศ. 2493 เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินนิวัตพระนครเพื่อร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล พระองค์ท่านโปรดฯ ให้หม่อมราชวงศ์หญิงสิริกิติ์ตามเสด็จพระราชดำเนินกลับมาด้วย

อภิเษกสมรส
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถทรงสายสะพายนพรัตน์ราชวราภรณ์เมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2493 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้จัดการพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสขึ้น ณ วังสระปทุม และโปรดเกล้าฯ สถาปนาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ขึ้นเป็น สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์

หลังจากครองราชย์สมบัติอย่างกะทันหัน พระบาทสมเด็จพระหัวอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้โปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกขึ้นในวันที่ 5 พฤษภาคม 2493 และโปรดฯ ให้เฉลิมพระนามาภิไธย สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ เป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี หลังจากนั้นทั้งสองพระองค์ได้เสด็จฯ กลับไปยังสวิตเซอร์แลนด์เพื่อทรงรักษาพระองค์และทรงศึกษาต่อ แล้วเสด็จฯ กลับมาอีกครั้งในปี พ.ศ. 2495

คลิป

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here