บินผ่าแฝดปรสิต ‘เด็กสาว ฟิลิปปินส์’ มีชีวิตสุดลำบาก เตรียมมาผ่าตัดที่ไทย ด้วยความร่วมใจของคนในชุมชน

0
403

บินผ่าแฝดปรสิต ‘เด็กสาว ฟิลิปปินส์’ มีชีวิตสุดลำบาก เตรียมมาผ่าตัดที่ไทย ด้วยความร่วมใจของคนในชุมชน (ชมคลิปท้ายข่าว)

เป็นเวลาเนิ่นนานถึง 14 ปี ที่ เวโรนิกา คัมมิงเกซ เด็กหญิงชาวฟิลิปินส์ ต้องเผชิญความยากลำบากในการใช้ชีวิต พร้อมกับอวัยวะส่วนเกินคือแขน 2 ข้าง และก้อนเนื้อที่งอกออกมาจากช่วงอกและหน้าท้อง ซึ่งอวัยวะเหล่านี้เป็นของแฝดปรสิตที่เติบโตมาพร้อมกับร่างกายของเธอตั้งแต่เกิด แต่ในที่สุดด้วยความร่วมใจของคนในชุมชน

เวโรนิกาก็กำลังจะได้รับการผ่าตัดนำแฝดปรสิตออก เพื่อให้เธอสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติแล้ว โดยจากรายงานของเว็บไซต์เอ็กซ์เพรส เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2561 ระบุว่า หลังจากที่เห็นเด็กหญิงคนนี้เผชิญกับฝันร้ายมาแสนเนิ่นนาน ผู้คนที่อยู่ภายในชุมชนของเธอจึงตัดสินใจร่วมใจกัน ระดมเงินบริจาคก้อนหนึ่งเพื่อเป็นทุนในการส่งเวโรนิก้า

เดินทางเข้ามารับการผ่าตัดที่ประเทศไทย ซึ่งการผ่าตัดเพื่อนำแฝดปรสิตออกจากตัวของเวโรนิก้านั้นก็มีแนวโน้มค่อนข้างดี ดังจะเห็นได้จากความเห็นของ ดร.เบด้า เอสไปน์ดา ศัลยแพทย์พลาสติกจากศูนย์การแพทย์เด็กฟิลิปปินส์ ที่ชี้ว่าเคสในลักษณะนี้ส่วนใหญ่มักจะผ่าตัดออกได้ไม่ยาก เพราะอวัยวะที่งอกออกมาส่วนใหญ่จะยึดติดอยู่กับกระดูกไม่ก็ผิวหนัง

- Advertisement -

ไม่ได้เชื่อมโยงกับโครงสร้างสำคัญของร่างกาย สำหรับช่วงชีวิตที่ผ่านมา เวโรนิก้าต้องเผชิญกับความลำบากไม่ใช่น้อย กับการต้องหอบเอาอวัยวะส่วนเกินที่ห้อยออกจากตัวไปทุกที่ โดยเด็กหญิงเล่าให้ฟังว่า ตอนที่เธอยังเด็กนั้นเธอคิดว่ามันเป็นเพียงเท้าเท่านั้น แต่เมื่อเธอโตขึ้นอวัยวะเหล่านี้ก็โตขึ้นตาม แขนที่งอกออกมานั้นยังมีเล็บที่เธอต้องหมั่นตัดให้สั้นและดูแลความสะอาดเสมอ

แต่สิ่งที่ทำให้ค่อนข้างลำบากคืออวัยวะเหล่านี้มีความหนัก ทำให้เธอเคลื่อนไหวร่างกายได้จำกัด แถมยังต้องเจอกับของเหลวที่ไหลซึมออกมาจากอวัยวะเหล่านี้ด้วย “มันแกว่งไปแกว่งมาตลอด ชุดของหนูเปียกอยู่ตลอดเวลา” เวโรนิก้า กล่าว ด้าน ฟลอร่า แม่ของเวโรนิก้า เผยว่า สะดือของลูกสาวเธอมักจะเปียกอยู่ตลอด

เนื่องจากมีของเหลวไหลซึมออกมาจากแขนเหล่านี้ บางทียังมีเลือดปนออกมาด้วย ของเหลวเหล่านี้ยังมีกลิ่นเหม็นมาก คล้ายกับของเหลวที่มนุษย์ขับถ่ายออกมา ฟลอร่า ยังเผยว่า ตอนที่เธอตั้งครรภ์นั้นเธอคิดว่าตัวเองกำลังจะมีลูกแฝด และได้เตรียมชื่อไว้สำหรับทั้งคู่แล้วด้วย

แต่เนื่องจากเธอไม่สามารถไปตรวจครรภ์ได้ ทำให้ไม่เคยรู้เลยว่าแฝดของเวโรนิก้าพัฒนาได้ไม่สมบูรณ์ และต้องกลายมาเป็นแฝดปรสิตติดกับตัวของเวโรนิก้า อย่างไรก็ตามในที่สุดก็ถึงเวลาที่เวโรนิก้าจะได้หลุดพ้นจากชีวิตในอดีตแล้ว โดยเธอกำลังเตรียมตัวที่จะเดินทางมารับการผ่าตัดที่ประเทศไทย ในสัปดาห์ที่จะถึงนี้ ซึ่งเดี๋ยวเราจะมาพาทุกคนมาดูสาระที่น่ารู้กันต่อที่เกี่ยวกับกระดูก

นพ.วิชานารถ : กระดูกอกเป็นอย่างไรครับ

นพ.ณรงค์ : ก่อนอื่นผมอยากจะชี้แจงให้ทราบว่า การที่เราพูดว่ากระดูกงอก ไม่ได้หมายความว่า อยู่ดีๆ มีกระดูกเกินมาอีกเป็นชิ้นๆ ถ้าใครเคยไปเที่ยวน้ำตกคงจะเคยเห็นหินงอกหรือหินย้อย เป็นลักษณะของธรรมชาติ ร่างกายเราก็มีส่วนที่เกิดขึ้นได้เหมือนกัน กระดูกงอกนี้ก็เป็นพวกหินปูนมาจับตามข้อ ตามเอ็น ทำให้มีก้อนเล็กๆ หรือเป็นหนามแหลมๆ ขึ้นมา อันนี้เป็นธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงตามอายุขัยของร่างกายด้วย และกระดูกงอก เราไม่ได้ หมายถึง เนื้องอกหรือมะเร็งนะครับ

นพ.วิชนารถ : กระดูกงอกนี้เกิดได้กับกระดูกทุกชิ้นของร่างกายไหมครับ

นพ.ณรงค์ : ส่วนใหญ่ก็เกิดได้กับทุกส่วนของร่างกาย แต่ที่พบบ่อยๆ มักอยู่ตามข้อต่อต่างๆ เช่น ข้อเข่า ข้อเท้า ข้อไหล่ และพบตามกล้ามเนื้อที่เกาะกระดูกซึ่งมีการฉีกขาดและทำให้มีหินปูนจับได้

นพ.วิชนารถ : อย่างที่คุณหมอพูดว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงตามอายุขัย หมายความว่าคนแก่เป็นมากกว่าหนุ่มสาวหรือปล่าครับ

นพ.ณรงค์ : คือ โดยแนวโน้มแล้วคนที่สูงอายุร่างกายก็จะมีการเสื่อมลงไป กระดูกก็มีผลเช่นเดียวกันเกิดการสึกหรอและเสื่อมไป ประกอบกับร่างกายไม่สามารถชดเชยส่วนที่เสียไป หรือสึกหรอนั้นได้ จึงมีหินปูนมาจับพอกขึ้น เรียกว่า กระดูกงอกเกิดขึ้น แต่บางครั้งไม่จำเป็นต้องเสื่อมตามอุขัยก็ได้ เช่น จากการบาดเจ็บ เล่นกีฬา ทำงานมาก ทำให้เอ็นที่เกาะกล้ามเนื้อฉีกขาดแล้วก็ไม่ยอมพักหรือไปพบแพทย์ ร่างกายก็พยายามปรับตัว โดยการสร้างหินปูนมาเชื่อมต่อบริเวณที่เกาะนั้นไว้ แต่การสร้างที่เกิดขึ้นนั้นไม่ดี เพราะเป็นของแปลกปลอมเข้ามาอยู่ในเนื้อของเอ็นนั้น ก็ทำให้เกิดอาการอักเสบเรื้อรังที่จุดนั้น และจะมีอาการปวดบวม เป็นต้น

นพ.วิชนารถ : แล้วถ้าเกิดกระดูกงอกบริเวณข้อต่อจะทำให้เกิดผลอย่างไร

นพ.ณรงค์ : ผลจากกระดูกงอกที่เกิดขึ้นกับข้อต่อ จะทำให้ข้อนั้นใช้งานได้ไม่เต็มที่ เราพบเสมอที่ข้อเข่า ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถนั่งส้วมหรือนั่งพับเพียบได้ ก็จะมีอุปสรรคในการใช้งานของข้อต่อนั้น ถ้าหากเกิดขึ้นกับกระดูกสันหลัง ก็จะเกิดการกด อาจจะกดเส้นประสาทหรือกดไขสันหลังได้ ทำให้มีการชาปวดหรือเป็นอัมพาต อันนี้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของมัน อีกอย่างที่พบบ่อยเกิดที่บริเวณส้นเท้า ผู้ที่มีกระดูกงอกบริเวณส้นเท้าจะมีอาการปวดส้นเท้า เวลายืน เดิน ต้องลำบากในการเดินไปเดินมา

นพ.วิชนารถ : กระดูกงอกนี้อยากทราบว่ามันเป็นกรรมพันธุ์หรือเปล่าครับ

นพ.ณรงค์ : แนวโน้มทางกรรมพันธุ์เรายังไม่มีการยืนยันที่แน่นอน ที่แน่นอนก็คือเกิดขึ้นเนื่องจากสาเหตุที่กล่าวมาแล้ว เช่น จากอุบัติเหตุ หรือใช้งานมากไป จนกระทั่งข้อต่อนั้นเกิดการเสื่อมสึกหรอ หรือการที่เราปล่อยตัวให้มีน้ำหนักมากเกินไปคืออ้วนก็มีผล จะทำให้เกิดกระดูกงอกได้มากกว่าคนผอม

นพ.วิชนารถ : การรักษาเราจะปฏิบัติได้อย่างไรครับ จะต้องผ่าตัดหรือมิวิธีใดที่รักษาง่ายๆ ไหมครับ

นพ.ณรงค์ : ถ้าอาการไม่รุนแรงทางแพทย์นิยมรักษาโดยไม่ผ่าตัด จะให้ยาระงับการอักเสบและให้พักผ่อน แล้วแก้ที่สาเหตุ ถ้าอ้วนเราก็จะแนะนำให้ลดน้ำหนักตัวลง แต่ถ้ารุนแรงมากถึงขั้นต้องผ่าตัด ก็หมายความว่า เกิดจากกระดูกไปกดทับเส้นประสาท และแนวโน้มจะเป็นอัมพาต

นพ.วิชนารถ : แล้วตรงคอนี้จะเกิดกระดูกงอกได้อย่างไร

นพ.ณรงค์ : บริเวณกระดูกข้อต่อของคอเป็นบริเวณที่มีกระดูกงอกได้พอสมควร โดยทั่วไป คนอายุสัก 40 ปีไปแล้วกระดูกคอเริ่มเสื่อมแล้ว จะมีหินปูนมาจับ ถ้าไปฉายภาพรังสีหรือที่เรียกว่า เอกซเรย์ เราจะพบว่า มีหนามแหลมๆ ตามขอบกระดูกปล้องคอ ก็ไม่ต้องตกใจอะไร ถ้ามีอาการปวดต้นคอ ชาแล้วก็ปวดร้าวมาที่แขน ต้นแขน หรือถึงปลายนิ้วมือ ก็ถือว่าเป็นอาการที่กระดูกงอกต้นคอเริ่มจะไม่ค่อยดี การรักษาก็โดยการไปดึงคอ หรือทำกายภาพบำบัด เป็นการรักษาชนิดที่ยังไม่ต้องผ่าตัด

คลิป

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here